
จตุคามฯวันที่ยังคง'ขอได้ไหว้รับเข้าถึงพึ่งได้'
จตุคามรามเทพในวันที่ยังคง'ขอได้ไหว้รับ เข้าถึงพึ่งได้' : เรื่อง/ ภาพ ไตรเทพ ไกรงู
"ปรากฏการณ์จตุคามรามเทพครองเมือง" ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๘ ถึง พ.ศ.๒๕๕๑ นั้น นอกจากเป็นผลพวงมาจากจตุคามฯ ที่จัดสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ แล้ว “อิทธิฤทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์” ที่มีคติความเชื่อและคำพูดกล่าวขานที่ "ขอได้ ไหว้รับ" เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดกระแส "จตุคามฯ ฟีเวอร์"
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในช่วงจตุคามฯ ฟีเวอร์ เจ้าพิธีอันเป็นที่ยอมรับและถูกกล่าวถึงมากสุดเป็นอันดับต้นๆ มี ๗ ท่าน คือ ๑.พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ๒.พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชและผู้จัดทำวัตถุมงคลต่างๆ ของหลักเมืองมาตั้งแต่ต้น ๓.นายอะผ่อง สกุลอมร หรือ "โกผ่อง" ๔.อาจารย์ประจวบ คงเหลือ ๕.พระสังฆรักษ์ปรานพ ฐิตคนฺโธ หรือ หลวงหนุ่ย ๖.ดร.ไมตรี บุญสูง และ ๗.พระอาจารย์โชติ วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ปัจจุบันนี้เหลือเพียง ๓ ท่าน คือ ๑.พล.ต.ท.สรรเพชญ ๒.อาจารย์ประจวบและ ๓.พระอาจารย์โชติ
เมื่อกระแสจตุคามฯ ตายจากความศรัทธาของคนไทย ร่างทรงจตุคามฯ โกผ่อง รวมทั้งเจ้าพิธีจตุคามฯ หลวงหนุ่ย ดร.ไมตรี และพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ตายจริงไปตามด้วย แต่ในหมู่ผู้ที่มีพลังศรัทธายังเชื่อว่าจตุคามฯ ยังอยู่ช่วยเหลือผู้ที่ศรัทธา โดยเฉพาะร่างทรง ร.ต.ต.ธงชัย เจริญวิริยะภาพ อดีตหัวหน้าตำรวจชุมชน ต.เกาะหลัก อ.เมืงประจวบ ซึ่งพล.ต.ท.สรรเพชญ อัญเชิญจตุคามฯ มาประทับทรง ณ อาศรมจตุคามฯ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อคอยให้ความช่วยเหลือผู้มีความทุกข์ดังคำพูดที่ว่า “ขอได้ ไหว้รับ เข้าถึง พึ่งได้”
ด้วยประโคยที่ว่า “ขอได้ไหว้รับ เข้าถึงพึ่งได้” ทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์ จะมีผู้ศรัทธาในองค์จตุคามฯ เดินทางมาขอความช่วยเหลือ มีทั้ง ทหาร ตำรวจ ข้าราชการอื่นๆ นักการเมือง พ่อค้า ประชาชน ฯลฯ เดินทางมาขอความช่วยเลือนานับประการ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเลยที่เดียว รวมทั้งนักธุรกิจชื่อดังอย่าง นายศิริชัย บูลกุล ประธานบริษัทในเครือมาบุญครอง ซึ่งมีบริษัทในเครือกว่า ๔๐ แห่ง ก็ยังคงมีพลังศรัทธาในองค์จตุคามฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ จนถึงปัจจุบัน โดยได้ไปถามเรื่องโครงการพัฒนาและก่อสร้างศูนย์การค้าบนเนื้อที่ ๔๐๐ ไร ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท
พล.ต.ท.สรรเพชญ บอกว่า “องค์จตุคามรามเทพ” แสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์ ทั้งบนพื้นดิน และในห้วงเวหาอันน่ามหัศจรรย์ ตัวอย่างเช่น พระอาทิตย์ทรงกลด พระจันทร์ทรงจักร ห้ามลมห้ามฝน ช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วยให้หายจากโรคร้าย ช่วยเหลือผู้ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ในประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติได้อย่างเหลือเชื่อ เรื่องราวเหล่านี้ไม่สามารถพิสูจน์หรืออธิบายด้วยเหตุผลตามวิธีทางวิทยาศาสตร์ เป็นความจริงที่เห็นประจักษ์ไม่สามารถปฏิเสธได้ ในที่สุดเสียงค่อนขอดนินทาว่าร้ายต่างๆ ก็ค่อยเงียบหายไป
การอวตารมาประทับในร่างทรงขององค์จตุคามฯ ซึ่งเป็นอุปัตติเทพอาจถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าเป็นความเชื่อที่งมงายไร้เหตุผล ขัดต่อความจริงทางวิทยาศาสตร์ แต่ความเชื่อในเรื่องเทพและเทวดาซึ่งมีหลักฐานอยู่ในพระสูตรของพุทธศาสนามากมาย รวมทั้งความเชื่อในศาสนาอื่นเรื่อง เทพ เทวดา หรือ เทวทูต เป็นผู้รับโองการจากพระผู้เป็นเจ้าให้มาบอกกล่าวแก่มวลมนุษยชาติ ล้วนแต่เชื่อว่ามีอยู่จริงสถิตอยู่ภพภูมิในสวรรค์ แม้ว่าไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน แต่เมื่อ องค์จตุคามฯ อุบัติขึ้นเหนือแผ่นดินเมือง เมืองนครศรีธรรมราช ในยุควิทยาศาสตร์เฟื่องฟู ชาวเมืองนครศรีธรรมราชและบ้านเมืองใกล้เคียงต่างมีความเชื่อถือศรัทธา และเลื่อมใสยิ่งขึ้น เมื่อองค์จตุคามฯ แสดงให้เห็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์นานาประการ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สรรเพชญ พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “ความขลัง ความศักดิ์ รวมทั้งคำพูดที่ว่าขอได้ไหว้รับ เข้าถึง พึ่งได้ ขององค์พ่อจตุคามฯ นั้นยังอยู่คงเดิม ท่านไม่ได้หายไปไหน ยังคงเป็นเทพฯ ที่คอยให้ความช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก สำหรับผู้ที่ศรัทธา แต่เพราะคนขาดพลังศรัทธา จึงกล่าวหาว่าและโยนความผิดให้ท่านว่า ขอไม่ได้ไหว้ไม่รับ ทั้งๆ ที่ท่านเป็นเทพที่เมตตาสูงมาก ส่วนกระแสความดังของจตุคามฯ จะกลับมาได้นั้นขึ้นอยู่ที่พลังศรัทธาของประชาชน”
เข้าทรง-ประทับทรง
พล.ต.ท.สรรเพชญ อธิบายให้ฟังว่า การเข้าทรง หรือการประทับทรง ซึ่งคนโบราณเรียกว่า “การทรงเจ้าเข้าผี” นั้นผู้ที่จะเป็นร่างทรงของเทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เบื้องต้นควรฝึกจิตให้เป็นสมาธิเสียก่อน หากจิตของผู้ที่จะเป็นร่างทรงเป็นสมาธิแล้ว เทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สามารถเข้าประทับทรงได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น การถอดจิต การโทรจิต การสัมผัสจิต การเข้าฝัน และการเข้าทรง การเข้าทรง ก็คือ เทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำการสะกดจิตของร่างทรงที่แสดงเจตจำนงสมัครใจที่จะเป็นร่างทรง ให้จิตของผู้ที่เป็นร่างทรงอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้ประกอบพิธีจะอัญเชิญดวงจิตของเทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะเข้าประทับอยู่ในร่างทรง
ในกรณีที่ผู้ไม่เคยผ่านการฝึกจิต ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทวดาด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ถ้าหากว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือ เทวดา มีความประสงค์จะติดต่อสื่อสารกับผู้นั้น เพื่อบอกกล่าวเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้รู้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทวดา ก็อาจติดต่อสื่อสารโดยตรงด้วยวิธีการพิเศษ เช่น การสร้างนิมิต หรือที่เรียกกันว่า ลางสังหรณ์ ดลจิตดลใจให้รู้ แต่การติดต่อ-สื่อสารด้วยการสร้างนิมิต อาจต้องตีความหมายด้วยตนเองจึงมีความผิดพลาดสูง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทวดา อาจใช้วิธีการพิเศษและน่าเชื่อถือกว่าการสร้างนิมิต ก็คือ “การเข้าทรง” ด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงเรียกการติดต่อสื่อสารกับเทวดาว่า “การทรงเจ้า”
ส่วนการเข้าผี หมายถึง ถูกผีเข้าสิง ซึ่งเป็นวิญญาณชั้นต่ำ หรือ พวกเปรต อสุรกาย สัตว์นรก ใช้วิธีการจู่โจมบีบบังคับ “จิต” ของผู้ที่มีจิตอ่อนแอให้เคลิ้มหลับไปชั่วขณะหนึ่ง แล้ววิญญาณของผีเข้ามาสิงอยู่ภายในร่างกาย ควบคุมบังคับให้กระทำไปโดยไม่รู้ตัวตกเป็นทาสทางจิตของวิญญาณชั้นต่ำ เรียกกันว่าผีเข้าหรือผีสิง แต่ในกรณีการเข้าทรงเป็นเรื่องที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทวดา ขอยืมร่างของผู้ที่สมัครใจเพื่อติดต่อสื่อสารกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
"เหตุที่นำข้อมูลเกี่ยวกับความจริงความลับในเรื่องการเข้าทรงมาอธิบาย ก็เพื่อให้สมาชิกเข้าใจถึงความลึกลับของจิตวิญญาณ และรู้ว่าไม่ใช่ความเชื่อในสิ่งงมงายไร้เหตุผล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนพอเป็นแนวทาง เพื่อช่วยให้คิดได้ว่าเหตุใดเจ้าแม่นางพระยา และองค์จตุคามรามเทพ จึงได้มาติด-ต่อกับผมโดยผ่านการเข้าทรงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักเมือง แสดงศิลปวิทยาการทางโลกให้เห็นประจักษ์ บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาติที่ถูกบิดเบือนให้ชนรุ่นหลังรู้ความจริง โดยเลือกเอา เมืองนครศรีธรรมราช มาเป็นแหล่งจุดประกาย จนกระทั่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก" พล.ต.ท.สรรเพชญกล่าว



