พระเครื่อง

พระในใจ'หมู วิเชียรบุรี'ผู้ชำนาญพระรูปหล่อยอดนิยม

พระในใจ'หมู วิเชียรบุรี'ผู้ชำนาญพระรูปหล่อยอดนิยม

25 พ.ย. 2555

'พระแพงไม่ว่า ขอให้แท้และสวยจริง''หมู วิเชียรบุรี' ผู้ชำนาญพระรูปหล่อยอดนิยม : เส้นทางนักพระเครื่อง โดยตาล ตันหยง

              จ.เพชรบูรณ์ เป็นเมืองเก่าแก่มาแต่ครั้งโบราณกาลตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุกว่า ๓,๐๐๐ ปี ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยทวารวดี มีหลักฐานปรากฏชัดเจน คือ เมืองศรีเทพ และโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธ อาทิ ธรรมจักร พระพุทธรูป และพระโพธิสัตว์จำนวนมาก ซึ่งมีอายุเก่ากว่า ๑,๒๐๐ ปี ต่อมาอิทธิพลของ “ขอม” ได้แผ่มาถึงเมืองศรีเทพ เมื่อประมาณ ๙๐๐ ปีก่อน ทำให้มีรูปเคารพและปราสาทที่ได้รับอิทธิพลขอมสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู เช่น ปรางค์ศรีเทพ ปรางค์สองพี่น้อง และปรางค์ฤาษี ฯลฯ จนถึงสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา เมืองเพชรบูรณ์ก็มีหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากมาย
 
              ด้วยเหตุนี้ จ.เพชรบูรณ์ จึงมีการขุดพบพระกรุหลายยุคหลายสมัย รวมทั้งมีพระคณาจารย์ผู้สืบทอดสรรพวิชาการต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
 
              พระเกจิอาจารย์ท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองไทย โดยเฉพาะนักสะสมพระเครื่องรู้จักกันดี คือ หลวงพ่อทบ (พระครูวิชิตพัชราจารย์) วัดพระพุทธบาทเขาน้อยชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ (เกิด ๓ มีนาคม ๒๔๒๔ มรณภาพ ๑๔ มีนาคม ๒๕๑๙) ท่านได้ปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ อาทิ พระบูชา รูปหล่อโบราณ เหรียญ พระผง รูปถ่าย ล็อกเกต แหนบ แหวน รวมทั้งเครื่องรางของขลังหลายชนิด อาทิ ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ มีดหมอ ฯลฯ
 
              ปัจจุบันสรีระของท่านยังเก็บรักษาอยู่ในหีบแก้ว ภายในมณฑป วัดช้างเผือก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นวัดร้างที่ท่านได้บูรณปฏิสังขรณ์อีกวัดหนึ่งจนมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นวัดที่สมบูรณ์จนถึงทุกวันนี้
 
              ก่อนหน้านี้ ประวัติ หลวงพ่อทบ และวัตถุมงคลของท่านยังไม่มีใครรวบรวมจัดพิมพ์รวมเล่มมาก่อน เพิ่งจะมีการจัดพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์เมื่อปี ๒๕๕๐ โดย หมู วิเชียรบุรี และ เซี้ยง หล่มสัก ผู้ชำนาญพระสายนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่เกียรติคุณของหลวงพ่อให้อยู่ในความทรงจำของนักสะสมพระเครื่องตลอดไป และเป็นหนังสือคู่มือสำหรับผู้สนใจสะสม พระหลวงพ่อทบ โดยเฉพาะ

              หมู วิเชียรบุรี เจ้าของชื่อจริง สมชาย บุรพพงษานนท์ เป็นชาวเพชรบูรณ์โดยกำเนิด สมัยเด็กอายุประมาณ ๑๐ ขวบ คุณย่าที่ อ.หล่มสัก ได้พาไปกราบ หลวงพ่อทบ ซึ่งขณะนั้นท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดช้างเผือก เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์วัดและหาปัจจัยสร้างโบสถ์ โดยท่านได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เพื่อสมนาคุณแก่ผู้ร่วมทำบุญ โอกาสนั้น หลวงพ่อทบได้เมตตาเป่ากระหม่อมให้ เด็กชายหมู พร้อมกับให้ “ลูกอมชานหมาก” อีก ๑ ลูก ซึ่งเด็กชายหมูได้ใช้แขวนคอเป็นประจำ จนเกิดอุบัติถูกรถชนไม่เป็นอะไร ทำให้เด็กชายหมูเกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพุทธคุณของพระเครื่องรางของขลังต่างๆ จึงเริ่มเสาะหาเซียนพระในท้องถิ่น เพื่อขอความรู้ในการดูพระเครื่อง ทั้งๆ ที่ตัวเองมีอายุเพียง ๑๐ ปีเศษเท่านั้น โดยได้เริ่มสะสมพระเครื่องของพระเกจิอาจารย์ในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงก่อน ซึ่งสมัยนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นพระแท้ การศึกษาพระประเภทนี้จึงไม่มีปัญหาอะไร พร้อมกับได้หัดซื้อขายพระตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา โดยมีผู้ใหญ่ใจดีหลายคนเป็นครูแนะนำให้

              “เมื่อผมมีอายุได้ประมาณ ๒๐ ปี ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มุ่งหน้าเข้าสนามพระท่าพระจันทร์ เพื่อการเรียนรู้และซื้อขายพระอย่างจริงจัง โดยนำพระของเมืองเพชรบูรณ์เข้ามาขายให้เซียนพระในสนาม พร้อมกับซื้อพระในสนามกลับไปขายที่เพชรบูรณ์ ทำให้วงการพระที่เพชรบูรณ์มีการสะสมพระที่กว้างขึ้น เพราะพระที่นำไปขายนั้นล้วนเป็นพระแท้ที่เซียนพระเมืองกรุงให้การรับประกันอยู่แล้ว ในขณะที่องค์พระอยู่ในมือ ผมก็ได้อาศัยพระแท้องค์จริงเป็นครูสอนให้ดูจุดสำคัญต่างๆ ขององค์พระ การทำเช่นนี้ทำให้เรียนรู้ดูพระเป็นเร็วขึ้น และหากมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถสอบถามเซียนพระรุ่นพี่ได้เสมอ ทุกท่านมีเมตตาสอนผมดูพระต่างๆ เป็นอย่างดี” หมู วิเชียรบุรี กล่าวถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

              หมู วิเชียรบุรี ได้ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในวงการพระมาโดยตลอด ไม่ได้ทำงานอย่างอื่นใด เรียกว่ายึดอาชีพซื้อขายพระเป็นหลัก การเรียนรู้ดูพระทุกประเภทให้ได้อย่างแม่นยำจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำให้ดีที่สุด โดยต้องใช้ความขยันหมั่นเพียรและอดทนเป็นพิเศษ ในการเรียนรู้จากพระแท้องค์จริง ใช้หลักการพิจารณาจากพิมพ์ทรง, เนื้อพระ, ความเก่าขององค์พระเป็นสำคัญ และนับเป็นความโชคดีที่หมูมีเพื่อนพ้องน้องพี่หลายคนให้การสนับสนุน และช่วยเหลือเกื้อกูลในทุกด้าน ซึ่งหมูบอกว่าเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ดูพระอย่างแท้จริง คือ ต้องมีผู้ให้การสนับสนุน โดยเราเองต้องทำตัวเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ และมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณเสมอ จึงจะสามารถดำรงชีพอยู่ในวงการนี้ได้อย่างมีความสุข
 
              หมู กล่าวด้วยว่า “ประมาณปี ๒๕๓๗ ผมได้รับความเมตตาจากคุณพยัพ คำพันธุ์ และคุณต้อย เมืองนนท์ ให้ขึ้นมาเปิดร้านพระในชมรมพระเครื่องมรดกไทย บนห้างบางลำภูงามวงศ์วาน ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ทำให้ผมมีหลักแหล่งที่ทำมาหากินที่มั่นคงขึ้น พร้อมกับขยับขยายเพดานการเล่นพระที่สูงขึ้นด้วย จากพระทั่วไปเป็นพระหลักยอดนิยม โดยเฉพาะพระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, พระหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, พระกรุพระเก่าอีกหลากหลาย ฯลฯ เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของเซียนพระสายตรงทุกประเภท ที่สำคัญสุด คือ พระทุกองค์ที่ซื้อขายกันบนนี้ มีหลักประกันให้ด้วยว่า ต้องเป็นพระแท้เท่านั้น  หากมีปัญหาต้องรับคืนอย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยเหตุนี้เมื่อผมได้ซื้อพระจากใครแล้วขายต่อออกไป ผู้ซื้อก็มั่นใจได้ว่าเป็นพระแท้แน่นอน เท่าที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีใครที่ซื้อพระไปจากผมแล้วเอามาคืนเพราะเป็นพระเก๊เลยแม้แต่องค์เดียว จะมีก็แต่มาขอซื้อองค์ใหม่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ความพอใจของลูกค้าผม คือ เมื่อได้พระจากผมแล้วไปส่งเข้าประกวดมักจะได้รับรางวัลเสมอ บางคนถึงกับได้รับรางวัลพระชนะเลิศคะแนนรวมก็มี อันนี้ถือเป็นความศรัทธาน่าเชื่อถือที่ลูกค้ามีต่อผมมาก นับเป็นเกียรติเป็นความภาคภูมิใจของผมด้วย ลูกค้าเหล่านี้จึงเป็นลูกค้าประจำที่ผมต้องหาพระป้อนให้เสมอ เพราะมีความเชื่อถือไว้วางใจกันอยู่แล้ว และส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้นิยมพระสวยดูง่าย เรียกว่า พระแพงไม่ว่าขอให้เป็นพระแท้และสวยจริงก็แล้วกัน เพราะโอกาสของพระสวยนั้นมีมากกว่า และอนาคตไปไกลแน่นอน”

              นอกจากนี้ หมูยังได้รับความไว้วางใจจาก สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ให้เป็นกรรมการตัดสินพระรูปหล่อยอดนิยม อันได้แก่ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, พระหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ฯลฯ รวมทั้งได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรร่วมบรรยายพระเครื่องดังกล่าวกับ คุณพยัพ คำพันธุ์ และ คุณฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ หลายครั้งด้วยกัน

              เมื่อปี ๒๕๕๐ หมูกับเพื่อนๆ ได้ร่วมกันจัดทำหนังสือประวัติและวัตถุมงคล  หลวงพ่อทบ วัดชนแดน ฉบับสมบูรณ์ เป็นหนังสือปกแข็ง หนา ๒๒๐ หน้า พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ซึ่งนอกจากจะมีภาพวัตถุมงคลครบทุกรุ่นแล้วก็ยังมีภาพเก่าของหลวงพ่อทบอีกหลายภาพ ซึ่งบางภาพหาดูได้ยาก นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวประสบการณ์อภินิหารของหลวงพ่อทบที่เป็นเรื่องจริงหลายเรื่อง โดยเฉพาะสรีระของท่านเมื่อมรณภาพแล้วไม่เน่าเปื่อย และได้เก็บรักษาอยู่ที่วัดช้างเผือก จ.เพชรบูรณ์ ในทุกวันนี้ หนังสือเล่มนี้ทุกวันนี้ได้กลายเป็นหนังสือหายาก ซื้อขายกันเล่มละหลายพันบาท

              หมู กล่าวในตอนท้ายว่า เซียนพระตัวจริง ต้องเป็น “วันแมนโชว์” คือ กล้าซื้อพระในราคาแพงด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยสายตาคนอื่นช่วย ถึงจะถือว่า “แน่จริง” แต่กว่าจะถึงวันนั้นได้ก็ต้องผ่านพบประสบการณ์มาแล้วอย่างโชกโชน

              หมู วิเชียรบุรี มีร้านพระอยู่ในชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โทร.๐๘-๑๘๔๔-๓๒๔๗ ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องพระเครื่องแก่ทุกท่าน โดยเฉพาะพระรูปหล่อยอดนิยมของพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า

"}])