พระเครื่อง

'เปี๊ยก ปากน้ำ'แขวนพระคู่บารมีมั่งมีตลอดกาล

'เปี๊ยก ปากน้ำ'แขวนพระคู่บารมีมั่งมีตลอดกาล

02 ก.พ. 2556

'เปี๊ยก ปากน้ำ'แขวนพระคู่บารมี มั่งมีตลอดกาล : สรณะคนดัง เรื่องและภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู

              ชื่อของ "เติมศักดิ์ ปิยะมณีพร" หรือเจ้าของฉายา "เปี๊ยก ปากน้ำ" อดีตประธานชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปะ?ไทยคน?แรก จะไม่มีอยู่ในสารบบของวงการพระเครื่องเลย ถ้าเพียงแต่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วตัดสินใจใช้ชีวิตเรียบง่าย ด้วยการรับราชการอยู่ที่ต่างจังหวัด แต่ด้วยความ "ชอบ" และ "ความศรัทธา" บวกกับความเชื่อในเรื่องพุทธคุณจึงทำให้ เปี๊ยก ปากน้ำ ตามเก็บพระเครื่องตั้งแต่อายุน้อยๆ โดยเน้นประเภทคงกระพันเป็นหลัก

              บนเส้นทางสายพระเครื่องของเปี๊ยก ปากน้ำ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ ที่ท่าพระจันทร์ ตลาดพระเก่าแก่ของเมืองกรุง ซึ่งถือว่าเป็นแผงแรกในชีวิต และพ.ศ.๒๕๓๐ ก็มาเปิดศูนย์พระเครื่องเป็นของตัวเองใช้ชื่อว่า ศูนย์พระเครื่องสนิมไข อยู่ในตลาดรามอินทรา กม.๒ พร้อมๆ กับเปิดนิตยสารพระเครื่องอีก ๒ เล่ม คือ นักเลงพระ และราคาพระเครื่องเมืองไทย สาเหตุที่หันมาเปิดหนังสือพระ ก็เพราะว่าความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับพระเครื่องก็ได้มาจากหนังสือ ดังนั้นเมื่อมีความรู้มากขึ้น ก็เลยคิดอยากที่จะทำหนังสือพระขึ้นมาเพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ของตนลงไปในหนังสือ เผื่อคนที่สนใจจะได้ใช้หนังสือพระของตนเป็นคู่มือในการศึกษาว่าพระเก๊-แท้ แตกต่างกันอย่างไร
 
              เปี๊ยก ปากน้ำ ทำงานหลายอย่าง ครั้งหนึ่งเคยเป็นนายตรวจรถเมล์สายพระประแดง-สำโรง ซึ่งเส้นทางนั้นถือว่าเป็นดงนักเลง มีเรื่องตีรันฟันแทงกันบ่อยๆ เหตุนี้จึงทำให้ผมเริ่มเสาะหาวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณด้านคงกระพันมาแขวนเพื่อป้องกันตัว ช่วงนั้นผมได้ยินกิตติศัพท์ของอาจารย์ผล พันธ์นุช ซึ่งเป็นอาจารย์สักยันต์ชื่อดัง จึงได้เดินทางไปพบท่านที่ย่านบางจากเพื่อขอให้ท่านสักยันต์ให้ ซึ่งท่านก็ยินดีสักให้โดยไม่คิดเงิน อาจารย์ผลได้สักยันต์ครูของ ล.ป.เผือก วัดกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ ที่แขนและสักหมูทองแดงหรือหมูเขี้ยวตันที่หลัง และยังได้วิชาปูนคาดคอจากท่านอีกด้วย

              จุดเริ่มต้นของความสนใจเกี่ยวกับพระเครื่องนั้น เปี๊ยก ปากน้ำ เล่าว่า เกิดจากแผ่นป้ายประกาศขอเชิญร่วมพิธีพุทธาภิเษก ล.ป.ทวด วัดบางนาใน ที่ติดเอาไว้ตามถนนสายบางนาใน พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่ว่า “ล.พ.เงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม จะพายเรือบนอากาศ, ล.พ.ทอง วัดถ้ำทอง จ.ลพบุรี จะชี้ให้เรือ ล.พ.เงิน ขาดเป็นสองท่อน, อ.จำลอง วัดคีรีวัน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จะเอามือกวนน้ำมันเดือดๆ ในกระทะใบบัว รักษาโรคให้ชาวบ้าน, ล.พ.จง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา จะเดินบนบายศรี, อ.ทิม วัดช้างไห้ จะอัญเชิญดวงวิญญาณของ ล.ป.ทวด ให้มาประทับในพิธี” ได้เป็น ล.พ.โต วัดเขาบ่อทอง จ.ระยอง
 
              ในพิธีนั้นมี ล.พ.โต วัดเขาบ่อทอง จ.ระยอง เป็นประธานจุดเทียนชัย พอได้ฤกษ์ ล.พ.โต ได้หยิบก้อนหินขึ้นมาบริกรรมจากนั้นก็นำหินมากระทบกันเกิดเป็นประกายไฟไปติดเทียนชัยที่หน้าพระประธาน ในขณะนั้นคิดแค่ว่าหลวงพ่อองค์นี้เล่นกลเก่งจัง แต่ก็ได้ติดตามดูจนพิธิแล้วเสร็จ ในใจก็คิดว่าถ้าได้ลงนะหน้าทองกับ ล.พ.โต เพื่อให้เกิดความเมตตามหานิยมก็คงดีไม่น้อย แต่จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าครูตั้ง ๔ บาท ซึ่งสมัยนั้นถือว่าเยอะพอสมควร บริเวณนั้นมีสารวัตรทหารเรือเฝ้าดูแลความเรียบร้อย คอยกันไม่ให้คนเข้าไปในปะรำพิธี สักพัก ล.พ.โต ท่านหันมาทางผมแล้วกวักมือเรียก ผมก็นึกแปลกใจว่าหลวงพ่อเรียกเราหรือเปล่าก็ทำมือชี้มาที่ตัวเอง หลวงพ่อท่านพยักหน้า ผมดีใจมากรีบมุดลอดแขนสารวัตรทหารเรือเข้าไปหาท่าน ล.พ.โต หยิบทองมาแปะให้ที่หน้าผากโดยที่ไม่ได้คิดค่าครูแต่อย่างใด นี่คือความอัศจรรย์ใจว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าผมคิดอยากให้ท่านลงนะหน้าทองให้

              สำหรับพระเครื่องที่แขวนประจำซึ่ง เปียก ปากน้ำ บอกว่า "เป็นพระคู่บารมี" ประกอบด้วย ๑.พระสมเด็จ พิมพ์สังฆาฏิ วัดบางขุนพหรม ๒.เหรียญหลวงพ่อโต วัดเขาบ่อทอง จ.ระยอง ๓.หลวงพ่อพหรม วัดช่องแค จ.นครสวรรค์ ๔.เหรียญหลวงพ่อศรีอาริย์ วัดมหาวงษ์ จ.สมุทรปราการ ๕.เหรียญหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ ๖.เหรียญพระพหรม อ.เฮง ไพรวัลย์ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา ๗.เสือหลวงพ่อปาน วัดบางเฮี้ย จ.สมุทรปราการ ๙.มีดหมอหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์ และ ๑๐.ล็อกเกตพ่อแม่

              "แขวนแล้วชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม สมกับเป็นพระคู่บารมี ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีสตางค์ที่ก้าวเข้ามาในวงการพระเครื่องครั้งแรก ปัจจุบันนี้มีกิจการค้ารุ่งเรืองขึ้นทุกวัน เคยมีเหตุการณ์เรื่องยิงกันถึง ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเป็น ตชด.อยู่ที่ปักษ์ใต้ ครั้งที่ ๒ จ.สมุทรปราการ และครั้งที่ ๓ ไปเที่ยวที่โรงหนังโคลีเซี่ยม มีเรื่องกับเจ้าถิ่นเกิดการชักปืนยิงกัน ซึ่งทั้ง ๓ ครั้งไม่เคยโดนยิงเลยสักนัดเดียว ส่วนครั้งที่เป็นข่าวเกรียวกราวที่ตลาดพระเครื่องท่าพระจันทร์ ประมาณ พ.ศ.๒๕๒๔ มีการปล้นจี้พระชุดเบญจภาคีที่ท่าพระจันทร์ มีการต่อสู้กัน ทั้งถูกฟัน ถูกแทงแต่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์แคล้วคลาดอีกนับครั้งไม่ถ้วน" เปียก ปากน้ำ กล่าว

              ปัจจุบัน เปียก ปากน้ำ ได้ออกนิตยสารรายเดือน โดยใช้หัวนิตยสารว่า "มรดกฅนไทย" โดยสามารถติดตามทางวิทยุได้ที่  สถานีวิทยุ ๐๑ ดอนเมือง คลื่น ๑๒๓๓ เอเอ็ม ทุกวันจันทร์-ศุกร์  เวลา ๒๑.๐๐-๒๒.๐๐ น. เป็นรายการให้ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่อง ซึ่งได้จัดติดต่อกันเป็นเวลา ๑๔ ปีแล้ว
 

หนังสือ “พระคู่บารมี”


              ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่สนใจเข้ามาในแวดวงพระเครื่องกันมากทั้งสะสมด้วยความศรัทธาและยึดเป็นอาชีพ ส่วนมากมักมีคำถามว่าทำอย่างไรจึงจะดูพระเป็น ควรเก็บสะสมพระอะไรดี เป็นต้น ขณะเดียวกันหนังสือพระเครื่องในปัจจุบันส่วนใหญ่มุ่งเน้นแต่การชี้ตำหนิเป็นหลัก แต่ทุกวันนี้พระเก๊ทำได้เหมือนกับพระแท้แทบทุกอย่างเพราะถอดพิมพ์มาจากพระแท้นั่นเอง ดังนั้นการชี้ตำหนิแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีความรู้พื้นฐานประกอบเลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหามวลสาร พิมพ์ทรงหรือธรรมชาติต่างๆ เท่ากับเป็นการสอนให้ท่านพลาดเช่าพระเก๊โดยไม่รู้ตัว

              จากประสบการณ์ในวงการพระเครื่องกว่า ๓๐ ปีของ "เปี๊ยก ปากน้ำ" ได้จัดพิมพ์หนังสือ “พระคู่บารมี” ขึ้นโดยเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานตลอดจนกลเม็ดเคล็ดลับต่างๆ ในการดูพระเครื่องทั้งพระเหรียญ พระเนื้อดิน พระเนื้อชิน พระเนื้อผง และรูปหล่อพระคณาจารย์ รวมทั้งยังชี้ตำหนิพระยอดนิยมแห่งยุคอีกด้วย เรียกว่า "อ่านจบแล้วท่านสามารถก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่องได้อย่างมั่นใจ"

              "เชื่อว่าคนไทยที่นับถือพุทธต้องมีพระเครื่องแขวนติดตัวกันแทบทุกคน บางคนอาจแขวนพระที่มีพุทธคุณทางเมตตามหานิยม โชคลาภ หรือคงกระพัน บางคนแขวนพระเก่าราคาแพง บางคนแขวนพระใหม่ราคาย่อมเยา เรียกได้ว่าเป็นพระคู่บารมี ของแต่ละคน แต่ไม่ว่าจะแขวนพระอะไรก็แล้วแต่ สำคัญที่สุดต้องเป็นพระแท้" เปี๊ยก ปากน้ำ กล่าว

              ทั้งนี้ "เปี๊ยก ปากน้ำ" ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับวงการพระเครื่องในปัจจุบันไว้ว่า "เซียนพระในปัจจุบันมักเล่นพระเฉพาะทาง ชำนาญพระเฉพาะสาย แตกต่างจากเซียนพระในสมัยก่อน ซึ่งต้องมีความรู้รอบด้านทั้งพระกรุและพระเกจิ ทั้งเหรียญ เนื้อดิน เนื้อชิน เนื้อผง เพราะถ้ารู้น้อยกว่าคนอื่น เมื่อมีพระเข้ามา แต่ดูไม่เป็น จะทำให้พลาดโอกาสไป ดังนั้นถ้ามีโอกาสจึงควรศึกษาพระประเภทอื่นๆ เพิ่มเติมไปจากสายที่เล่นอยู่บ้าง"

 

"}])