
'เล็ก ลิโพ'สปอนเซอร์ประกวดพระเป็นทางการ
'เล็ก ลิโพ'ผู้สนับสนุนงานประกวดพระอย่างเป็นทางการ : สรณะคนดัง เรื่อง / ภาพโดยไตรเทพ ไกรงู
“สปอนเซอร์ หรือผู้ให้การสนับสนุนการประกวดพระเครื่องพระบูชา” นอกจากการได้รับการสนับสนุนจากคนในวงการพระเครื่องด้วยกันเองแล้ว ยังมีบริษัทเอกชนให้การสนับสนุนกันอย่างมากมายสุดแล้วแต่ผู้จัดงานจะมีบารมีและศักภาพในการหาสปอนเซอร์มากน้อยเพียงใด และหนึ่งในบริษัทที่ให้การสนับสนุนการประกวดพระเครื่องพระบูชามาอย่างเป็นทางการมากว่า ๑ ทศวรรษ คือ บริษัท โอสถสภา จำกัด
“ทุกงานการประกวดพระหากผู้จัดแจ้งมายังฝ่ายกิจกรรมพิเศษบริษัทจะส่งเครื่องดื่มลิโพพร้อมทีมงานไปช่วยขายโดยมีนโยบายว่า ขายได้เท่าไรมอบให้ผู้จัดงานทั้งหมด กว่า ๑๐ ปี ที่ผ่านมาไปงานประกวดพระทุกแห่ง ทั้งเหนือสุดและใต้สุด เหนือสุดไปไกลถึง จ.เชียงราย ใต้สุดไปไกลถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนอีสานสุดก็ไปถึง จ.นครพนม ที่บ่อยมากที่สุดก็จะเป็นในกรุงเทพฯ” นี่เป็นคำบอกเล่าของนายนายเผด็จ สุขดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท โอสถสภา จำกัด หรือเจ้าของฉายา “เล็ก ลิโพ”
ทั้งนี้ การนำลิโพมาขายและมอบรายได้ทั้งหมดให้งานประกวดพระเป็นไปตามนโยบายของบริษัทอย่างหนึ่งที่ ร.ต.อ.สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโอสถสภา ซึ่งเป็นคำสอนของพ่อท่าน คือ “..คุณพ่อคุณแม่สอนผมเสมอว่า ไม่ว่าทำธุรกิจการงานอะไรถ้าประสบความสำเร็จได้กำไรมา เราต้องตอบแทนสังคมด้วย..” รวมทั้งเป็นไปตามปณิธานและความมุ่งมั่นของผู้บริหาร ที่ต้องการคืนประโยชน์สู่สังคม คือจุดเริ่มต้นของกิจกรรมและโครงการต่างๆ มากมาย นอกจากนี้แล้วบริษัทยังสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมสาธารณกุศล โดยมุ่งเน้นในด้านการศึกษา และสาธารณสุข โดยมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนใดๆเพียงเพื่ออยากเห็นสังคมไทยคือสังคมแห่งการให้อย่างแท้จริง
เล็ก ลิโพ บอกว่า มีความคุ้นเคยกับวงการพระเครื่องมาตั้งแต่ก่อนเข้าทำงานที่บริษัทโอสถสภา ด้วยเหตุที่เป็นคนพิจิตรก่อนหน้านี้เพื่อนในวงการพระเครื่องจะเรียกฉายาว่า “เล็ก พิจิตร” แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จักและเรียกมากเท่าใดนัก และเมื่อเข้าทำงานฝ่ายกิจกรรมพิเศษของบริษัทโอสถสภา และโดยมีโอกาสนำเครื่องดื่มลิโพมาเปิดขายในงานประกวดพระเครื่อง จนได้รับฉายาว่า “เล็ก ลิโพ” และใช้ฉายานี้มากกว่า ๑๐ ปี แล้ว
แรกเริ่มบริษัทไม่คิดว่ารายได้จากการขายจะไม่มากพอ บริษัทจึงตั้งงบไว้ว่าจะมอบเงินให้ประมาณ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทต่องาน แต่เมื่อขายไปได้ระยะหนึ่งผู้ร่วมงานทราบว่า เงินรายได้ทั้งหมดมอบให้ผู้จัดงาน คนที่มาประกวดพระก็จะช่วยกันอุดหนุน ทำให้รายได้แต่ละครั้งอยู่ที่ ๑๘,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ บาท โดยรายได้จำนวนนี้ทางบริษัทไม่ได้หักเก็บไว้เลยสักบาทเดียว ทั้งค่ารถ ค่าพนักงานขาย บริษัทรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งต้องจ่ายอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท
“งานที่ผมทำถือว่าลงตัวแล้วสำหรับตัวผม เพราะได้ทั้งมาทำงานให้บริษัท และประกวดพระในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ ผมจะเอาพระที่เก็บสะสมไว้มาส่งประกวด รวมทั้งหาเช่าพระไปขายด้วย ผมจึงไม่รู้สึกว่าการเดินทางไกลๆ เป็นเรื่องที่เหนื่อยยาก ซึ่งงานประกวดพระทุกสนามเจอแต่คนในวงการพระเครื่องหน้าเดิมๆ ทั้งนั้น คล้ายๆ กับว่าขายลิโพให้เพื่อนพ้องในวงการพระเครื่องมากกว่า ไม่ได้ขายให้ลูกค้าที่ไหน” เล็ก ลิโพกล่าว
ส่วนพระเครื่องที่เล็ก ลิโพ บอกว่า ต้องแขวนติดคอและขาดไม่ได้ คือ พระหลวงปู่ทวด ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าจะเดินทางไปงานประกวดพระทั่วประเทศไทย ตัวเองและทีมงานไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลยสักครั้งเดียว ทุกวันนี้นอกจากเดินสายขายลิโพทุกสนามงานประกวดพระทั่วประเทศแล้ว ยังเปิดร้านรับเช่าพระพระเครื่องภูริณัฐ (เล็ก ลิโพ) ที่ "www.thaprachan.com/พระเครื่องภูริณัฐ" อีกด้วย



