
'วงศ์ศักดิ์'แขวนพระ๑๐องค์บึ้มเฉียดตาย
'วงศ์ศักดิ์ จันทโรจวงศ์' แขวนพระ ๑๐ องค์ ผ่านความตายจากระเบิด : สรณะคนดัง เรื่อง / ภาพ โดยสุพิชฌาย์ รัตนะ ศูนย์ข่าวภาคใต้
“พระเครื่อง” และ "วัตถุมงคล" กับชีวิตของบรรดาข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมที่ปฏิบัติหน้าที่ในสนาม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กลายเป็นของคู่กันชนิดแยกไม่ออก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากบรรดาข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่นับถือศาสนาพุทธ ต่างพาเหรดกันอาราธนา “ของดี” ติดตัวลงมาขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาในดินแดนปลายด้ามขวานแห่งนี้
นายวงศ์ศักดิ์ จันทโรจวงศ์ ปลัดอาวุโสอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี เป็นข้าราชการอีกคนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยตลอดเส้นทางการทำงานผ่านมาหมด ไม่ว่าจะเป็นปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สีแดงที่ต้องฝ่าทั้งคมกระสุน ควันปืน ไม่เว้นไปถึงดงระเบิด
“ผมทำงานในพื้นที่แห่งนี้เห็นปัญหามาอย่างชัดเจนจากโจรเคยอยู่ในป่า หรือเทือกเขา ปัจจุบันเขาแฝงตัวอยู่กับชาวบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่แยกปลาออกจากน้ำนั้นยากลำบากขึ้น แถมรูปแบบการก่อเหตุทวีความรุนแรงและโหดเหี้ยมกว่าอดีตมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยในแนวทางการต่อสู้ของขบวนการก่อความไม่สงบนั่นคือ การแบ่งแยกดินแดน เพราะนี่คือสิ่งที่ถูกปลูกฝังและหยั่งรากลึกลงไปในก้นบึ้งความคิด ถูกถ่ายทอดจากคนรุ่นสู่รุ่น จนเป้าหมายสู้เพื่อรัฐปัตตานีไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรารู้ดีว่าเราเป็นเป้าหมายของคนร้าย แต่หากยังกลัวหรือหดหัวอยู่ในที่ทำงานไม่กล้าลงพื้นที่จะยิ่งส่งผลให้สถานการณ์เข้าทางโจร ดังนั้นไม่ว่าสถานการณ์ร้ายแรงแค่ไหนเราต้องไป โดยเฉพาะข้าราชการพลเรือนยิ่งต้องลุยไปช่วยชาวบ้าน” นี่คือเสียงสะท้อนของนายวงศ์ศักดิ์
ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติราชการอยู่ในพื้นที่ นายวงศ์ศักดิ์ตะลุยพื้นที่ชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการให้พระนำ โดยอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ขอพรพ่อแม่ และเชื่อในพุทธคุณของพระเครื่องที่อาราธนาติดตัว ก่อนจะเดินหน้าเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านทันทีโดยไม่มีความกลัว
“ผมแคล้วคลาดจากเหตุร้ายมาหลายครา ผ่านคมกระสุนมาก็หลายหน แถมหวุดหวิดจากแรงระเบิดมาก็นับไม่ถ้วน ซึ่งทั้งหมดมั่นใจว่าเกิดจากพุทธคุณของพระเครื่องที่พกติดตัวลุยทำงานในปลายด้ามขวานมากกว่า ๑๐ องค์นี่แหละ” นายวงศ์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ปลัดอาวุโสแห่ง อ.หนองจิก เชื่อมั่นในพุทธคุณของพระเครื่องอย่างสนิทใจโดยไร้ข้อเคลือบแคลงกังขานั่นคือ เมื่อครั้งที่รอดตายจากแรงระเบิดขณะเข้าพื้นที่โดยมีผู้เสียชีวิต ๑ ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย ขณะที่ตัวเองก็โดนแรงระเบิดอัดจนลอยเคว้งก่อนตกกระแทกพื้น ก่อนประคองตัวลุกขึ้นชนิดที่ใครต่อใครที่เห็นเหตุการณ์ต่างไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่เกิดขึ้น
“ทันทีที่หมอกควันจากแรงระเบิดเริ่มจางผมเห็นร่างคนนอนเกลื่อนกลาดร้องโอดครวญตรงหน้า แถมมีปลัดอีกคนขาขาด ผมตั้งสติได้รีบลุกไปประคองเพื่อน ในใจพลางคิดว่าขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบารมีพระเครื่องทุกองค์ป้องกันภัยให้ลูกด้วย” นายวงศ์ศักดิ์ เล่าถึงเหตุการณ์วันเกิดราวกับว่าเพิ่งผ่านไปไม่กี่อึดใจ
ผลพวงจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ คือ บาดแผลที่ยากจะลบจากความทรงจำ แต่ที่มีลมหายใจมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะพระเครื่องที่อาราธนาขึ้นคล้องคออย่างแน่นอน เพราะถูกระเบิดกระเด็นตกลงมานอนคว่ำกับพื้นที่มีเพียงรอยช้ำบริเวณสะโพก และกระดูกซี่โครงร้าว ก่อนจะพักฟื้น ๒๐ วัน แล้วจึงกลับมาทำงานต่อตามปกติ
สำหรับพระเครื่องที่นายวงศ์ศักดิ์ ติดตัวมีมากกว่า ๑๐ องค์ มีทั้งพระกริ่งบาเก็ง (พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ปลุกเสก) ออกที่วัดเอี่ยมวรนุช กทม. พระปิดตาวัดไทรใหญ่ จ.สงขลา พระปิดตาสายเขาอ้อ พระปิดตาหลวงพ่อดิษฐ์ วัดปากสระ จ.พัทลุง พระปิดตาพ่อท่านแก่น พระปิดตาวัดแหลมทราย จ.สงขลา พระหลวงพ่อทวด พิมพ์กลาง ปี ๒๔๙๗ เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ วัดช้างให้ ปี ๒๕๐๘ หลวงพ่อทวด-จตุคามฯ รุ่นบูรณะหลักเมือง ปี ๒๕๕๐ เหรียญหลวงพ่อทุ่ม วัดศุภศาสตราราม (ควนสามโพธิ์) จ.พัทลุง พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี ๒๔๘๕ พระสมเด็จ ๑๐๐ ปี พระคงลำพูน พระหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ พระผงเจ้าท่านเจ้าคุณนรฯ พระหลวงพ่อมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ พระหลวงพ่อดำ วัดตุยง และพระยมกปาฏิหาริย์ วัดทรายขาว
“ผมเดินผ่านความตายจากแรงระเบิดด้วยพุทธคุณของพระเครื่องทุกองค์ที่คล้องคอในวันนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลการนิมนต์พระจากหลายสำนักขึ้นคอเพื่อต้องการให้พุทธคุณครอบจักรวาลที่สุด เนื่องจากการเข้าหาชาวบ้านในพื้นที่สีแดงก็ต้องให้แคล้วคลาดคมกระสุน แคล้วคลาดระเบิด รวมถึงขออย่าให้แนวร่วมต่อต้านการทำงาน ขอให้ทำการใดสัมฤทธิผลโดยดี และหากต้องเจออันตรายขอให้ช่วยรอดตายเพื่อมีลมหายใจทำหน้าที่ดับไฟใต้ต่อไป”วงศ์ศักดิ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายวงศ์ศักดิ์ ยังบอกด้วยว่า หากพูดภาษาชาวบ้านบอกได้เลยว่าพระทุกองค์ที่นิมนต์ติดตัวคงร่วมกันช่วยให้ผมรอดตาย ผ่านเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด ดังนั้น วันนี้จึงยังพกพระติดตัวในการทำงาน ณ ชายแดนภาคใต้คราวละไม่ต่ำกว่าสิบองค์เช่นเดิม เพราะเชื่อว่าพระทุกองค์มีความโดดเด่นเฉพาะทางแตกต่างกันตามสรรพวิชาของพระเกจิอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาอาคมลงไปในพระเครื่องแต่ละองค์ ดังนั้นเพื่อให้มีกำลังใจในการเดินลุยทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้ทุกแห่งอย่างมั่นใจต้องนิมนต์คล้องคอนับสิบๆ องค์ทุกวัน
“ความกลัวทำให้คนไม่กล้าทำอะไร สำหรับผมสยบสิ่งนี้ด้วยพระเครื่องกว่า ๑๐ องค์ ที่สำคัญระเบิดยังคร่าลมหายใจไปไม่ได้ ดังนั้นวันนี้ชีวิตการรับราชการกลางไฟใต้ไม่มีอะไรให้กลัวอีกแล้ว” ปลัดอาวุโสหนองจิก กล่าวทิ้งท้าย
หลวงพ่อทวดรุ่น๑๐๐ปีพระอาจารย์ทิม
ปลัดอาวุโส อ.หนองจิก บอกว่า หลวงพ่อทวดคือหลักชัยที่คนไทยพุทธใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กราบไหว้และยึดเหนี่ยวจิตใจ ดังนั้น จึงร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในจังหวัดปัตตานี ร่วมกันจัดสร้างพระหลวงพ่อทวด รุ่น ๑๐๐ ปี พระอาจารย์ทิม เพื่อรำลึกถึงพระอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ โดยมีพิธีบวงสรวง ณ สถูปหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ และมีพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ ศาลหลักเมืองปัตตานี
โดยมีพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานจุดเทียนชัย มีท่านพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมทั้งมีพระคณาจารย์จากพื้นที่ภาคใต้นับ ๑๐๐ รูป ร่วมปลุกเสกและอธิษฐานจิตโดยรายได้จะนำไปบูรณะศาลหลักเมืองปัตตานี บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดตานีสโมสร จ.ปัตตานี ผู้สนใจสอบถามได้ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี
ในฐานะกรรมการผู้ร่วมจัดสร้างพระหลวงพ่อทวด ครั้งนี้ ปลัดอาวุโส อ.หนองจิก ยืนยันว่า วัตถุประสงค์ เป้าหมายชัดเจน เพราะทุกภาคส่วนในปัตตานีร่วมกันจัดสร้าง ที่สำคัญมีพิธีที่ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ของดีและร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและช่วยกันเผยแผ่กิตติคุณหลวงพ่อทวด รวมทั้งรำลึกถึงคุณงามความดีของพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้อีกด้วย



