
ร่วมบุญปิดทอง'พระพุทธชินราช'วัดไทยพุทธคยา
ศิษย์วัดปริวาส ร่วมบุญปิดทอง พระพุทธชินราช วัดไทยพุทธคยา : เรื่อง / ภาพ โดยแล่ม จันท์พิศาโล
วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย (รัฐพิหาร) เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๐ มีเนื้อที่ราว ๑๒ ไร่ (๕ เอเคอร์) ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ และองค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระนาม พระพุทธเมตตา เป็นสถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประมาณ ๕๐๐ เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันมี พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล เป็นเจ้าอาวาส
พระอุโบสถของวัดไทยพุทธคยา จำลองแบบมาจากวัดเบญจมบพิตร กทม. ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
นอกจากนี้ พระประธานในพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยายังได้จำลองพระพุทธชินราช จากวัดเบญจมบพิตร อีกด้วย โดยได้รับพระราชทานพระนามจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “พระพุทธธรรมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย”
ความเป็นมาของการจัดสร้าง วัดไทยพุทธคยา สืบเนื่องมาจากสมัยที่ประเทศอินเดีย ได้รับได้เอกราชจากอังกฤษ เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ ต่อมา ฯพณฯ ศรีเยาวหราลล์ เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศอินเดีย ได้เตรียมการจัดงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษขึ้น หรือที่เรียกว่า “พุทธชยันตี” ใน พ.ศ.๒๕๐๐ จึงได้ประกาศเชิญชวนให้ประเทศต่างๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนาได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นด้วยศิลปะของประเทศตน ณ พุทธคยา ดินแดนตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยรัฐบาลอินเดีย ได้จัดสรรที่ดินให้เช่าในนามรัฐบาลต่อรัฐบาล คราวละ ๙๙ ปี และเมื่อหมดสัญญาแล้ว สามารถต่ออายุสัญญาได้อีกคราวละ ๕๐ ปี
รัฐบาลไทยในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้ตอบรับคำเชิญชวน โดยได้ดำเนินการก่อสร้างวัดไทยพุทธคยาขึ้น เริ่มจากพระอุโบสถ และพระประธาน รวมทั้งเสนาสนะต่างๆ อย่างครบถ้วน พร้อมกับส่งคณะสงฆ์ไปจำพรรษาตั้งแต่สมัยนั้น จนถึงทุกวันนี้
บัดนี้ วัดไทยพุทธคยา มีอายุครบ ๕๕ ปีบริบูรณ์ เสนาสนะบางส่วนอยู่ในสภาพที่ต้องบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ เพื่อให้มีความมั่นคงถาวรสืบไป
โอกาสนี้ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทโธ) จึงได้นิมนต์พระพิพิธพัฒนาทร (พระอาจารย์สมชาย) เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม ยานนาวา กทม. ผู้ชำนาญในการปิดทองพระพุทธรูปองค์ใหญ่ โดยมีผลงานด้านนี้มาแล้วมากมาย เป็นผู้ดำเนินการปิดทอง พระพุทธชินราช (จำลอง) ในพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา อันเป็นโครงการหนึ่งของการบูรณปฏิสังขรณ์วัดไทยพุทธคยา ในครั้งนี้
พระอาจารย์สมชาย จึงพร้อมด้วยทีมงานอันประกอบด้วย พระสงฆ์ในวัดและศิษยานุศิษย์ฆราวาส รวม ๑๙ รูป/คน ได้เดินทางไปยังวัดไทยพุทธคยา เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ และได้เริ่มทำงานทันทีในตอนเย็นของวันนั้น
โดยขั้นแรก ได้ทำความสะอาดทั่วทุกซอกมุมขององค์พระพุทธชินราช (จำลอง) จากนั้นได้ทาสีเหลืองในบริเวณที่จะปิดทองก่อน ทิ้งให้สีแห้ง ๑ คืน พอวันรุ่งขึ้นจึงได้ดำเนินการปิดแผ่นทองคำเปลวแท้ ขนาดความกว้างxยาวประมาณ ๔ ซม. ตามบริเวณที่ได้ทาสีไว้แล้ว (สีที่ทานี้ใช้แทน “รัก” ในสมัยก่อน แต่มีคุณภาพที่ดีกว่า และสามารถกำหนดระยะเวลาที่ให้สีแห้งพอดีกับการปิดทองในแต่ละจุดได้เป็นอย่างดี)
ก่อนจะเสร็จงานในวันแรก ทีมงานได้ทาสีบริเวณอื่นขององค์พระที่เตรียมจะปิดทองในวันต่อไป ทำเช่นนี้เป็นเวลา ๕ วันเต็ม งานปิดทองพระองค์ใหญ่ในแดนพุทธภูมิก็เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ได้องค์พระที่ปิดทองใหม่เหลืองอร่ามแวววาวสวยงามยิ่งหนัก
ตลอดเวลาที่มีการบูรณะปิดทองครั้งนี้ ได้มีชาวอินเดียและชาวต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งนิยมเข้ามาชมความสวยงามของพระพุทธชินราช และภาพเขียนต่างๆ ภายในของพระอุโบสถเป็นระยะๆ ต่างให้ความสนใจวิธีการปิดทององค์พระใหญ่ ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยพวกเขากล่าวกันว่า เป็นภูมิปัญญาของคนไทยอย่างแท้จริง ที่สามารถทำให้องค์พระมีเนื้อเหมือนกับทองคำแท้ งดงามจริงๆ
ขณะเดียวกัน ได้มีคนไทยที่เดินทางไปแสวงบุญ ๔ สังเวชนียสถานในอินเดียและเนปาล และแวะทำบุญที่วัดไทยพุทธคยา ได้ขอมีส่วนร่วมในงานปิดทองพระใหญ่ในครั้งนี้ด้วย รวมทั้งพระสงฆ์และคนไทยที่ทำงานในวัด โดยเชื่อกันว่า ผู้ที่ได้ปิดทองพระใหญ่จะได้รับอานิสงส์สูง มีความสุขมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ได้รับโชคลาภและสมบัติพัสถานยิ่งๆ ขึ้น
งานปิดทองพระพุทธชินราช (จำลอง) วัดไทยพุทธคยา ครั้งนี้ ได้ใช้แผ่นทองคำเปลวแท้ จำนวนกว่า ๓ หมื่นแผ่น มูลค่ากว่า ๓ แสนบาท หากรวมค่าใช้อื่นๆ (อาทิ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนออกกันเอง) จะอยู่ที่ประมาณ ๑ ล้าน โครงการนี้คณะศิษย์พระอาจารย์สมชายได้พร้อมใจกันร่วมทำบุญทั้งหมด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระอาจารย์สมชายได้เริ่มเรียนรู้วิธีปิดทองคำเปลวด้วยตนเอง มาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๘ จนมีความรู้ความชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ถ่ายทอดวิธีการให้แก่พระเณรในวัด และศิษย์ฆราวาสทั้งหลาย เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการรับงานปิดทองพระใหญ่ในโอกาสต่อๆ ไป
ตลอดระยะเวลากว่า ๒๕ ปี ที่ผ่านมา พระอาจารย์สมชายได้รับนิมนต์จากวัดต่างๆ ทั่วเมืองไทย และวัดไทยในต่างประเทศอีกหลายวัด ไปปิดทองพระองค์ใหญ่มาแล้วนับร้อยองค์ โดยไม่เคยเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น (แม้แต่อาหารการขบฉัน) เพียงขอให้มีที่พำนักเท่านั้นก็พอ
ขณะเดียวกัน คณะศิษย์พระอาจารย์สมชาย ซึ่งมีจำนวนมาก เมื่อทราบข่าวว่าหลวงพ่อได้รับงานปิดทองพระใหญ่วัดไหนก็ตาม จะพากันมาขอร่วมทำบุญโดยบริจาคเงินเพื่อซื้อแผ่นทองคำเปลวแท้ถวายท่าน ฝากไปปิดทองพระใหญ่ด้วยเสมอ ทุกคนที่ได้ร่วมทำบุญปิดทองพระใหญ่ ต่างกล่าวตรงกันว่า ทำแล้วมีชีวิตที่ดีขึ้น การงานการเงินคล่องไปหมด อธิษฐานขอพรสิ่งใดก็มักจะประสบความสมหวังเสมอ
โครงการต่อไป พระอาจารย์สมชายได้รับนิมนต์ไปปิดทองพระใหญ่องค์ไหน สอบถามโดยตรงที่วัดปริวาสราชสงคราม ยานนาวา กทม.



