พระเครื่อง

ปณิธานหลวงพ่อปัญญา๕ปีลุล่วงดังใจ

ปณิธานหลวงพ่อปัญญา๕ปีลุล่วงดังใจ

16 ต.ค. 2555

มรดกธรรมหลวงพ่อปัญญา ๕ ปีผ่านไป ปณิธานลุล่วงดังใจหลวงพ่อ : เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู / ภาพ สมหมาย สุภาษิต

                หากย้อนเวลากลับไปได้ ศิษย์ทุกคนคงไม่อยากให้หลวงพ่อจากเราไป แต่ด้วยสังขารเป็นของไม่เที่ยง ย่อมเป็นไปตามกาลเวลา ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๐.๓๐ น. ที่ รพ.ศิริราช พระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้ละสังขารด้วยอาการสงบท่ามกลางความอาลัยของเหล่าศิษยานุศิษย์และเหล่าพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ ก็ครบ ๕ ปีแห่งการจากไปของท่าน
 
                "ความตายคือที่สุดของความเพียร ความเพียรไปจบตรงไหน ก็ตายกันที่ตรงนั้น คนเราเกิดมาตายเป็นธรรมดา เวลาตายเอาอะไรไปไม่ได้"  เป็นพระธรรมเทศนาบทสุดท้ายก่อนหลวงพ่อจะละสังขาร แต่สิ่งที่ท่านได้สร้างไว้ล้วนเป็นอนุสรณ์ที่ทำให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงท่านอยู่เสมอไม่ลืมเลือน
  
                “โบสถ์กลางน้ำไม่เสร็จหลวงพ่อจะไม่ตาย” เป็นวลีที่ทุกคนได้ยินอย่างสม่ำเสมอขณะท่านยังมีชีวิตอยู่ นับแต่หลวงพ่อได้ละสังขารไปจนถึงวันนี้ ก็ครบ ๕ ปีแล้ว ณ ปัจจุบัน ปณิธานของหลวงพ่อดำเนินไปถึงไหนอย่างไร หลายคนคงอยากรู้
 
                ณ ปัจจุบัน อุโบสถกลางน้ำดำเนินการสร้างใกล้แล้วเสร็จและพร้อมที่จะมอบให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่จะถึง ภายในอุโบสถได้ติดภาพฝาผนังครบทุกด้านมีความสวยงาม เป็นศิลปกรรมร่วมสมัยที่เล่าถึงประวัติของหลวงพ่อ การสร้างอุโบสถ ประวัติท่านพุทธทาส ประวัติศาสตร์ที่เล่าถึงเหตุการณ์ของบ้านเมืองในยุคสมัยทันต่อเหตุการณ์ ที่สำคัญจะมีภาพของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ผู้สถาปนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลปัจจุบัน ที่ล่าช้าเกิดจากภาวะมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี ๒๕๕๔
 
                นอกจากนี้ยังดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ด้านหน้า จัดสร้างพญานาคบริเวณทางขึ้นอุโบสถและห้องน้ำด้านหน้าบริเวณลานจอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ามาภายในมหาวิทยาลัย พร้อมกันนี้ยังแก้ไขปรับปรุงห้องน้ำภายในอุโบสถด้านล่างทั้ง ๔ ด้าน ให้เป็นห้องรับรองแทน ขณะนี้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า ๑๘๐ ล้านบาท”
 
                พระธรรมทวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง บอกว่า อุโบสถกลางน้ำถือเป็นมรดกธรรมชิ้นสุดท้ายที่หลวงพ่อหมายมั่นให้เป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมของพระภิกษุสามเณรที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงต้องสร้างสรรค์ให้มีความสง่างามสมกับความตั้งใจของหลวงพ่อ ด้านหน้าอุโบสถที่ศาลารายก็ประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดประดิษฐานรอบศาลาราย เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการบูชาเมื่อเข้าไปภายในบริเวณอุโบสถ
 
                ในด้านศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลทุติยภูมิระดับสูง ขนาด 300 เตียง สังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กระทรวงศึกษาธิการ โรงพยาบาลชลประทาน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้จัดตั้งกองทุนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เพื่อสืบทอดความตั้งใจของท่าน เพื่อนำกองทุนดังกล่าวมาพัฒนาโรงพยาบาลชลประทาน นอกจากนี้วัดชลประทานรังสฤษฏ์โดยพระเดชพระคุณพระธรรมวิมลโมลี ยังได้บริจาคเงินเข้าสมทบในการพัฒนาศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุอีก ๔ ล้านบาท
 
                ในขณะที่โครงการสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ (ปัญญานันทภิกขุ) ณ  อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง คณะศิษยานุศิษย์ของ พระพรหมมังคลาจารย์(หลวงพ่อปัญญานันทะ) จึงได้รับอุปถัมภ์หาทุนในการจัดสร้าง โดยรวบรวมปัจจัยจากการทอดกฐิน และทอดผ้าป่าสามัคคี จนได้ทุนในการจัดสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาด ๓๐ เตียงขึ้น ชื่อ โรงพยาบาลศรีนครินทร์(ปัญญานันทะภิกขุ) การดำเนินการก่อสร้างเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑ จนแล้วเสร็จประกอบพิธีฉลองและมอบอาคารโรงพยาบาลศรีนครินทร์แก่ทางราชการเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน พร้อมมอบรถพยาบาลให้กับโรงพยาบาล ๑ คัน  
 
                ส่วนโครงการพระธรรมทายาทนั้น ปัจจุบันวัดชลประทานรังสฤษฏ์ได้จัดบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรเป็นประจำทุกเดือน ยกเว้นช่วงเข้าพรรษา ซึ่งแต่เดิมหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้จัดบรรพชาอุปสมบทเป็นประจำ เมื่อหลวงพ่อละสังขารไป โครงการนี้ก็ยังคงดำเนินการต่อมาเรื่อยๆ และเป็นที่ทราบของบรรดาสาธุชนโดยทั่วไป และนับวันจะมีเหล่ากุลบุตรสนใจเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทแต่ละเดือนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน และเมื่อบรรพชาอุปสมบทแล้วทางวัดชลประทานรังสฤษฏ์ก็จะจัดการอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐานตลอดจนกว่าจะลาสิกขา
 
                ผ่านไปแล้ว ๕ ปี ของการละสังขารของหลวงพ่อ แต่ความรู้สึกของศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั้งหลายยังคงมีความรู้สึกว่า หลวงพ่อยังคงอยู่กับเราเสมอมาไม่ห่างหายไปไหน คิดถึงหลวงพ่อก็เห็นอนุสรณ์สถานและสิ่งที่หลวงพ่อได้สร้างไว้ให้เราได้สัมผัสและที่สำคัญ คือคำสอนของหลวงพ่อ “เป็นคนดี คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ..และไปสู่สถานที่ดี” “จงอย่าใช้ชีวิตอยู่ให้หนักบ้านหนักเมือง ทำชีวิตให้มีประโยชน์ ดำรงตนเป็นคนให้ ไม่ใช่เป็นคนเอา ถ้าทุกคนช่วยกันให้ บ้านเมืองก็เจริญ แต่ถ้าคิดแต่จะเอา บ้านเมืองก็ฉิบหาย.” นี่คือคำสอนที่สะท้อนถึงความห่วงใยของหลวงพ่อที่มีต่อทุกคน


ทายาทผู้รับมรดกทางธรรม

 
                “ทุกโครงการล้วนสำเร็จตามเป้าหมาย เพราะเหล่าศิษยานุศิษย์ได้ดำเนินการตามทุกประการนับแต่วันที่หลวงพ่อละสังขารไป ปณิธานที่หลวงพ่อตั้งไว้ ๔ ประการคือ ๑.การสร้างอุโบสถกลางน้ำ เพื่อมอบให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา ๒.ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ๓.โครงการสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุงและ ๔.โครงการพระธรรมทายาท"
 
                ที่กล่าวมาเป็นคำยืนยันของพระธรรมวิมลโมลี พระผู้เป็นทายาทที่รับมรดกทางธรรมของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุมาปฏิบัติ ตลอดถึงสานต่อปณิธานหลวงพ่อโดยไม่บกพร่อง ยังได้ก่อตั้งสถานีวิทยุปัญญานันทเรดิโอ ระบบ FM ความถี่ ๑๐๔.๗๕ เพื่อเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และยังได้ร่วมสนับสนุน เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) ในการก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (Thailand Buddhist Channel) หรือ TBC เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของกรมประชาสัมพันธ์ อันถือว่าเป็นปณิธานของหลวงพ่ออีกทางหนึ่ง
 
                ปัจจุบันวัดชลประทานรังสฤษฏ์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงแล้ว ในปีนี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของหลวงพ่อปัญญาได้สร้างสรรค์ไว้ กระทั่งได้รับการพิจารณาคัดเลือกยกฐานะจากวัดราษฎร์ เป็นพระอารามหลวงประจำปี ๒๕๕๕ เป็นหนึ่งใน ๑๙ วัดทั่วประเทศ จึงเป็นความภาคภูมิใจของเหล่าสานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง

"}])