
'แอ๊ด'แนะวิธีแก้โจ๋ล้มคอนเสิร์ต
'แอ๊ด คาราบาว' แนะวิธีแก้โจ๋ล้มคอนเสิร์ตม็อบป่วนกรุง : สำราญ สมพงษ์รายงาน
นักจัดคอนเสิร์ตคงจะปวดหัวไม่น้อยกับพฤติกรรมของวัยรุ่นไทยสมัยนี้ แทนที่จะเข้าไปหาความสุขรับฟังเพลงราคาถูกจากเหล่าศิลปินเพื่อชีวิต แต่กลับเข้าไปป่วนทำให้คอนเสิร์ตล้มมาหลายงานแล้ว
อย่างคอนเสิร์ตของ "ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์" ที่เมืองทองธานี ล่าสุดก็คอนเสิร์ต"เสก โลโซ" ปะทะ "แอ๊ด คาราบาว" เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา แม้นจะจัดที่สนามกีฬาการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก็ไม่วายที่กลุ่มวัยรุ่นตีกันอีก ทำให้จำต้องหาวิธีการป้องกัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ลานจอดรถข้างศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์และศูนย์การค้าอยุธยาพาร์คได้ร่วมกันจัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล คาราบาวเพื่อหารายได้ในการจัดซื้อคุรุภัณท์ให้กับโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา
จุดที่น่าสนใจอยู่ที่คำพูดของนายยืนยง โอภากุล หรือ "แอ๊ด คาราบาว" ที่กล่าวบนเวทีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการแสดงคอนเสิร์ตที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่เกี่ยวกับดนตรี แต่เป็นเพราะคนเราที่ไม่รู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน ซึ่งตนเคยมาแสดงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อหารายได้ให้โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยามาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีเหตุการณ์ และเชื่อว่าผู้ที่มาชมการแสดงทุกคนมีจิตสำนึกดี และเชื่อว่าไม่เกิดเหตุเหมือนที่ผ่านมา
"แอ๊ด คาราบาว" เริ่มแสดงต่อเนื่องเริ่มด้วยเพลงมนต์เพลงคาราบาว โดยมีผู้ชมที่ทางผู้จัดได้จัดเก้าอี้ให้นั่งประมาณ 2 พันคน ลุกขึ้นเต้นอยู่กับที่นั่งของตน โดยมีกำลังตำรวจ ภจว.พระนครศรีอยุธยา จำนวนกว่า 500 นาย ร่วมกับ อปพร.อีก 200 นายวางกำลังโดยรอบทั้งข้างนอกและข้างใน โดยก่อนการแสดงได้มีการตรวจค้นอาวุธอย่างเข้มงวด โดยมีการยึดเอาเข็มขัดหนังหัวเหล็กจำนวนมาก และให้ผู้ชมใช้เชือกคาดเข้าไปแทน รวมทั้งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
สิ่งที่ "แอ๊ด คาราบาว" แนะถึงแนวทางในการแก้ปัญหาวัยรุ่นป่วนคอนเสิร์ตนั้น ก็คือการรู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน ซึ่งก็คือการให้ทานอย่างหนึ่งซึ่งคนส่วนใหญ่ในสังคมไม่ค่อยชอบที่จะให้กันเท่าใดนักทั้งๆที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก จึงทำให้มีการแบ่งสี แบ่งกลุ่ม แบ่งพวก แล้วก็ตีกันด่าทอกันหาความปรองดองไม่ได้เสียที ซึ่งหลักของการให้อภัยนี้ยังสามารถแก้ปัญหาม็อบป่วนเมืองได้ด้วย
หลักธรรมที่เกี่ยวกับการให้หรือทานนี้นับได้ว่าเป็นหัวข้อธรรมแรกของการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขหรือที่เรียกว่าสังควัตถุ 4 ประการ เพราะสังคหวัตถุ 4 หมายถึงหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่น ผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล หรือเป็นหลักการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน มีอยู่ 4 ประการ ได้แก่
1. ทาน คือ การให้ การเสียสละ หรือการเอื้อเฟื้อแบ่งปันของๆตนเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้ไม่เป็นคนละโมบ ไม่เห็นแก่ตัว เราควรคำนึงอยู่เสมอว่า ทรัพย์สิ่งของที่เราหามาได้ มิใช่สิ่งจีรังยั่งยืน เมื่อเราสิ้นชีวิตไปแล้วก็ไม่สามารถจะนำติดตัวเอาไปได้ อันรวมไปถึงการให้อภัยซึ่งกันและกันด้วย เพราะทานในพระพุทธศาสนานี้ แยกออกเป็น 3 ชนิดคือ 1. อามิสทาน หรือ วัตถุทาน การให้วัตถุสิ่งของ ต่างๆ 2. ธรรมทาน การให้พระธรรมคำสั่งสอน และ 3. อภัยทาน การให้อภัยแก่คนที่เราโกรธ หรือ อาฆาตพยาบาท หรือ สัตว์อื่นๆ นับเป็นทานที่ควรยกย่อง
2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน พูดด้วยความจริงใจ ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะสำหรับกาลเทศะ พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญกับการพูดเป็นอย่างยิ่ง เพราะการพูดเป็นบันไดขั้นแรกที่จะสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้น วิธีการที่จะพูดให้เป็นปิยวาจานั้น จะต้องพูดโดยยึดถือหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคำหยาบ เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
3. อัตถจริยา คือ การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น คือทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมบ้าง
4. สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ หรือมีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้เราเป็นคนมีจิตใจหนักแน่นไม่โลเล รวมทั้งยังเป็นการสร้างความนิยม และไว้วางใจให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย
นอกจากนี้ควรจะมีหลักธรรมพรหมวิหารธรรม 4 ประการ และสาราณียธรรม 6 ประการ ก็เชื่อแน่ว่าจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาวัยรุ่นล้มคอนเสิร์ตม็อบป่วนกรุง เป็นแนวทางของการสร้างความปรองดองได้อย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะสร้างกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง



