
'หลวงพ่อคูณ'ติดเชื้อหลอดลมอักเสบ
แพทย์ตรวจพบ 'หลวงพ่อคุณ' ติดเชื้อหลอดลมอักเสบ ชี้เพราะอากาศเปลี่ยน เร่งให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ ต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ ก่อนประเมินอาการอีกครั้ง
1 ก.พ. 56 อาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่เข้าพักรักษาอาการอาพาธด้วยภาวะปอดอักเสบ ที่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อ และฉันยา จนล่าสุดเกิดอาการซึมเศร้า และบ่นอยากกลับวัดบ้านไร่อยู่ตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้แพทย์เวร ได้ให้อาหารเหลวทางสายยางผ่านช่องท้อง พร้อมกับทำการพ่นยาขยายหลอดลม โดยเพิ่มปริมาณยามากขึ้นเล็กน้อย และให้ฉันยาละลายเสมหะ โดยหลวงพ่อคูณ มีอาการอ่อนเพลีย ภายหลังจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค. คณะแพทย์ได้ทำการตรวจพบสาเหตุที่ทำให้หลวงพ่อคูณ มีอาการซึมเศร้า ว่ามาจากภาวะการติดเชื้อ หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ทำให้เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา มีไข้ขึ้น 37.5 องศาฯ มีเสมหะมากขึ้น คณะแพทย์จึงได้ให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อในรูปยาฉัน ซึ่งการติดเชื้อซ้ำซ้อนครั้งนี้ ทำให้หลอดลมอักเสบ เป็นครั้งที่ 4 ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในวันที่ 29 พ.ย. 55
ต่อมานายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และเป็นแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ นพ.อนุชิต นิยมปัทมะ แพทย์ผ้เชี่ยวชาญโรคปอด และ นพ.ธนากร อนันตเศรษฐกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ได้เข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณ พร้อมกับตรวจฟังเสียงปอด เสมหะในลำคอ และตรวจวัดไข้
นายแพทย์พินิศจัย กล่าวว่า อาการวันนี้ดูดีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา มีไข้ขึ้น 37.5 องศาฯ วัดเช้าวันนี้ไข้ลดลงเหลือเป็นไข้ต่ำๆ สลับกับไม่มีไข้แล้วในช่วงสาย ส่วนอาการหลอดลมอักเสบก็ไม่รุนแรงอะไรนัก เมื่อเทียบกับวันที่มาโรงพยบาลวันแรก ยังเบากว่ามาก โดยเป็นเพียงหลอดลมอักเสบ ไม่ใช่ปอดบวม คณะแพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้อโดยการฉัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค.แล้ว ทำให้อาการดีขึ้น ตนยืนยันว่าไม่ใช่อาการปอดบวม ซึ่งคณะแพทย์เฝ้าดูอาการซึมเศร้า ส่วนการติดเชื้อทำให้หลอดลมอักเสบ น่าจะมาจากเชื้อโรคในอากาศที่อยู่รอบๆ ตัว และในโรงพยาบาล แล้วมาเกาะที่ปาก ลิ้น ลงสู่คอได้ง่าย เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง ทางเดินหายใจเปลี่ยนสภาพ โดยเชื้อในอากาศตัวนี้ดื้อยาด้วย
"การให้ท่านฉันยาฆ่าเชื้อคงต้องให้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วจะประเมินกันอีกครั้ง ส่วนทางเดินปัสสาวะก็ยังมีการล้างกระเพาะปัสสาวะด้วยน้ำเกลืออยู่ แต่ดีขึ้นจนเกือบจะเป็นปรกติแล้ว แต่สียังขุ่นอยู่บ้างเล็กน้อย เพราะการใส่สายสวนนานๆ ทำให้เกิดขึ้นได้ ส่วนปอด และสมองไม่มีอะไรผิดปรกติ ส่วนเรื่องการหารือลูกศิษย์เรื่องกลับวัดบ้านไร่คงต้องยืดระยะเวลาออกไปก่อน เอาไว้หลังจากอาการหลอดลมอักเสบดีขึ้นหรือทุเลาก่อน ค่อยมาว่ากันอีกทีจะดีกว่า"



