พระเครื่อง

ศิลปะแห่งชีวิต(๑๐)อย่าต่ออายุให้ความทุกข์

ศิลปะแห่งชีวิต(๑๐)อย่าต่ออายุให้ความทุกข์

07 พ.ย. 2555

ศิลปะแห่งชีวิต(๑๐)อย่าต่ออายุให้ความทุกข์ : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

               ในระหว่างการเข้าคอร์สวิปัสสนากรรมฐาน
 
               ด้วยความที่เธอเป็นไฮโซ เธอบอกว่า “ขอไม่ไปอยู่กับใครนะคะ โยมจะไปของโยมอย่างนี้” อาตมารู้สึกว่าไฮโซนี่เรื่องมากจริงๆ อาตมาเลยให้นอนเต็นท์ เธอก็ถามว่า “พระอาจารย์ แล้วเวลาคนอื่นเขามา เขาต้องนอนเต็นท์มั้ย” อาตมาตอบว่าทุกคนต้องนอน เธอถามต่ออีก หากมาปฏิบัติธรรมช่วงกลางวัน แล้วกลางคืนไปนอนที่โรงแรมได้หรือไม่ อาตมาตอบกลับไปว่า “นี่ขนาดยังไม่ได้ลงทะเบียนเลย แค่เล่าให้ฟังว่าให้นอนเต็นท์ โยมก็คิดแผนสองไว้แล้ว”
 
               สุดท้ายอาตมาบอกว่า “โยม อาตมามีเวลาน้อยนะ กว่าอาตมาจะรับนิมนต์ใครสักคนนึง อาตมาจะต้องทิ้งคนอีกเป็นร้อยคนพันคน เพราะมีคนนิมนต์เข้ามาทุกวัน ฉะนั้น ถ้าโยมจะปฏิบัติขอให้โยมรู้ไว้ว่าอาตมาปฏิเสธคนไปแล้วหนึ่งร้อยคน เพื่อโยมเพียงคนเดียว โยมจะปฏิบัติมั้ย”
 
               เธอจึงตอบว่า “เจ้าค่ะ ยังไงก็ต้องเอา”
 
               อาตมาจึงให้เธอนอนเต็นท์ คืนแรกเธอนอนไม่หลับ ตีสามตื่นขึ้นมา อาตมาก็ดีใจ ตีสามตื่น ขยันปฏิบัตินะ แท้ที่จริง เธอไม่ได้ขยันหรอก เพราะตั้งแต่นอนเธอยังไม่ได้หลับเลย เธอกลัวผีมาก พอยิ่งปรุงแต่ง ภาพก็ยิ่งวิจิตรบรรจง สุดท้ายเธอจึงนั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียว แล้วก็เปิดไฟฉายทิ้งไว้ทั้งคืน
 
               เธอซมซานมาหาอาตมา อาตมาบอกว่า “เอาละ ในเมื่อไม่หลับก็ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นเราก็มาฟังเทศน์กันเลย”
 
               อาตมาเริ่มเทศน์ตั้งแต่ตีสาม เธอก็ถามว่า “พระอาจารย์มันมีอย่างนี้ด้วยหรือ”
 
               “โยมรู้มั้ย คนที่ได้ดวงตาเห็นธรรม ก็คือเขาเข้าใจว่า ยังกิญจิ สมุทยะ ธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะ ธัมมัง สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับเป็นธรรมดา พระพุทธองค์ท่านใช้คำว่า เป็นธรรมดา มีแต่คนบางคนเท่านั้น ที่เห็นว่าถ้ามันดับแล้วไม่ธรรมดา”
 
               พอเธอฟังมาถึงตอนนี้ เธอก็ถามว่า “พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามันธรรมดาเหรอคะ โอ้ ที่ทุกข์อยู่นี่เพราะว่าโยมคิดว่ามันไม่ธรรมดาใช่มั้ยเนี่ย”
 
               “ก็ใช่สิ ถ้าโยมยอมรับซะ มันจะมีอะไรล่ะ ถ้ายอมรับตั้งแต่ปีที่แล้ว ความทุกข์มันก็จบแล้ว เราไปต่ออายุให้ความทุกข์ เพราะว่าเราไม่ยอมรับว่ามันได้เกิดขึ้นแล้ว”
 
               พอเธอเข้าใจอย่างนี้แล้ว น้ำหูน้ำตาไหลเลย เข้าวันที่สอง วันที่สาม เธอไม่กลัวผีแล้ว เพราะจิตพร้อม จิตได้รับการฟอกตั้งแต่คืนนั้น เธอปฏิบัติทั้งคืนทั้งวัน ทั้งวันทั้งคืน สุดท้ายเธอร้องห่มร้องไห้ โทรศัพท์ไปหาลูกให้ลาโรงเรียนมา บอกว่าแม่เจอธรรมะเข้าแล้ว ลูกอย่าเอาแต่อ่านเลย มาปฏิบัติเป็นเพื่อนแม่
 
               พอปฏิบัติเสร็จแล้ว เธอจะลากลับ ก็กราบอาตมาแล้วถามว่า “พระอาจารย์ โยมกราบลูกได้มั้ย ถ้าไม่มีลูก โยมก็ไม่รู้จักพระพุทธเจ้าหรอก และมีเรื่องหนึ่งที่โยมจะขอขมาพระอาจารย์ โยมเคยพูดว่าพระอาจารย์หน้าเด็ก ขอขมานะคะ โยมก็เพิ่งรู้ว่าคุณภาพคนไม่เกี่ยวกับหน้าตา”
 
               อาตมาบอกเธอว่า “ไม่เป็นไรหรอกโยม เพราะตอนโยมว่า อาตมาไม่ได้ยิน”
 
               (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า )

"}])