พระเครื่อง

เพื่อนร่วมงานไม่พูดด้วย

เพื่อนร่วมงานไม่พูดด้วย

23 ต.ค. 2555

เพื่อนร่วมงานไม่พูดด้วย : ปุจฉา -วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล

               พัชริน ธนันชัย ปุจฉา  :  นมัสการเจ้าค่ะพระอาจารย์ อยากทราบว่า ถ้ามีคนคนหนึ่งเวลาเขาโกรธเพื่อนร่วมงานแล้วไม่คุยกับคนอื่น แต่ในการทำงานเราต้องติดต่อพูดคุยประสานงานกัน ทำให้ทุกคนอึดอัดเวลาที่เขาไม่ยอมพูดคุยด้วย เราจะมีวิธีการจัดการกับคนคนนี้อย่างไรคะ (เขาเป็นคนดี และทำงานเก่ง แต่มีข้อเสียคือ เวลาโกรธ จะไม่ยอมคุยกับใครทั้งที่เป็นเรื่องงาน) รบกวนพระอาจารย์ช่วยตอบด้วย ดิฉันจะได้นำมาใช้ที่ทำงาน เพื่อให้บรรยากาศการทำงานดีขึ้น ขอบคุณค่ะ
 
               วิสัชนา :  คุณและเพื่อนๆ ควรสื่อสารให้เขารู้ว่า เวลาเขาโกรธและไม่คุยกับเพื่อนร่วมงานนั้นได้ก่อปัญหาแก่เพื่อนๆ และหน่วยงานอย่างไรบ้าง บางทีเขาอาจไม่ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเขา อย่างไรก็ตาม เวลาจะบอกเขา ควรหาโอกาสเหมาะๆ เช่น คุยกับเขาตอนที่เขาอารมณ์ดี รวมทั้งถามเขาด้วยว่าเวลาเขาโกรธ และไม่อยากจะคุยกับใคร มีอะไรที่เพื่อนๆ จะช่วยเขาได้บ้าง
 
               อาตมาคิดว่าการสื่อสารพูดคุยกันจะช่วยแก้ปัญหาได้ แต่หากไม่มีการพูดคุยกันแล้ว ก็จะเกิดช่องว่างระหว่างกัน รวมทั้งเกิดการปรุงแต่งไปต่างๆ นานา ซึ่งมักเป็นการปรุงแต่งในทางลบ ทำให้บรรยากาศในหน่วยงานแย่ลง

ความตายไม่น่ากลัวความกลัวตายต่างหากที่น่ากลัว
 
               หฤทัย เล็ก ปุจฉา :  พระอาจารย์คะ พ่อแม่หนูเสียชีวิตหมดแล้ว พ่อเป็นมะเร็งปอด เพราะสูบบุหรี่และกินเหล้า ส่วนลุงและพี่ชายก็เสียชีวิตจากมะเร็งเหมือนกัน เพราะชอบสูบบุหรี่ ส่วนแม่ก็เคยสูบบุหรี่ ทำให้เป็นโรคหัวใจและความดัน ท่านเป็นเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิต อายุ ๗๕ ปี ส่วนพ่อเสียตั้งแต่ดิฉันยังอายุ ๔ ขวบ ส่วนพี่ชายก็อายุ ๕๐ ปัจจุบันดิฉันอายุ ๔๓ แล้ว เคยหย่าและแต่งงานใหม่ สามีใหม่เป็นคนดีมาก
 
               คำถามก็คือ ดิฉันมักกลัวอนาคต กลัวความตาย เนื่องจากสามีเป็นคนดี กลัวการพลัดพราก ไม่อยากผูกพันกับใครมาก ทำให้ไม่กล้านึกถึงอนาคต เวลาจะซื้อคอนโดก็กลัวว่าถ้าเขาเสียชีวิตแล้วดิฉันจะอยู่ยังไง ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ
 
               วิสัชนา: การคิดถึงความไม่แน่นอนของชีวิต โดยเฉพาะความตายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยให้เกิดความไม่ประมาทในชีวิต และเห็นคุณค่าของเวลาและชีวิตที่เหลืออยู่ เร่งให้เกิดความพากเพียรในการทำความดีและทำหน้าที่ของตนให้ครบถ้วน ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง แต่ถ้าวางใจไม่เป็น ก็จะเกิดความหดหู่เศร้าหมองหรือวิตกกังวล
 
               ปัญหาของคุณอยู่ที่ตรงนี้ คือ มัวแต่กังวลและกลัวสิ่งที่มาไม่ถึง ทำให้ไม่เป็นอันทำสิ่งที่ควรทำในปัจจุบัน
 
               สิ่งที่คุณควรทำ คือ เมื่อกลัวความตาย ก็อย่ามัวเจ่าจุก จมอยู่ในความกลัว หรือหมกมุ่นกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ควรหันมาใส่ใจกับปัจจุบัน โดยเร่งฝึกตนหรือเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเพื่อรับมือความตายที่จะมาถึง ถือเอาความกลัวมาเป็นตัวกระตุ้นให้ทำความเพียรเสียแต่วันนี้ เช่น หมั่นทำความดี สร้างกุศล ทำหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีที่สุดทุกวัน รวมทั้งการทำสมาธิภาวนาเพื่อให้ยอมรับความไม่เที่ยงของชีวิต และรู้จักปล่อยวางสิ่งต่างๆ ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าต้องเที่ยงหรือเป็นตัวกูของกู
 
               หากคุณทำสิ่งเหล่านี้ได้ครบถ้วน คุณจะกลัวความตายน้อยลง และพบว่าที่จริงแล้วความตายไม่น่ากลัว ความกลัวตายต่างหากที่น่ากลัว อย่าลืมว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม หากคุณทำวันนี้ให้ดีที่สุด คุณก็จะมีความมั่นใจมากขึ้นในการรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
 

"}])