พระเครื่อง

ร่วมบุญสนับสนุนศึกษาพระเณร๓จว.ใต้

ร่วมบุญสนับสนุนศึกษาพระเณร๓จว.ใต้

19 ต.ค. 2555

ร่วมบุญสนับสนุนศึกษาพระเณร๓จว.ใต้

              จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต โดยเฉพาะตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ ความรุนแรงจะมีลักษณะเกิดขึ้นบ้าง เป็นบางครั้งบางคราว แต่ปัจจุบันนี้ความรุนแรงกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทหาร ตำรวจ ชาวบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ พระเณร ถูกฆ่าตายรายวัน ทำให้พื้นที่การปกครองของชนชั้นปกครอง แคบลงทุกวัน นายอำเภอ ผู้ว่าฯที่เคยไปเยี่ยมประชาชน ก็ไปไม่ได้เพราะไม่แน่ใจในความปลอดภัย ทำให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และเป็นแนวร่วมโจรทางการเมืองมากขึ้น
 
              ข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ปัจจุบันมีชาวไทยพุทธ ที่ยังคงเหลืออยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แยกเป็นจังหวัด สรุปตัวเลขได้ดังนี้ คือ จ.ยะลา ประชากรทั้งหมด ๔๕๘,๓๑๒ คน มีชาวไทยพุทธอยู่เพียง ๑๙,๐๐๐ คน จ.ปัตตานี มีประชากรทั้งหมด ๖๒๙,๖๙๑ คน เหลือชาวไทยพุทธ ๑๗,๙๐๒ คน และ จ.นราธิวาส ๖๙๔,๐๑๐ คน เหลือคนไทยพุทธ ๑๓,๙๐๕ คน
 
              นอกจากนี้แล้วจากข้อมูลล่าสุดที่สำรวจโดยพุทธสมาคมจังหวัดยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พบว่าวัดและสำนักสงฆ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่มีวัดและสำนักสงฆ์ทั้งหมด ๒๔๘แห่ง และมีพระและสามเณรจำนวน ๑,๐๓๘ รูปเท่านั้น ประกอบด้วย จ.ยะลา ๖๓ แห่ง มีพระ ๒๖๙ รูป ,จ.ปัตตานี ๙๒ แห่ง มีพระ ๔๓๖ รูปและ จ.นราธิวาส ๙๓ แห่ง มีพระ ๓๓๓ รูป
 
              อย่างไรก็ตามไม่ว่าสถานการณ์จะมีความรุนแรงขึ้นสักแค่ไหนแต่พระสงฆ์ที่อาศัยอยู่ตามวัดวาอารามต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างก็มิได้รู้หวาดกลัวถึงกับไม่กล้าออกไปบิณฑบาตนอกวัด เพียงแต่ข่าวที่ถูกนำเสนอออกไปนั้นอาจจะทำให้เกิดความสับสน ซึ่งจริงๆ แล้วถือเป็นธรรมเนียมของชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนา และได้ร่วมปฏิบัติกันมาตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยเฉพาะวัดที่ตั้งอยู่ชานเมืองหรือในชนบท ซึ่งจะมีพระสงฆ์เพียงไม่กี่รูป และการเดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยจะสะดวก ดังนั้น ชาวบ้านจึงได้ขอร้องให้พระสงฆ์ไม่ต้องออกไปบิณฑบาตนอกวัด และจัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบทำอาหารมาถวายวันละ ๒-๓ ครัวเรือน แต่สำหรับพระสงฆ์ที่มีวัดตั้งอยู่ในตัวเมืองนั้น ยังคงต้องออกไปบิณฑบาตตามปกติ และยึดถือว่าเป็นกิจหรือเป็นหน้าที่ที่พระสงฆ์ต้องปฏิบัติ ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเพียงใดก็ตาม
 
              พระเกจิรูปหนึ่งที่ตั้งปฏิปทามั่นในการอยู่ในพื้นที่อันตราย จ.ปัตตานี เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวปักษ์ใต้ ถึงขั้นขนานนามท่านว่าเป็น "เทพเจ้าฝ่ายบู๊แห่งลังกาสุกะ" คือ พระครูอนุศาสน์กิจจาทร หรือ พ่อท่านเขียว กิตติคุโณ แห่งวัดห้วยเงาะ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ท่านยังคงอยู่เป็นขวัญกำลังใจของทหารหาญ และพลเรือนในพื้นที่นั้นต่อไปสั่งสอนธรรมะของพุทธองค์สืบไป โดยล่าสุดคณะศิษย์ผู้มีจิตศรัทธาได้จัดสร้าง เหรียญ “เสมา ๗ รอบมหาเศรษฐี” พ่อท่านเขียว (ด้านหน้าหลวงปู่ทวด ด้านหลังพ่อท่านเขียว) วัตถุประสงค์ สมทบทุนและส่งเสริมการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร รวมทั้งช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้พระภิกษุ-สามเณร ที่กำลังศึกษาอยู่ในทุกระดับชั้น ทั้งแผนกบาลีและสามัญ ได้มีโอกาสศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพระภิกษุ-สามเณร ที่ปฏิบัติหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้พุทธาภิเษก
 
              เหรียญ “เสมา ๗ รอบมหาเศรษฐี” พ่อท่านเขียวประกอบด้วย เหรียญฉลุลงยา เหรียญเสมาลงยา และเหรียญหน้าเลื่อน ทั้งนี้จะประกอบพิธีพุทธาพิเษก ณ อุโบสถ วัดห้วยเงาะ ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ พุทธศาสนิกชนร่วมบุญได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดห้วยเงาะ โทร.๐๘-๖๙๕๖-๔๙๓๕, ๐๘-๙๑๔๓-๘๘๙๘ และ ๐๘-๓๑๙๖-๑๖๖๖

"}])