พระเครื่อง

ยลภาพศิลปะ'พุทธศาสนาในรัสเซีย'

ยลภาพศิลปะ'พุทธศาสนาในรัสเซีย'

20 ต.ค. 2555

เปิดนิทรรศการภาพถ่ายและศิลปะในหัวข้อ "พุทธศาสนาในรัสเซีย" ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า

              19ตุลาคม2555  นางสาวจันทร์สุดา รักษ์พลเมือง รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายและศิลปะในหัวข้อ "พุทธศาสนาในรัสเซีย" ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร โดยมีมารียาโซฟ เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย
นายทัตยานา โบโรโนเอวา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสาธารณรัฐบูริยาเทีย และนายอนันต์ ชูโชติ ผู้อำนายการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร่วมงานด้วย

 
              การจัดนิทรรศการภาพถ่ายและศิลปะในหัวข้อ "พุทธศาสนาในรัสเซีย" ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กระทรวงวัฒนธรรมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาแห่งรัสเซีย พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสาธารณรัฐบูริยาเทีย พุทธสังฆะดั้งเดิมของรัสเซีย (Buddhist Traditional Sangha of Russia) และศูนย์คอมพรีเฮนซีพ โปรแกรม "เฮอริเทจ"(Comprehensive Program Center “Heritage”)

              นิทรรศการ "พุทธศาสนาในรัสเซีย" เป็นกิจกรรมหนึ่งในการร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 115 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย ในปี พ.ศ. 2555  โดยการนำผลงานทางศิลปะที่มีคุณค่าทางด้านศาสนาและประวัติศาสตร์ซึ่งหาชมได้ยากยิ่งมาจัดแสดงในประเทศไทย และเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนในทั้งสองประเทศ

              โดยเปิดโอกาสให้ชาวไทยได้เรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาในรัสเซียและเข้าใจถึงวิถีปฏิบัติและประวัติศาสตร์การเผยแผ่พุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียกลาง จากผลงานพุทธศิลป์ในศตวรรษที่ 19 ที่นำมาจัดแสดง รวมทั้งของสะสมของนิโคลัสที่สอง จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งรัสเซีย กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยและผู้สนใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์รัสเซียได้เข้าชมภาพถ่ายและงานพุทธศิลป์ที่หาดูได้ในศตวรรษที่ 19 จากพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาแห่งรัสเซีย และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสาธารณรัฐบูริยาเทีย รวมทั้งผลงานของศิลปินร่วมสมัยที่ใช้ในการประดับตกแต่งวัดและศาสนสถานทางพุทธศาสนาในรัสเซีย
 
              นิทรรศการภาพถ่ายและศิลปะ "พุทธศาสนาในรัสเซีย" เปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน และผู้สนใจทั่วไปเข้าชม ระหว่างวันที่ 19 - 31 ตุลาคมตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00  น. เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เว้นวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร

              พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เก่าแก่ ประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกไกล โดยเฉพาะประเทศศรีลังกา พม่า อินเดีย ภูฏาน เนปาล จีน เกาหลี เวียดนาม ญี่ปุ่น กัมพูชา ลาว และไทย ซึ่งรวมแล้วจะมีประชากรที่นับถือศาสนาพุทธประมาณ 500 ล้านคน ซึ่งยังไม่นับชาวพุทธในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอีกจำนวนมาก

              สำหรับในประเทศรัสเซีย มีหลักฐานว่า เริ่มมีการนับถือพระพุทธศาสนาในราวปีพุทธศักราช 1451 โดยพุทธศาสนิกชนชาวรัสเซียส่วนใหญ่ที่นับถือพุทธศาสนาจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในสาธารณรัฐบูริยาเทีย (Buryatia) สาธารณรัฐคาลมิยเคีย (Kalmykia) และ สาธารณรัฐตูวา (Tuva) ซึ่งพระพุทธศาสนามหายานก็ได้เข้ามาแพร่หลายอยู่ในชนชาวบูริยาเทีย, คาลมิค และอัลไตยัน ในดินแดนเหล่านี้ด้วย สันนิษฐานว่า ในคราวที่พระเจ้าอโศกมหาราชส่งสมณทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น พระพุทธศาสนาได้เข้ามาสู่ดินแดนไซบีเรียของรัสเซียด้วย ชาวบูริยาเทียที่อยู่ฝั่งตะวันออกของทะเลสาบไบคาล ก็หันมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก มีนิกายเจลุกปะ เป็นนิกายที่แพร่หลายที่สุด ก่อตั้งโดยท่านฌอนฮาวะ ชาวทิเบต 

              ปลายศตวรรษที่ 19   พระพุทธศาสนาในบูริยาเทียรุ่งเรือง วัดได้รับการทำนุบำรุงอย่างดี เพื่อใช้เป็นที่พัก ที่ปฏิบัติธรรมของลามะ และไว้สำหรับสอนภาษาทิเบต, มองโกเลีย, สันสกฤต รวมถึงวิชาปรัชญา ทั้งนี้ พระอักวัน ดอร์จีพ (Agvan Dorjiev) ชาวบูริยาเทีย เป็นภิกษุองค์แรกที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ให้สร้างวัดพุทธในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก นับเป็นวัดทางพุทธศาสนาแห่งแรกที่สร้างขึ้นในทวีปยุโรป  ในปี พ.ศ. 2478 หลังจากรัสเซียเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ รัฐบาลรัสเซียไม่ให้การคุ้มครองแก่องค์กรศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ตาม บุคลากรทางศาสนาถูกทำลายกวาดล้าง วัดในพระพุทธศาสนา พระพุทธรูป และคัมภีร์ต่างๆ ก็เริ่มถูกทำลาย 

              หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง บรรดาผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ขอร้องรัฐบาลแห่งสหภาพ   โซเวียตให้รื้อฟื้นการสอนพระพุทธศาสนา และได้อนุมัติให้มีการสร้างวัดขึ้นมาใหม่ในเขตอิโวลกา (Ivolga) โดยรัฐบาลของพรรคคอมมิวนิสต์เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ ซึ่งสาเหตุที่รัฐบาลรัสเซียอนุญาตให้ก่อสร้างวัดขึ้นมาใหม่ ก็เพราะทราบดีว่า ชนชาวพุทธรัสเซียยังมีความศรัทธาหนักแน่นในพระพุทธศาสนา แม้ว่าจะถูกรัฐบาลควบคุมอย่างเข้มข้นก็ตาม 

              นอกจากนี้ยังมีนักประวัติศาสตร์ชาวรัสเซียได้ทำการศึกษาเรื่องราวของพระพุทธศาสนาในรัสเซีย พบว่า บรรพบุรุษผู้สืบเชื้อสายชนชาติอริยกะหรืออารยัน ซึ่งเป็นเชื้อสายของ    บรรพบุรุษของพระพุทธองค์ได้อพยพมาจากแถบแม่น้ำโวลก้า ลงสู่เทือกเขาคอเคซัสในประเทศรัสเซีย เข้าสู่ประเทศอิหร่าน อัฟกานิสถาน และชมพูทวีป จากการค้นพบเรื่องนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวรัสเซียจำนวนหนึ่งมีความภูมิใจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ จึงหันมาศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธศาสนาจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีการศึกษาชั้นสูง นักวิทยาศาสตร์ และนักศึกษาในสถาบันชั้นนำของรัสเซีย


....................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์กรมศิลปากร)

"}])