
พระกริ่งรุ่นทองทิพย์ฝีมือ'อ.หนู'แต่ง
พระกริ่งรุ่นทองทิพย์สุดยอดฝีมือแต่งสวยฝีมือสุดๆ'อ.หนู' : พระองค์ครู ไตรเทพ ไกรงู
พระกริ่ง เป็นพระเครื่องที่คนในวงการพระเครื่อง เชื่อมากันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะ "เซียนพระกริ่ง" ยังเชื่อกันอย่างแน่วแน่ว่า สามารถช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ทุกโรค โดยเฉพาะโรคที่การแพทย์แผนปัจจุบันหาสาเหตุไม่พบ และรักษาด้วยยาไม่ได้ ยามใดที่เกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วย จงอธิษฐานขออำนาจพุทธคุณในพระกริ่ง แล้วนำพระแช่น้ำ จากนั้นก็เอามาดื่ม บ้างก็นำมาอาบ เพื่อความเป็นสิริมงคล โรคภัย ไข้เจ็บป่วยอยู่นั้น ก็จะหายโดยอัศจรรย์
พระกริ่งที่มีพุทธคุณเด่นด้านรักษาโรคนั้น ต้องยกให้พระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) แห่งวัดสุทัศนฯ ด้วยมวลสารพิธีกรรม และฤกษ์ ทำให้พระกริ่งที่สร้างในยุคก่อนมีความเข้มขลัง สามารถแช่น้ำทำน้ำมนต์มาดื่มกันรักษาโรคได้ แต่การสร้างพระกริ่งยุคหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นการรวบรัด แม้ว่าจะเป็นเนื้อนวโลหะครบตามสูตร แต่การจารยันต์ และฤกษ์การเทนั้น ไม่เป็นตามตำรา พระกริ่งยุคหลังจึงนำมาแช่น้ำทำน้ำมนต์มาดื่มกินรักษาโรคไม่ได้ดีเท่าในอดีต
การจัดสร้างพระกริ่งในอดีตนั้น สร้างออกมาเพื่อใช้จริงๆ และโดยเฉพาะสายวัดสุทัศนฯ สร้างออกมาอยู่ในหลักสิบองค์ต่อครั้งเท่านั้นที่สำคัญ คือ การแสวงหาแร่ธาตุที่มีคุณต่างๆ นั้น ต้องใช้ความพยายามไม่น้อย ตามตำราการสร้างพระกริ่งเนื้อนวโลหะ สายวัดสุทัศนฯ ประกอบไปด้วย
๑.ชินน้ำหนัก ๑ บาท (๑ บาท = ๑๕.๒ กรัม) ๒.จ้าวน้ำเงิน น้ำหนัก ๒ บาท (แร่ชนิดหนึ่ง สีเขียวปนน้ำเงิน) ๓.เหล็กละลายตัว น้ำหนัก ๓ บาท ๔.บริสุทธิ์ทองแดงบริสุทธิ์ น้ำหนัก ๔ บาท ๕.ปรอท น้ำหนัก ๕ บาท ๖.สังกะสี น้ำหนัก ๖ บาท ๗.ทองแดง น้ำหนัก ๗ บาท ๘.เงิน น้ำหนัก ๘ บาท และ ๙.ทองคำ น้ำหนัก ๙ บาท มาหล่อหลอมให้กินกันดีแล้ว นำมาตีเป็นแผ่น แล้วจารยันต์ ๑๐๘ กับ นะ ปถมัง ๑๔ นะ ครั้นได้ฤกษ์ยามดีก็จะทำพิธีลงยันต์ในพระอุโบสถต่อไป จากนั้นก็นำกลับมาหล่อตามฤกษ์อีกครั้ง
สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้เป็นภาพ “พระกริ่งทองทิพย์” ฝีมือการแต่งของ อ.นิรันตร์ แดงวิจิตร หรือ อ.หนู แต่งไว้ก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐ ถือว่าเป็นองค์แต่สุดเท่าที่พบมา ถ้าเป็นสภาพเดิมไม่มีการแต่งอยู่ในหลักแสนกว่าบาท แต่ในสภาพที่เห็นอยู่ในหลักแสนกลางๆ
นายศุภกร จิรยิ่งเจริญ (ล้ง ซาจั๊บ) หรือ ล้ง ท่าพระจันทร์ ผู้ชำนาญพระกริ่งสายวัดสุทัศนฯ และพระกริ่งทั่วไป ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานถ่ายภาพพระเครื่องในงานประกวดพระ บอกว่า ช่างแต่พระกริ่งมีอยู่หลายท่าน แต่ที่ถูกยกให้เป็นเลิศ คือ อ.หนู ซึ่งปัจจุบันยังหาฝีมือเทียบเท่ายังไม่ได้ เมื่อสิ้นบุญ อ.หนู พระกริ่งที่แต่งด้วยฝีมือ อ.หนู จึงมีค่านิยมสูงขึ้นหลายเท่าตัว
พระกริ่งรุ่นแรกที่ อ.หนู แต่งไว้ คือ พระกริ่งก้นถ้วยใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑ จากนั้นแต่งมาอีกหลายรุ่น โดยแต่งไว้รุ่นละไม่กี่องค์ เพราะท่านไม่มีเวลาที่จะแต่งให้ อย่างกรณีพระกริ่งรุ่นน้ำท่วม รุ่น ๒๔๘๕ เป็งย้ง ผู้สร้างพระกริ่งหลวงปู่โต๊ะ รุ่นเป็งย้ง ได้ฝากให้ อ.หนูแต่งกว่าจะได้ก็ปาเข้าไป ๒๐ ปี อย่างไรก็ตามช่างแต่พระกริ่ง และเจ้าของพระหลายท่านมีความพยายามที่จะเลียนแบบฝีมือแต่ก็ยังทำไม่หนู ทั้งนี้ต้องเอาพระองค์จริงมาแต่ง ซึ่งมีราคาหลักแสน แต่ถ้าแต่งเพี้ยนราคาจะลดลงกว่าเดิมมาก



