พระเครื่อง

หมอพบสิ่งผิดปกติในปอด'หลวงพ่อคูณ'

หมอพบสิ่งผิดปกติในปอด'หลวงพ่อคูณ'

03 ธ.ค. 2555

คณะแพทย์ต้องประเมินอาการหลวงพ่อคูณแบบวันต่อวัน หลังพบร่องรอยความผิดปกติของปอดทั้ง 2 ข้าง

              3 ธ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่เข้าพักรักษาอาการอาพาธด้วยภาวะปอดบวมจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา

               ล่าสุดเช้าวันที่เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้นำเครื่องอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง นำมาทำการตรวจบริเวณช่องท้องของหลวงพ่อคูณ เพื่อตรวจหาความผิดปกติในระบบการทำงานของ ไต และตับของหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างไร ส่วนอาการโดยรวมหลวงพ่อคูณ ยังคงมีไข้ วัดได้ 37.5 องศาเซลเซียส พร้อมทั้งมีอาการเหนื่อยหอบ แต่ยังรู้สึกตัวดี แพทย์ยังคงให้งดเยี่ยม ขณะที่ศิษยานุศิษย์ที่ทราบข่าวอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณก็ต่างเดินทางมาร่วมลงชื่อในสมุดเซ็นต์ที่ทางโรงพยาบาลได้เตรียมไว้ที่บริเวณหน้าห้องพักเพื่อให้หลวงพ่อคูณหายจากอาการอาพาธ

               ด้าน นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า จากการตรวจร่างกายของหลวงพ่อคูณในช่วงเช้า พบว่าหลวงพ่อคูณยังคงมีไข้อยู่ที่ประมาณ 37.5-38 องศาเซลเซียส แต่สภาพโดยรวมถือว่ายังคงทรงตัวจากทุกๆวันที่ผ่านมา คือการรู้สึกตัวเมื่อซักถาม แต่ยังคงมีอาการเหนื่อยหอบแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังคงมีเสหมะเป็นจำนวนมาก ซึ่งคณะแพทย์ก็ยังคงใช้แนวทางในการรักษาเหมือนเดิม โดยการให้ยาปฏิชีวนะผ่านทางหลอดเลือดดำ , ให้ยาขยายหลอดลม และยาละลายเสมหะ ซึ่งตนยอมรับว่าอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณในครั้งนี้น่าเป็นห่วง เนื่องจากอายุหลวงพ่อคูณมากแล้ว อีกทั้ง ร่างกายของหลวงพ่อคูณที่เคยเป็นถุงลมโป่งพอง และเป็นวัณโรคปอดจากคราวก่อน ก็ถือว่าหนักอยู่แล้ว ส่วนหลวงพ่อคูณจะต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนคราชสีมา นานเท่าไรนั้นตนคิดว่าการรักษาครั้งนี้ต้องมีการประเมินสภาพร่างกายของหลวงพ่อคูณแบบวันต่อวัน เพราะคณะแพทย์พบว่าปอดของหลวงพ่อคูณทั้ง 2 ข้างนั้น มีร่องรอยของความผิดปกติอยู่ ดังนั้นทำให้คณะแพทย์ต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเนื่องจากหลวงพ่อคูณอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันได้ทุกเมื่อ.

"}])