
พล.ท.ไพบูลย์แขวนปู่ทวดปี๐๕กว่า๒๐ปี!
พล.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา แขวนพระหลวงปู่ทวด ปี ๐๕ มากว่า ๒๐ ปี! : พระเครื่องคนดังเรื่อง / ภาพโดยไตรเทพ ไกรงู
"ทหาร ๑ กองร้อย แขวนพระ ๑ กองพัน" นี่เป็นอีกคำยืนยันหนึ่งของ พล.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา แม่ทัพภาคที่ ๑ ด้วยเหตุที่เราเป็นชาวพุทธ ต้องเชื่อในเรื่องพระพุทธคุณของพระเครื่อง ขณะเดียวกันเราต้องเชื่อเรื่องกรรมเรื่องบุญด้วย ทั้งนี้ทุกๆ วันจันทร์ต้นเดือนจะต้องเดินทางไปถวายสังฆทาน ๕ ชุดที่วัดชนะสงคราม โดยทำต่อเนื่องกันมากกว่า ๑๐ ปี แล้ว และทุกครั้งที่ไหว้อธิษฐานขอพรพระจะขอเพียงว่า "ขอให้คิดดี ทำดี ให้มีคุณธรรม จริยธรรม ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ" ทั้งนี้จะมีหลักธรรมในการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาที่ว่า "ความถูกต้อง สุจริต ยุติธรรม มีจริยธรรม คุณธรรม และต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับผู้ใต้บังคับบัญชา"
สำหรับประสบการณ์ในสนามรบนั้น พล.ท.ไพบูลย์ เล่าว่า เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ หลังจากเรียนจบใหม่ๆ ติดยศร้อยตรีได้ถูกส่งไปยังช่องพระพลัย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ในปีนั้นมีเหตุการณ์การรุกล้ำชายแดนไทย มีกระสุนปืนใหญ่ยิงผ่านหัวทุกวัน แต่ไม่เคยมีครั้งใดกระสุนตกใกล้ตัวและชุดปฏิบัติการให้ต้องได้รับบาดเจ็บถึงกับเลือดตกยางออกแม้แต่หยดเดียว ส่วนปาฏิหาริย์ครั้งล่าสุด คือ เมื่อครั้งเดินทางไปราชการที่ฮ่องกง ระหว่างที่หยิบของปรากฏว่า ทำเหรียญหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา กับ อ.นำ วัดดอนศาลา หล่นที่สนามบินโดยไม่รู้ตัว ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่องก็อธิษฐานจิตว่า "หากท่านอยากอยู่กับเราขอให้ท่านแสดงปาฏิหาริย์กลับคืนมา" ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้โดยสารที่อยู่เก้าอี้ถัดไปได้ยินเข้าจึงย้อนถามว่า "เหรียญหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา กับ อ.นำ วัดดอนศาลา ใช่หรือไม่?" ไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นของตนเองจริง โดยผู้ที่นำพระมาคืนให้ คือ นายศุภชัย เฮงตระกูล ซึ่งเขาก็ได้อธิษฐานจิตเช่นกันว่า "ขอให้เจอเจ้าของพระตัวจริง" ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นไปตามคำอธิษฐานจริงๆ
เมื่อถามถึงพระเครื่อง พล.ท.ไพบูลย์ บอกว่า แขวนพระหลวงปู่ทวด พ.ศ.๒๕๐๕ องค์เดียวมาตลอดมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๐ จริงๆ แล้วพระหลวงปู่ทวด ไม่เคยแสดงปาฏิหาริย์อะไรเลย แต่นั้นมาไม่เคยที่จะลืมแขวนท่านเลยสักครั้งเดียว เวลานอนจะถอดไว้ที่หัวนอน เมื่อตื่นมาก็จะหยิบท่านขึ้นมาคล้องคอทันที และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำจนกลายเป็นกิจวัตร คือ ท่องคาถาหลวงปู่ทวด ที่ว่า “นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา” ๕ จบทุกวัน โดยเฉพาะวันที่ต้องมีภารกิจขึ้นเครื่องบิน เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ในวันที่มีเมฆครึ้มฝนตกฟ้าก็เปิดขึ้นบินโดยไม่ติดอะไร
พุทธคุณแห่งคาถาหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด โดยมีคติความเชื่อสืบต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่า “อานุภาพแห่งพระคาถานี้ ประมาณมิได้เลย ภาวนาก่อนออกเดินทาง เป็นแคล้วคลาดปลอดภัย ภัยอันตรายไม่กล้ำกลาย” อุปเท่ห์ หรือการใช้คาถาบทนี้ คือ ให้สวดภาวนาพระคาถา ก่อนขึ้นรถ ลงเรือ ติดต่อค้าขาย จักเกิดสิริมงคล โชคลาภมากมาย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ท่านว่าให้หมั่นสวด เจริญภาวนา พระคาถา หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดนี้เถิด จักบังเกิดสิ่งอัศจรรย์แก่ตนเองและครอบครัว
ขณะเดียวกันยังมีคติความเชื่อด้วยว่าพุทธคุณคาถานั้น หากท่องเป็นประจำจะคุ้มครองให้เราแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ เช่นเดียวกับการแขวนพระหลวงปู่ทวด โดยก่อนท่องคาถาบทหลวงปู่ทวดให้เริ่มต้นด้วยการตั้งนะโม ๓ จบ แล้วก็ระลึกถึงคุณพระ เป็นการขอพรบารมี
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นแม่ทัพภาคที่ ๑ ซึ่งมีบุตรหลานและทหารที่ได้บาดเจ็บพิการจากปฏิบัติงานชายแดนใต้ จึงได้จัดงานประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชา พระเครื่อง และเหรียญคณาจารย์ว่า งานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๔.๐๐ น. ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกองทุนการศึกษาช่วยเหลือบุตรหลานกำลังพลกองทัพภาคที่ ๑ และเป็นสวัสดิการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้บุตรหลานข้าราชการที่พิการ ถือเป็นนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงจะช่วยเหลือกำลังพลที่บาดเจ็บพิการในการปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยใน กทม.



