
โผล่อีกหมิ่นพุทธ!สาวจีนนุ่งบิกินี่ทำท่าไหว้
โผล่อีกหมิ่นพุทธ!สาวจีนนุ่งบิกินี่ทำท่าไหว้ ศูนย์พุทธศาสน์ศึกษาจัดถก'จะจัดการอย่างไร ใครจะจัดการ' : สำราญ สมพงษ์รายงาน
การหมิ่นพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นเป็นระยะๆ มีทั้งที่แก้ไขแล้วละยังคงอยู่ อย่างเช่นล่าสุดก็มีภาพรองเท้ากับโบราณสถาน ซึ่งเป็นการโชว์สินค้าของ suelasonline โดยมีข้อความสุรปใจความแปลได้ว่า ซื้อรองเท้านี้เอาไปเที่ยวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือกรณีที่ฝรั่งชาวเมือง Masstricht ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ผลิตสิ้นค้าสบู่เป็นเศียรพระพุทธเจ้าและนำออกวางขายทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก
นายอำนาจ บัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เปิดเผยในงานเสวนาวิชาการเรื่อง หมิ่นพระพุทธศาสนา : จะจัดการอย่างไร ใครจะจัดการ ซึ่งจัดโดยศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2556ว่า มีการเผยแพร่ภาพกลุ่มหญิงสาวชาวจีนแต่งชุดบิกินี่ทำท่าไหว้รูปภาพพระพุทธเจ้าที่ตั้งอยู่กลางถนน โดยผ่านทางเว็บไซต์
ขณะเดียวกันนายอำนาจ กล่าวว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงมีความจำเป็นจะต้องมีพระราชบัญญัติอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ขณะนี้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็มีท่าทีเห็นด้วย
ด้านนายปรีชา ช้างขวัญยืน ผู้อำนวยการศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา ได้แสดงความเห็นว่า ความดูหมิ่นกันของมนุษย์สืบเนื่องมาจากความยึดถือตัวตนของตนเป็นที่ตั้งคือมาจากตัวถูก ตัวเก่ง ตัวดี อีกทั้งความคิด ความรู้ความสามารถ การกระทำ สิ่งที่ตนมีก็เป็นสิ่งที่ถูก สิ่งที่ดีกว่าใครๆ ความยึดถือตัวตนเป็นธรรมชาติของคนที่ยังไม่พ้นกิเลส คนทั้งที่มีฐานะทางกาย ใจ วัตถุและทางสังคมต่างกันจึงดูหมิ่นกัน ใครเหนือกว่าในเรื่องใดก็ดูหมิ่นคนที่ด้อยกว่าในเรื่องนั้น
ในเรื่องศาสนา คนที่ไม่เชื่อศาสนา เช่นนักวิทยาศาสตร์ดูหมิ่นศาสนาว่าไม่รู้จริงเรื่องโลก เรื่องวัตถุ เห็นคำ สอนทางศาสนาเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ คนที่เชื่อศาสนาก็ดูหมิ่นคนที่ไม่เชื่อเช่นนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นพวกติดวัตถุ ติดเรื่องร่างกาย ไม่รู้จักเรื่องจิตใจ เรื่องผิดชอบชั่วดี ศาสนิกชนที่นับถือศาสนาแบบมีพระเจ้าก็ดูหมิ่นศาสนาที่ไม่เชื่อพระเจ้า ศาสนิกชนที่นับถือศาสนาแบบไม่เชื่อพระเจ้าก็ดูหมิ่นศาสนาที่เชื่อพระเจ้า ศาสนิกชนศาสนาใหญ่ๆก็ดูหมิ่นลัทธิเล็กๆน้อยๆ ศาสนิกชนในศาสนาเดียวกันที่ตั้งตนเป็นนักปราชญ์
ทางศาสนาก็ดูหมิ่นศาสนิกชนที่เชื่อศาสนาแบบชาวบ้านที่มีศรัทธาแต่ไม่รู้คัมภีร์ และนักปราชญ์ทางศาสนาก็ดูหมิ่นกันเองในเรื่องความรู้และสติปัญญา ความยกฐานะของตน กดฐานะของผู้อื่นจึงเป็นเหตุของการหมิ่น หรือการดูหมิ่น ลูกหมิ่นพ่อ ผัวหมิ่นเมีย เพื่อนหมิ่นเพื่อน นายหมิ่นลูกน้อง ลูกน้องหมิ่นนาย คนอาชีพหนึ่งหมิ่นอีกอาชีพหนึ่ง ความเชื่อหนึ่งหมิ่นอีกความเชื่อหนึ่ง คนสมประกอบหมิ่นคนไม่สมประกอบคนรูปร่างหน้าตาดีหมิ่นคนรูปร่างหน้าตาไม่ดี ฯลฯ การหมิ่นนี้เป็นการหมิ่นโดยรู้ตัวหรือไม่เจตนาจะหมิ่นก็ได้ การมีความรู้สึกดูหมิ่นอยู่ในใจทำให้พูดและแสดงการกระทำที่เป็นการหมิ่น
การหมิ่นพระพุทธศาสนาในกรณีเช่นนี้มีทั้งการหมิ่นที่เกิดจากคนต่างชาติเช่น ฝรั่งใช้พระพุทธรูปในการโฆษณาสถานบันเทิง และกรณีที่คนไทยเช่น พระสงฆ์ทำหยาบหยามพระพุทธรูปด้วยกิริยาอาการ หรือใช้คำพูดหมิ่น เช่นว่าพระพุทธรูปเป็นเพียงอิฐปูน ซึ่งเป็นคำพูดที่มีทั้งคนที่ไม่นับถือศาสนาและคนที่มีความรู้พระพุทธศาสนา กรณีที่คนในศาสนาอื่นให้คนที่เปลี่ยนศาสนาจากพระพุทธศาสนาข้ามพระพุทธรูปก็อยู่ในข่ายการหมิ่นโดยเจตนาเช่นกัน
การนำชิ้นส่วนอาคารเช่น ช่อฟ้าหน้าบัน คันทวย พระเจดีย์ที่เป็นรูปแบบของศาสนวัตถุไปตกแต่งอาคารอื่น ห้องทำงาน โรงแรม สถานบริการหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นเช่น ใช้เศียรพระพุทธรูปตั้งประดับสถานที่ เป็นต้น ล้วนแต่เข้าข่ายหมิ่นพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น
การหมิ่นอีกแบบหนึ่งเป็นการหมิ่นแบบไม่เจตนา ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้ เช่น วัฒนธรรมฝรั่งไม่ถือตัว ฝรั่งอาจถ่ายรูปคู่กับพระพุทธรูปโดยมือจับเศียรพระพุทธรูป แต่คนไทยซึ่งถือหัวและพระพุทธรูปเป็นสิ่งเคารพในวัฒนธรรมไทย การทำเช่นนั้นเป็นการหมิ่นพระพุทธศาสนา กรณีคนไทยที่ให้เช่าพระ วางพระกับพื้นทางเดินก็เป็นการหมิ่นพระพุทธศาสนาโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และอาจเป็นเหตุที่ทำให้ฝรั่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติมิใช่การหมิ่น
การหมิ่นแบบไม่เจตนาอีกแบบหนึ่งอาจเกิดจากการกระทำหรือการพูดถึงศาสนาจากมุมมองหรือความคิดที่เป็นทฤษฎีนอกศาสนานั้นๆ เช่น พวกสตรีนิยมวิจารณ์พระพุทธเจ้าว่าไม่เป็นธรรมต่อสตรีแพทย์หรือนักวิชาการบางคนพูดว่าพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ศิลปินวาดภาพที่ขัดกับความดีงามในพระพุทธศาสนา หรือแสดงให้เกิดความเข้าใจผิดต่อศาสนา โดยที่ศิลปินมุ่งแสดงแง่มุมนั้นๆในเชิงศิลปะ และมิได้มุ่งให้เกิดผลในทางดูหมิ่นหรือทำลายพระพุทธศาสนา แต่ทำให้ศาสนิกชนเกิดความรู้สึกว่าเป็นการหมิ่นสถาบันศาสนา เช่นถือว่าเป็นการให้ร้ายต่อสถาบันสงฆ์โดยส่วนรวม
การที่มีผู้หมิ่นพระพุทธศาสนาเช่นนี้ พุทธศาสนิกชนแม้ใช้ขันติธรรมในทางที่จะไม่ให้เกิดความบาดหมางรุนแรงระหว่างศาสนา แต่ก็ควรแสดงความปกป้องพระพุทธศาสนาในทางใดทางหนึ่ง ถ้าสามารถจัดการได้ในเชิงระบบ เช่น ผ่านระบบกฎหมาย สื่อมวลชน การแสดงพลังโดยกลุ่มพลังการดำเนินการด้านการทูตหรือวัฒนธรรม การดำเนินการผ่านผู้นำทางศาสนาที่จะให้เกิดการแก้ไขโดยมีการดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนอย่างจริงจังไปโดยลำดับ การใช้ขันติธรรมโดยไม่ดำเนินการใดๆเลยนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง
การหมิ่นพระพุทธศาสนาอาจเกิดได้ในหลายลักษณะดังกล่าว และอาจเกิดแก่ส่วนใดส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา เช่น ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ พระรัตนตรัย พิธีกรรม ประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งอาจเกิดจากเหตุผลทางธุรกิจ ศิลปกรรม การสื่อสาร การวิพากษ์วิจารณ์ การหมิ่นพระพุทธศาสนาจึงเป็นเรื่องกว้างขวางที่เกี่ยวข้องกับวิชาการ งานและบุคคลหลายฝ่าย มีความสัมพันธ์กับความคิดความเชื่อของคน เสรีภาพในการนับถือศาสนากับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอาจขัดแย้งกัน ขอบเขตเสรีภาพที่ศาสนิกชนเข้าใจกับที่คนนอกศาสนาเข้าใจอาจแตกต่างกัน ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งได้ระดับความรู้สึกว่าอะไรหมิ่นหรือไม่หมิ่นก็แตกต่างกัน
ประเทศที่ไม่ให้ความสำคัญแก่ศาสนาอย่างสหรัฐอเมริกากับประเทศที่ศาสนาเป็นสถาบันหลักก็มีความรู้สึกและความเข้าใจต่อศาสนาแตกต่างกัน ซึ่งก็รวมถึงคนในประเทศนั้นๆด้วย เรื่องนี้จึงต้องอาศัยคนหลายฝ่ายที่มีความสนใจและความคิดหลายแง่หลายมุมมาช่วยกัน วิเคราะห์ ให้ความเห็น และเสนอวิธีแก้ไขที่รอบคอบและมีประสิทธิภาพ จึงจะสามารถเป็นแนวทางให้แก่หน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ดำเนินการได้
ทั้งนี้ผู้อำนวยการศูนย์พุทธศาสน์ศึกษารับที่จะนำความเห็นจากผู้เข้าร่วมเสวนาที่เป็นอาจารย์และนิสิตนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมประมาณ 50 รูป/คน ไปสร้างเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและจัดกิจกรรมระดมความเห็นเป็นระยะๆ



