พระเครื่อง

เผาสรีระ'หลวงพ่อประสิทธิ์'3ครั้งไม่ไหม้

เผาสรีระ'หลวงพ่อประสิทธิ์'3ครั้งไม่ไหม้

17 ธ.ค. 2555

ฮือฮา! เผาสรีระ 'หลวงพ่อประสิทธิ์' 3 ครั้ง ไม่ไหม้ ชาวบ้านเชื่อเป็นปาฏิหาริย์ ลูกศิษย์มีมติใส่โลงแก้วเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการ

                     17 ธ.ค.55 ที่ศาลาการเปรียญวัดทับปรูพัฒนาราม ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางไปนมัสการสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ อุฎฐายี อดีตเจ้าคณะตำบลวังสำโรง และอดีตเจ้าอาวาสวัดทับปรูพัฒนาราม ซึ่งมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา สิริอายุรวม 80 ปี ซึ่งคณะศิษยานุศิษย์ได้เก็บรักษาสรีระสังขารไว้เป็นเวลานานกว่า 3 ปี และในได้เคลื่อนสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ ไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่บริเวณ ฌาปณสถานของวัดทับปรูเมื่อเวลา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2555 ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศจำนวนหลายพันคนเดินทางมาร่วมประกอบพิธี

                     แต่หลังจากประกอบพิธีประชุมเพลิงแล้ว ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของวัดได้พยายามจุดไฟ แต่จุดเท่าไหร่ไฟก็ไม่ยอมลุกไหม้โลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อแต่อย่างใด แต่ไฟกลับลุกไหม้ดอกไม้จันท์ที่มีพุทธศาสนิกชนนำไปวางบนเชิงตะกอนไปจนหมด ทั้งๆ ที่สัปเหร่อของวัดประกอบพิธีครบทุกขั้นตอนแล้ว แต่ก็ไฟก็ไม่ยอมลุกไหม้โลงเหมือนกับการฌาปนกิจศพทั่วไป ทำให้คณะสงฆ์ของทางวัดรวมถึงคณะศิษยานุศิษย์ จึงมีความเห็นร่วมกันให้เคลื่อนย้ายโลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อออกจากเชิงตะกอน แล้วนำขึ้นไปยังบนศาลาการเปรียญ พร้อมกับเคลื่อนย้ายสรีระสังขารของหลวงพ่อไปบรรจุในโลงแก้วใส เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบนมัสการ

                     ทางด้านนายต่อศักดิ์ กุลนานันท์ สจ. ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า เป็นปฎิหารย์ยิ่งนัก ซึ่งตนก็มาร่วมในการเผาสรีระหลวงพ่อประสิทธิ์ ซึ่งมีการจุดไฟเผาถึง 3 ครั้ง แต่ไฟนั้นเผาแต่ดอกไม้จันส่วนโรงและสรีระหลวงพ่อประสิทธิ์นั้นไม่ยอมไหม้ ซึ่งน่าแปลกใจมาก ไม่ใช่แต่ตน แต่ประชาชนที่มาร่วมเผาสรีระหลวงพ่อประสิทธิ์ ก็ แปลกใจไปตามกันทุกคนเชื่อว่าเป็นปฎิหารของหลวงพ่อ

                     สำหรับหลวงพ่อประสิทธิ์ อุฎฐายี อดีตเจ้าคณะตำบลวังสำโรงทับปรู เป็นพระนักปฏิบัติธรรม ที่เคร่งครัดในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ครั้งแรกตั้งแต่ตอนอายุ 20 ปี และศึกษาธรรมะเรื่อยมาจนสามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นเจ้าคณะตำบล อีกทั้งยังมีลูกศิษย์หลากหลายอาชีพให้ความเคารพเลื่อมใสนับถือศรัทธา การมรณภาพของหลวงพ่อประสิทธิ์ นำซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของพุทธศาสนิกชน เพราะเป็นการสูญเสียของวงการพระสงฆ์ครั้งสำคัญ และเมื่อนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจแล้ว แต่ไฟที่จุดกลับไม่ยอมลุกไหม้โลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ ทำให้เจ้าอาวาสวัดทับปรูพัฒนารามและคณะศิษยานุศิษย์ จึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะไม่ประกอบพิธีฌาปนกิจอีกแล้ว แต่จะเก็บรักษาสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ตลอดไป เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มานมัสการขอพรตลอดไป

 

 

 

"}])