
ครอบครัวสุขสันต์สร้างสรรค์สังคมไทย
ครอบครัวสุขสันต์สร้างสรรค์สังคมไทย : มองนอกดูใน โดยแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับเชิญจาก ศูนย์เสมารักษ์ กระทรวงศึกษาธิการ ให้ไปร่วม “กิจกรรมครอบครัวสุขสันต์สร้างสรรค์สังคมไทย” ณ บริเวณลานด้านหน้าอาคารอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยมี ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการรวมพลังสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้ครอบครัวไทยในยุคดิจิตอล โดยใช้โอกาสวันอาทิตย์เปิดพื้นที่สำหรับทุกครอบครัวจูงบุตรหลานมาร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ผ่านฐานการเรียนรู้ทั้ง ๖ ฐาน
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สอง เนื่องจากครั้งแรกได้รับการตอบรับจากบรรดาผู้ปกครองที่พาบุตรหลานมาร่วมงานกันอย่างมากมาย
นายอุดม บุตตะ หัวหน้าศูนย์เสมารักษ์ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงที่มาของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า
“เนื่องจากผมเป็นหัวหน้าศูนย์เสมารักษ์ หรือสารวัตรนักเรียน ได้ออกทำงานปฏิบัติการตามแหล่งมั่วสุม และแหล่งเสี่ยง ส่วนมาก ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของเยาวชน เด็ก นักเรียน นักศึกษาที่พบมีปัญหาเรื่องชู้สาว เรื่องทะเลาะวิวาท หรือเรื่องหนีเรียน โดย ๙๐ หรือ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวแตกแยก ขาดความอบอุ่น ในขณะที่บางคนครอบครัวไม่แตกแยก แต่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้แก่ลูก คุยกันไม่รู้เรื่อง ลูกไปทาง พ่อแม่ไปทาง ไปทำงาน กิจกรรมที่จะทำร่วมกันก็ไม่มี ไม่มีการแก้ปัญหา ไม่รู้จักการปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างพ่อ แม่ ลูก ผมจึงได้เขียนโครงการขึ้น และเสนอกับทางกระทรวง ซึ่งท่านก็กรุณาอนุมัติให้ผมทำเรื่องการสร้างครอบครัวอบอุ่นขึ้นมา เนื่องจากสถาบันแรก สถาบันหลัก ก็คือครอบครัว ถ้าครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่เข้าใจลูก ลูกเข้าใจพ่อแม่ และเข้าใจหน้าที่ตัวเอง สังคมไทยจะไม่แตกแยก จะไม่เดือดร้อน และจะสงบสุข”
ครอบครัวเป็นหัวใจของการเยียวยา การจะเยียวยาสังคมของเราให้กลับมาเป็นครอบครัวสุขสันต์ เพื่อที่จะสร้างสรรค์สังคมไทยนั้น เราต้องอย่าฟังเพียงแค่หู แต่ให้เอาหัวใจของเราฟังความสุข ความทุกข์ของคนในครอบครัว กระทรวงศึกษาธิการจัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้เราฟังกันมากขึ้น เพราะบางครั้งเราต่างคนต่างพูด ไม่ค่อยได้ฟังกัน การฟังเป็นปัญญา ขอให้ฟังอย่างมีสติปัญญา เราจะรู้ว่าคนที่อยู่ในครอบครัวของเรากำลังสุข กำลังทุกข์อะไร อย่างไร
ถ้าเรารักใครสักคนหนึ่ง และรู้ว่าเขากำลังทุกข์ เราจะเข้าไปเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ของคนคนนั้น
โปรดระลึกไว้เสมอว่า ถ้าคนในครอบครัวเข้าใจกัน และให้อภัยกันอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่มีอคติ ครอบครัวนั้นจะกลับมาแข็งแรง และมีความสุข
อย่าทำลายความสุขของเราด้วยอคติในใจ
อย่ามีความหวาดระแวง แต่ให้มีความระมัดระวัง และใช้โอกาสในการที่จะฟังหัวใจของกันและกันอย่างนี้ช่วยกันทำให้สังคมไทย สงบเย็น เป็นสุข
เพราะครอบครัวคือรากฐานอันสำคัญของสังคม
สำหรับท่านที่สนใจร่วมเป็นหนึ่งในผู้ใหญ่ใจดีที่ต้องการลงทุนกับโลกโดยการลงทุนกับเด็ก หรือต้องการให้บุตรหลานได้เข้าร่วมโครงการ “บวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดิน” ดูรายละเอียดได้ทาง www.sdsweb.org หรือที่โทร.๐๘-๔๕๕๗-๕๑๒๓, ๐๘-๔๑๓๑-๖๔๒๓
ธรรมสวัสดี



