พระเครื่อง

'กำนันเป๊าะ'ต้องทำใจใฝ่ธรรมหายเครียด

'กำนันเป๊าะ'ต้องทำใจใฝ่ธรรมหายเครียด

01 ก.พ. 2556

'กำนันเป๊าะ'ต้องทำใจใฝ่ธรรมหายเครียด ฟังสวดโพชฌงค์แก้'โรคซึมเศร้า'ได้ : สำราญ สมพงษ์รายงาน

             หลังจาก"กำนันเป๊าะ" หรือนายสมชาย คุณปลื้ม ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากหนีโทษจำคุกในคดีจ้างวานฆ่านายประยูร สิทธิโชติ หรือกำนันยูร และคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว  โดยถูกฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร  ปรากฏว่าเมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 30 ม.ค. "กำนันเป๊าะ" ป่วยหนัก เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลทัณฑสถาน กรมราชทัณฑ์  ทั้งนี้สืบเนื่องจากหลบหนีคดีนานกว่า 6 ปี มีอาการเครียดและป่วยจากโรคประจำตัว
              
             สำหรับวิธีรักษาอาการเครียดนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ในเบื้องต้นคงเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์ทำหน้าที่รักษาไปก่อน อาการเครียดเป็นอาการแสดงออกของปัญหาที่เกิดจากทุกข์ทางจิตใจ และในโลกนี้การรักษาอาการเครียดให้หายไปได้อย่างถาวรและจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกเลย จะมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น คือวิธีพุทธวิปัสสนา อย่างเช่นล่าสุดระหว่างวันที่ 22-31 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐานแก่ผู้ต้องขัง ตามโครงการอบรมธรรมปฏิบัติเรือนจำเรือนธรรมเฉลิมพระเกียรติ หลักสูตรคนถึงธรรม 9 คืน 10 วัน รุ่นที่ 1 จำนวน 200 คน ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง แดน 9 ภายใต้ความร่วมมือของฝ่ายวิปัสสนาธุระมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) นำโดยพระมหาเมธา จนฺทสาโร หัวหน้าฝ่ายวิปัสสนาธุระ มจร ทั้งนี้สามารถชมภาพกิจกรรมดังกล่าวได้ที่ http://www.vipassanathai.org/main.php?url=gallery_pic&album_id=531512356883401
              
             ขณะเดียวกันกรมราชทัณฑ์ก็ยังมีอนุศาสนาจารย์ที่อดีตเป็นพระมหาเปรียญจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งประจำตามเรือนจำต่างๆทั่วประเทศ ทำหน้าที่คลายเครียดให้กับผู้ต้องขัง
              
             และด้วยพุทธคุณดังกล่าว มจร ได้ตั้งศูนย์พุทธวิปัสสนานานาชาติขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อแก้อาการเครียดให้กับชาวโลก และเพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ได้มีการจัดสัมมนาวิปัสสนาภาวนา โดยเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา มจร วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส จ.นครปฐม ที่วัดพิชยญาติการาม กทม.  โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคมเป็นประธาน พระครูวรกิตติโสภณ เจ้าคณะแขวงปากคลองภาษีเจริญ เจ้าอาวาสวัดนาคปรกได้บรรยายพิเศษเรื่อง “พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรป”  พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการ ต่างประเทศ มจร ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์ศูนย์พุทธวิปัสสนานานาชาติ” และพระราชปริยัติเวที รองเจ้าคณะกทม. บรรยายพิเศษ เรื่อง “ประสบการณ์การเผยแผ่ธรรมในต่างประเทศ”
              
             อย่างไรก็ตามแต่ถ้าหากมีอาการเครียดสะสมถึงขึ้นเป็นโรคซึมเศร้า ก็มีพุทธวิธีแก้เช่นเดียวกัน อย่างเช่นผลงานของ คุณเบญญาภา กุลศิริไชย นิสิตปริญญาเอก จาก มจร ได้ทำวิทยานิพนธ์วิจัยเรื่อง "การลดภาวะซึมเศร้าในผู้ประสบภัยพิบัติด้วยการรับบทสวดโพชฌงคปริตรเข้าจิตใต้สำนึก"
              
             ผู้วิจัยได้นำเสนอว่า ผู้ประสบภัยพิบัติที่เกิดภาวะซึมเศร้าเป็นผลมาจากการเก็บกดสะสมอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดที่เกิดจากทุกข์ทางใจไว้ภายในจิตใต้สำนึก จึงทำให้มีความคิดที่บิดเบือนไปในทางลบ เกิดความผิดปกติของกระบวนการใช้เหตุผล ซึ่งเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติควบคุมไม่ได้ และจิตสำนึกจะต้านทานทุกอย่างที่เข้ามา มักจะชอบเก็บตัวหรือสุดท้ายก็จะแยกตัวออกจากสังคม ฉะนั้นถ้ามีวิธีการที่สามารถส่งข้อมูลเชิงบวกเข้าไปบำบัดปรับเปลี่ยนข้อมูลเชิงลบในจิตใต้สำนึกได้โดยตรงที่ปราศจากการต้านทานจากจิตสำนึก น่าจะช่วยบำบัดจิตใจลดภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี
              
             ผู้วิจัยได้ค้นคว้าข้อมูลพบว่า มีหลักการนี้เรียกว่า "ซับลิมินอล แมสเซส" (subliminal messages) เป็นการส่งข้อมูลต่างๆ เข้าจิตใต้สำนึกโดยที่จิตสำนึกไม่สามารถต้านทานได้  และวิธีดำเนินการทดลองผู้วิจัยได้ใช้บทสวดโพชฌงคปริตรซึ่งเป็นพระพุทธมนต์แห่งการรักษาโรคจากภายในออกสู่ภายนอกเพื่อให้คนป่วยหายจากโรคทางกายและใจได้ พร้อมระบุว่าแม้นกระทั่ง นายบารัคโอบามาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ใช้วิธี subliminal messages เป็นกลยุทธสำคัญในการหาเสียงปี 2012 เพื่อให้ฝูงชนมีการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ให้เป็นไปตามข้อมูลนั้นๆได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้รับข้อมูลไม่รู้ตัว
              
             ผู้วิจัยได้ทดลองจากผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทยปี 2554 ที่มาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงจังหวัดนครปฐม โดยแบ่งคนที่มีภาวะซึมเศร้าออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ให้ฟังเสียงเพลงธรรมชาติที่ซ่อนบทสวดโพชฌงคปริตรและคำแปล กลุ่มที่ 2 ฟังเสียงเพลงธรรมชาติเท่านั้น และกลุ่มที่ 3 ไม่ได้ฟังเสียงทั้งสองอย่าง ตลอด 14 วัน
 
              หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ 1 มีภาวะซึมเศร้าลดลงและเพิ่มความรู้สึกสุขภาวะทางจิตได้ อีกทั้งยังส่งผลต่อเนื่องในระยะยาวนาน ส่วนกลุ่มที่ 2 มีภาวะซึมเศร้าลดลงและเพิ่มความรู้สึกสุขภาวะทางจิตได้ แต่ไม่ส่งผลต่อเนื่องเหมือนกลุ่มที่ 1  ส่วนกลุ่มที่ 3 มีภาวะคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร
              
             ทั้งนี้ผู้ที่ฟังบทสวดโพชฌงคปริตรเข้าจิตใต้สำนึกนั้นมีความรู้สึกสุขภาวะทางจิตด้านความผ่อนคลาย เป็นมิตร ร่าเริง มีจิตใจเข้มแข็ง มีสมาธิ และมีสุขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
              
             จากผลของการบูรณาการร่วมกันระหว่างบทสวดโพชฌงคปริตรกับหลักการซับลิมินอล แมสเซสซึ่งเป็นวิทยาการสมัยใหม่ มีผลที่สอดคล้องกับการทดลองของนักจิตบำบัดในต่างประเทศเช่น สตาร์ค(Stark)  ไคล์น โฮลท์ และคีย์
             
             อย่างไรก็ตามผู้วิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่าผู้สวดโพชฌงคปริตรก็ต้องมีองค์ประกอบคือ 1.มีจิตเมตตา มุ่งประโยชน์แก่ผู้ฟัง 2.สวดไม่ผิด และรู้ความหมายของบทสวดด้วย ขณะที่ผู้ฟังก็ต้องมีองค์ประกอบเช่น ไม่เคยทำกรรมหนักหรืออนันตริยกรรม ไม่มีมิจฉาทิฏฐิ และมีความเชื่อมั่นในอานุภาพของโพชฌงคปริตรสำเร็จได้จริง
             
             จึงเชื่อมั่นว่าทั้งการฝึกวิปัสสนากรรมฐานและการฟังบทสวดโพชฌงคปริตรเข้าจิตใต้สำนึกร่วมกับจิตสำนึก จะสามารถแก้อาการเครียดและโรคซึมเศร้าของผู้ต้องขัง ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นและซาบซึ้งในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง ที่ระลึก กำจัดภัยในเรือนจำได้จริง
 

"}])