พระเครื่อง

ศิลปะแห่งชีวิต(๗)ถูกชมก็เข้าท่าถูกด่าก็ไม่เลว

ศิลปะแห่งชีวิต(๗)ถูกชมก็เข้าท่าถูกด่าก็ไม่เลว

15 ต.ค. 2555

ศิลปะแห่งชีวิต(๗)ถูกชมก็เข้าท่าถูกด่าก็ไม่เลว : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

             ได้ยศ คู่กับเสื่อมยศ พระท่านกล่าวว่า ยโส... ได้ยศแล้วอย่าไปเมา ยศคืออะไร อำนาจ ตำแหน่ง คนชอบยศ แล้วบางทีก็เสพติดยศ อำนาจหรือยศ เป็นยาเสพติดยิ่งกว่ายาเสพติด เมื่อเสพติดแล้ว ไถ่ถอนยาก คนจำนวนมากพอได้ยศ ได้อำนาจแล้ว ก็หลงตัวเอง แล้วก็มองไม่เห็นหัวคนอื่น แล้วก็คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ ไปที่ไหนก็ต้องให้คนอื่นเห็นว่าตนเป็นคนสำคัญทั้งหมดทั้งสิ้น พอไปในที่ที่คนไม่เห็นว่าตนเป็นคนสำคัญ ทุกข์มั้ย ทุกข์อีก พอถูกเขาถอดยศ ทุกข์มั้ย ทุกข์อีก พอเขาไม่เลื่อนยศ ทุกข์มั้ย ทุกข์อีก เห็นมั้ยได้ยศแล้วอย่าไปคิดว่าสุขอย่างเดียวนะ ตอนได้ยศแล้วฉลอง สามวันเจ็ดวัน ทีนี้ถึงเวลาเลื่อนไม่เลื่อน ทุกข์มั้ย ทุกข์เลยนะ
   
              อาตมาอยากจะบอกว่า สุขกับทุกข์มันอยู่ด้วยกัน โยมรู้ความจริงอย่างนี้แล้วเนี่ย อย่าเพิ่งเสียใจนะ ของเขามาด้วยกันนะ สุขกับทุกข์เขาอยู่ด้วยกัน ฉะนั้นได้ยศกับเสื่อมยศ เขาก็อยู่ด้วยกัน
   
              สรรเสริญและนินทา เป็นของคู่กัน โยมเคยได้รับการสรรเสริญมั้ย เคยถูกนินทามั้ย เคยถูกด่ามั้ย เป็นเรื่องประจำเลยนะ อาตมาเขียนคติธรรมประจำใจของตัวเองว่า “อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน เกิดเป็นคนอย่ากลัวคำนินทา” อีกบทหนึ่งอาตมาเขียนเอาไว้ว่า “ถูกชมก็เข้าท่า ถูกด่าก็ไม่เลว” ตอนเป็นเณรน้อยเคยอ่านเจออีกบทหนึ่ง ท่านเขียนเอาไว้ว่า

        “เกิดเป็นคนก็ต้องทนให้เขาด่า
    จะทำดีทำบ้าเขาด่าหมด
    ถ้าทำดีเขาก็ด่าว่าไม่คด
    ทำเลี้ยวลดเขาก็ด่าว่าไม่ตรง”
   
              ทุ่มเททำดีทั้งคืนทั้งวัน คนยังด่าว่าสร้างภาพ ทำดียังถูกด่า ทำชั่วมันจะขนาดไหน นี่ล่ะคือมนุษย์
   
              อย่าไปถือสาหาความกับปากคน อยู่ในโลก ต้องยอมรับ
   
              เวลาที่ถูกด่าอาตมานึกถึงพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์เคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งจ้างม็อบมาด่า ถูกรุมด่า ๗ คืน ๗ วัน ขนาดพระอานนท์ พระพุทธอนุชาร้องไห้

              พระอานนท์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า

    “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เราหนีกันเถิด”
    พระพุทธเจ้าทรงถามว่า “เธอจะให้หนีไปไหนล่ะ อานนท์”
    พระอานนท์กราบทูลตอบว่า “ไปเมืองที่เขาไม่ด่า”
    พระพุทธเจ้าตรัสว่า “หากหนีไปเมืองอื่น แล้วเขายังด่าอยู่จะว่าอย่างไร”
    “ก็หนีไปอีกเมืองหนึ่ง”
    “แล้วถ้าเมืองนั้นเขายังด่าอยู่เล่า จะไปไหน”
    “ก็หนีไปเมืองอื่นถัดไปเรื่อยๆ”
   
              สุดท้ายพระพุทธเจ้าทรงหัวเราะ แล้วกล่าวว่า
   
              “อานนท์ ไม่มีหรอกที่ที่คนไม่ด่า เมื่อเกิดมาเป็นคนแล้ว จงยอมรับเสีย การถูกชมถูกด่าเป็นของสามัญ มนุษย์เมื่อเกิดมาบนโลก เปรียบเสมือนช้างศึกหยั่งลงสู่สงคราม ต้องพร้อมที่จะยอมรับหอกดาบแหลนหลาว ปืน ศาสตราวุธทั้งหลายที่จะแล่นมาจากทิศทั้ง ๔ ช้างศึกไม่หวั่นไม่เกรงฉันใด เราเกิดมาเป็นคน อย่าหวั่นอย่าเกรงต่อคำชมคำด่าฉันนั้น”
             
              (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า)

"}])