
ทาน-ทานบารมี : คำวัด
ทาน-ทานบารมี : คำวัด โดยพระธรรมกิตติวงศ์
มูลนิธิช่วยเหลือการกุศลแชริตี เอด ฟาวน์เดชัน (ซีเอเอฟ) แห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยผลการสำรวจและจัดอันดับหัวข้อประเทศใจบุญที่สุดในโลกแห่งปี หรือ เวิลด์ กีฟวิง อินเด็กซ์ ๒๐๑๑ ที่จัดอันดับตามเงื่อนไขของการบริจาคเงินและการอุทิศตนเพื่อการกุศลของชาตินั้นๆ พบว่า ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ ๙ ชาติผู้ใจบุญที่สุดในโลก และเป็นอันดับ ๒ ของเอเชีย ตามหลังศรีลังกา จากภาพลักษณ์ของคนไทยที่กลับมาช่วยเหลือกันและกัน ทั้งนี้หากนับเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรแล้ว ชาติที่ใจบุญที่สุดในโลกก็คือ “ประเทศไทย”
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอสาราม ได้อธิบายความหมายของคำว่า ทาน แปลว่า วัตถุที่พึงให้ การให้ การแบ่งปัน การเสียสละ การเอื้อเฟื้อ เรียกเต็มๆ ว่า ทานวัตถุ เรียก ไทยทาน บ้าง ไทยธรรม บ้าง
ทาน แปลว่า วัตถุที่พึงให้ ในคำวัดหมายถึง สิ่งของสำหรับให้สำหรับเสียสละแก่ผู้อื่น ได้แก่ สิ่งของที่ควรถวายพระ สิ่งของที่ควรนำไปให้แก่ผู้มีอุปการคุณ เพื่อบูชาพระคุณ เช่น พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ญาติ ผู้ใหญ่ เป็นต้น มุ่งเพื่อสงเคราะห์ เช่น ที่ให้แก่คนตกทุกข์ได้ยาก ให้แก่คนทั่วไปด้วยความกรุณาสงสารบ้าง
ทานมี ๒ แบบ คือ อามิสทาน คือ การให้วัตถุสิ่งของ และธรรมทาน คือ การให้ธรรม ซึ่งทั้ง ๒ อย่างเป็นบุญอย่างหนึ่งเรียกว่า ทานมัย คือ บุญที่เกิดจากการให้ เป็น สังคหวัตถุ คือ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจกันไว้ได้ และเป็นบ่อเกิดแงบารมี เรียกว่า ทานบารมี
ทานวัตถุมี ๑๐ อย่าง คือ อาหาร น้ำ เครื่องนุ่งหุ่ม ยานพาหนะ มาลัย และดอกไม้ ของหอม (ธูปเทียน) เครื่องลูบไล้ (สบู่) ที่นอน ที่อยู่อาศัย และ ประทีป (เทียน ตะเกียง ไฟฟ้า)
การให้ทางวัตถุ ๑๐ อย่าง นี้มีอานิสงส์มาก เพราะเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์อย่างเดียว ไม่มีโทษ ไม่มีภัยแก่ผู้รับ การเลือกของที่จะให้บัณฑิตสรรเสริญ
ส่วนคำว่า ทานบารมี เจ้าคุณทองดีได้ให้ความหมายไว้ว่า บารมีที่เกิดจากการให้ ทั้งนี้มิได้หมายความว่า จะเป็นบารมีไปทั้งหมด การให้ที่เป็นบารมี คือ การให้ด้วยเห็นว่าการให้เป็นความดี เป็นสิ่งที่คนเราพึงทำ เพราะทำให้ผู้อื่นพ้นจากความลำบาก ได้รับความพอใจ จึงมุ่งให้เพื่อรักษาความดี ให้โดยไม่คำนึงถึงผู้รับหรือผู้ได้ประโยชน์ว่าเป็นมิตรหรือศรัตรู เช่นนี้จึงเรียกว่า ทานบารมี
ตัวอย่างทานบารมีที่เรารู้จักกันดี คือ พระเวสสันดรทรงให้ทานด้วยทรงต้องการรักษาความดีข้อนี้ไว้ ด้วยทรงเห็นว่าเมื่อมีผู้มาขอ เมื่อมีของก็ควรให้ การไม่ให้ไม่ควร จึงจัดเป็นทานบารมี ส่วนการให้ตามปกติ เช่น พ่อแม่ให้อาหาร เงิน และเสื้อผ้า แก่ลูก ยังไม่ถึงขั้นเป็นทานบารมี
ทานบารมี ต้องทำบำเพ็ญอย่างแน่วแน่ ไม่คำนึงว่าตัวเองจะเดือดร้อนภายหลังอย่างไร มุ่งให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการให้เป็นสำคัญ



