พระเครื่อง

'นิวัฒน์ธำรง'รับปากดันคลอด'ธ.พุทธ'

'นิวัฒน์ธำรง'รับปากดันคลอด'ธ.พุทธ'

21 พ.ย. 2555

องค์กรพุทธเข้าพบ'นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล' ขอความมั่นใจหนุนตั้ง ธ.พระพุทธศาสนา ด้านรมต.สำนักฯรับปากช่วยผลักดันหากเป็นความต้องการของคณะสงฆ์และพุทธบริษัท

               ๒๑พ.ย.๒๕๕๕ ผู้แทนองค์กรชาวพุทธภายใต้การนำของพระเทพวิสุทธิกวี ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา และคณะประกอบด้วยพระเมธีธรรมาจารย์ พระครูศรีชยาภิวัฒน์ พระครูวินัยธรธีรวิทย์  และพระปลัดปิยศักดิ์ ปิยธมฺโม พร้อมด้วย พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล ประธานศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เข้าพบนายนิวัฒน์ธำรงบุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านพระพุทธศาสนา ที่ทำเนียบรัฐบาล

               พระเมธีธรรมาจารย์ เปิดเผยว่า ประเด็นการเข้าพบเพื่อปรึกษาหารือถึงความจำเป็นและภารกิจเร่งด่วนในการเสนอร่าง พ.ร.บ. ของคณะสงฆ์ในนามรัฐบาล จำนวน ๓ ร่าง ประกอบด้วย ๑. ร่าง พ.ร.บ. ธนาคารพระพุทธศาสนา พ.ศ.... ๒. ร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ....๓. ร่าง พ.ร.บ. แม่ชีไทย พ.ศ....
ทั้งหมดได้ใช้เวลาพูดคุยกันกว่า ๒ ชั่วโมง บรรยากาศเป็นไปด้วยมิตรไมตรีที่ดี

               "นายนิวัฒน์ธำรงเข้าใจและยินดีที่จะให้การสนับสนุนโดยเฉพาะ พ.ร.บ. ธนาคารพระพุทธศาสนา และ พ.ร.บ. อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ถือว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเร่งออกให้ได้ ส่วนพ.ร.บ.แม่ชีไทย ก็เร่งรัดและจะนัด ผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยกันต่อไป" พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวและว่า

               โดยเฉพาะพ.ร.บ.ธนาคารพระพุทธศาสนานั้นนายนายนิวัฒน์ธำรงบอกว่า "จะช่วยผลักดันและสำทับว่า เมื่อเป็นความต้องการของคณะสงฆ์และพุทธบริษัทก็ต้องผลักดัน" อาตมาจึงเสนอบทความเรื่องธนาคารพระพุทธศาสนา ไว้ให้รัฐมนตรีพิจารณา พร้อมหลักการและเหตุผลของพระเทพวิสุทธิกวี และนอกจากนั้นวันนี้จึงขอเสนอหลักการเพิ่มเติมถึง เหตุผลและความจำเป็นของการเกิด ธนาคารพระพุทธศาสนาในสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้


๑.เหตุผลด้านความเป็นจริง

               ๑.๑ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก

               ๑.๒ พระพุทธศาสนามีคุณูปการต่อประเทศชาติมาช้านานในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตั้งแต่สุโขทัยมาจนถึงปัจจุบัน

               ๑.๓ ความสงบ ร่มเย็น สันติ และสมญานาม สยามเมืองยิ้ม ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากอิทธิพลคำสอนของพระพุทธศาสนา


๒. เหตุผลด้านการเมือง

               การที่รัฐบาลจะสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ให้แก่ทั้งรัฐบาลเองและต่อประเทศชาติ และนับเป็นการกระทำอามิสบูชาครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ คุณความดี เกียติยศชื่อเสียงนี้จะติดไปทั้งโดยส่วนตัวของผู้กระทำให้บังเกิด รัฐบาลโดยรวมและแผ่นดินไทย ดังเช่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยทั้งสองมหาวิทยาลัยสงฆ์ได้ต่อสู้ผ่านยุคสมัยมายุคแล้วยุคเล่า เพื่อให้มี พ.ร.บ. เป็นของตนเอง การต่อสู้ผลักดันยืดเยื้อยาวนานกว่า ๖๐ ปี ในที่สุดรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี ก็ผลักดันให้ทั้งสองมหาวิทยาลัยสงฆ์มี พ.ร.บ.คลอดออกมาจนได้ ในขณะที่อายุรัฐบาลมีไม่ถึง ๑ ปี จนบัดนี้ก็ยังเป็นเกียรติประวัติ เกียรติยศ คุณความดี ความภาคภูมิใจและคำแสร้ซ้องสรรเสริญของพระสงฆ์ที่มีต่อ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น คือนายสุขวิช รังสิตพล และคณะรัฐบาลทุกคน


๓. เหตุผลด้านเศรษฐกิจ

               ปัจจุบันรัฐบาลลงทุนในโครงการใหญ่มากมาย ทั้งที่คุ้มและเสี่ยง บางอย่างก็กลายเป็น NPL แต่ก็ต้องเดินหน้าทำต่อไป รวมทั้งนโยบายประชานิยมที่ ต้องใช้เงินมหาศาลแต่ก็ต้องทำเพราะผลดีเกิดกับพี่น้องประชาชนโดยตรง และในหลายโครงการรัฐบาลก็พูดชัดเจนว่ายอมขาดทุนเพื่อประชาชนของประเทศ เช่นโครงการจำนำข้าว ธนาคาร ธกส. เป็นต้น แล้วทำไมการลงทุนด้านคุณงามความดีต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งในความเป็นจริงก็ใช้เงินไม่มากนักเมื่อเทียบกับงบประมาณของรัฐบาล แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ได้ประโยชน์ สร้างความมั่นคงให้กับพระพุทธศาสนา จะลงเลไปทำไม


๔. เหตุผลด้านศาสนา

               ชาวคริสต์ก็มีธนาคารใหญ่ที่นครวาติกัน ชาวมุสลิมก็มีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย อาตมาเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ศาสนิกของทั้งสองศาสนาก็คงเอาใจช่วยชาวพุทธในประเทศไทย ให้มีธนาคารเป็นของตัวเอง เหมือนอย่างที่ทั้งสองศาสนามีอยู่และอำนวยประโยชน์มหาศาลต่อการเผยแผ่ของทั้งสองศาสนาทั้งในประเทศไทยและเวทีโลก ขณะเดียวกันทุกศาสนาล้วนสอนให้คนทำดี และสำคัญสอนเรื่องความเสมอภาค ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกันทั้งในศาสนาของตนและต่างศาสนา ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่ลำเอียงเพราะกลัว โดยเฉพาะรัฐบาลต้องให้ความเสมอภาคในทุกภาคส่วน ละเอียดอ่อนกว่านั้นคือศาสนา ควรระมัดระวัง


๕.เหตุผลอื่นๆ

               ๕.๑ ตามหลักของพระพุทธศาสนา สามารถตั้งธนาคารได้โดยไม่ขัดหลักธรรมใดๆ โดยอนุวัต ตามเรื่องเมณฑกเศรษฐีในสมัยพุทธกาลเป็นต้นเรื่อง

               ๕.๒ จะไม่มีการบังคับวัดต่างๆให้นำเงินของวัดนั้นๆมาฝากธนาคารพุทธฯ แน่นอน

               ๕.๓ จะไม่ไปข้องแวะเงินศาสนสมบัติกลางเด็ดขาด เพราะมีการบริหารกองทุนอย่างเป็นธรรมาภิบาลแล้ว


               "บัดนี้ หลังจากพวกเราได้เข้าพบ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเปิดใจกันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว เราพบหนทาง มองเห็นแสงสว่าง และมีความหวังอย่างที่สุดว่า รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะทำความปรารถนาของพระสงฆ์และชาวพุทธทั่วประเทศให้บรรลุเป้าหมายแน่นอน" พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าว

"}])