พระเครื่อง

“เซียนรับซื้อของโจร!"
เรื่องฉาวข่าวเน่าของวงการพระอีกเรื่อง

“เซียนรับซื้อของโจร!" เรื่องฉาวข่าวเน่าของวงการพระอีกเรื่อง

26 พ.ค. 2552

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๘ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เขตพระนคร กรุงเทพฯ แจ้งว่ามีพระพุทธรูปจำนวน ๓ องค์ ในพิพิธภัณฑ์วัดบ้านปราสาท (บ้านโคนใต้) ต.คณฑี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ถูกโจรกรรม

 จากการตรวจสอบพบว่าพระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์นี้ ประกาศขึ้นทะเบียนวัตถุโบราณ ศิลปวัตถุ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๘ ตอนที่ ๗๐ วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๓๔ มีรายละเอียดดังนี้

 ๑.พระพุทธรูปปางลีลา เนื้อสัมฤทธิ์ สูง ๑๔๑ ซม. อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ศิลปะสุโขทัย ลักษณะยืนบนฐานบัว มีพระอิริยาบถในลักษณะก้าวเดิน ยกส้นพระบาทขวา พระพักตร์รูปไข่ พระเกศาขมวดเป็นก้นหอย พระรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง พระขนงก่งโค้งเป็นรูปปีกกา พระเนตรหลุบต่ำ พระโอษฐ์อมยิ้ม พระหนุเป็นปม พระศอเป็นปล้อง ๓ ชั้น พระหัตถ์ยกขึ้นเสมอพระอุระป้องไปเบื้องหน้า พระกรขวาอยู่ในท่าไกว พระพาหากว้าง ห่มจีวรเฉียง ชายสังฆาฏิเป็นเขี้ยวตะขาบ

 ๒.พระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง ๖๐ ซม. ฐานกว้าง ๖๓ ซม. สูงรวมฐาน ๘๖.๕ ซม. อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ ศิลปะอยุธยา ลักษณะประทับขัดสมาธิราบบนฐานหน้ากระดาน ฐานชำรุดหายไปบางส่วน พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ พระพักตร์รูปไข่ พระเกศาขมวดเป็นก้นหอย มีไรพระศก ติ่ง พระกรรณซ้ายหักหายไป พระขนงก่งโค้งเป็นรูปปีกกา พระเนตรหลุบต่ำ พระหนุเป็นปม ห่มจีวรเฉียง ชายสังฆาฏิเป็นเขี้ยวตะขาบ

 และ ๓.พระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง ๖๐ ซม. ฐานกว้าง ๖๓ ซม. สูงรวมฐาน ๘๗ ซม. อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐ ศิลปะสุโขทัย ลักษณะประทับขัดสมาธิราบบนฐานหน้ากระดาน ที่ฐานมีขา ๓ ขา พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ พระพักตร์รูปไข่ พระเกศาขมวดเป็นก้นหอย พระรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง พระขนงก่งโค้งเป็นรูปปีกกา พระเนตรหลุบต่ำ พระโอษฐ์อมยิ้ม พระหนุเป็นปม พระศอเป็นปล้อง ๓ ชั้น ห่มจีวรเฉียง ชายสังฆาฏิเป็นเขี้ยวตะขาบ

 ทั้งนี้ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนทั่วไป หากพบเห็นหรือพบเบาะแสพระพุทธรูปดังกล่าว โปรดแจ้งไปที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ๑๐๒๐๐ โทร.๐-๒๖๒๘-๕๐๓๔ ต่อ ๓๑๔, ๓๑๕

 หลังจาก "คม ชัด ลึก" นำเสนอข่าวนี้ออกไป หลังจากนั้นไม่นานตำรวจก็จับผู้โจรกรรมพระดังกล่าวได้ โดยผู้ต้องหาได้ให้ปากคำว่า "ได้นำพระดังกล่าวขาย พระพุทธรูปปางลีลา เนื้อสัมฤทธิ์ ให้เซียนพระย่านท่าพระจันทร์ท่านหนึ่ง"

 และในที่สุดตำรวจก็สามารถนำสืบได้ว่าเซียนพระที่ถูกซัดทอดนั้นเป็นใคร ผลสุดท้ายก็สามารถนำพระคืนพิพิธภัณฑ์วัดบ้านปราสาท สร้างความปีติดีใจให้ชาวกำแพงเพชรเป็นอย่างยิ่ง

 ในวัดที่ได้รับพระคืนนั้น มีชาวบ้านหลายพันคนมาตั้งขบวนแห่ตอนรับ ขณะเดียวกันก็สาปแช่งเซียนพระที่บังอาจรับซื้อพระให้มีอันเป็นไปต่างๆ นานา และทุกวันนี้ทำประตูล็อกอย่างแน่นหนา ๒ ชั้น

 แหล่งข่าวจาก สมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า ข่าวฉาวข่าวเน่าของเซียนรับซื้อของโจรนั้น เป็นที่รู้กันทั้งวงการทั้งที่ตลาดท่าพระจันทร์ และตลาดพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โดยเป็นที่รู้กันดีว่าเซียนท่านนั้นเป็นใคร ทั้งนี้บรรดาหมู่เซียนได้ตั้งฉายาให้เซียนคนดังกล่าวใหม่ว่า "พชร (พะ-ชะ-ระ) ท่าพระจันทร์"

 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ พระพุทธรูปปางลีลา เนื้อสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นองค์เดียวกันกับสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้แจ้งความไว้จะถึงตลาดท่าพระจันทร์ พระองค์ดังกล่าวผ่านมือเซียนคนแรก ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี เข้าใจว่าเซียนคนแรกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นพระที่ถูกขโมยมาจากวัด แต่ "พชร ท่าพระจันทร์" ที่รับหน้าเสื่อน่าจะรู้ว่าเป็นพระที่ถูกขโมยมาเพราะเล่นพระบูชา

 ทั้งนี้ "พชร ท่าพระจันทร์" เป็นผู้ติดต่อและดำเนินการซื้อก่อนหน้านี้ โดยใช้อุบายให้เพื่อนลงหุ้นซื้อพระบูชาองค์หนึ่งในราคา ๑ ล้านบาท หลังจากนั้นไม่นาน พชร ท่าพระจันทร์ บอกว่า พระมีปัญหาต้องรีบขายออกไป ทั้งนี้ได้ตกลงขายกับนักสะสมท่านหนึ่งในราคา ๑.๑ ล้านบาท พร้อมกับบอกว่า ลูกค้ามีปัญหาทางการเงินไม่ดีต้องผ่อนชำระเป็นเดือน โดยตีเช็คผ่อนให้เดือนละ ๑ แสนบาท และได้นำพระองค์ดังกล่าวไปเก็บไว้ที่บ้านเซียนอีกท่านหนึ่ง ผ่อนได้ประมาณ ๓-๔ แสน จากนั้น "พชร ท่าพระจันทร์" หยุดชำระเงิน โดยไม่มีเหตุผล และมารู้ภายหลังว่า "พชร ท่าพระจันทร์" ตัดพระเก็บไว้เอง และ "พชร ท่าพระจันทร์" ตั้งใจจะขายพระอง์ดังกล่าวในราคาประมาณ ๓๐-๔๐ ล้านบาท จากนั้น "พชร ท่าพระจันทร์" ก็จะออกจากวงการพระเครื่องไปเลย

 แต่ด้วยปาฏิหาริย์ของพระพุทธรูปปางลีลา เนื้อสัมฤทธิ์ เซียนพระที่เก็บพระไว้แทน "พชร ท่าพระจันทร์" เข้าใจว่าพระองค์ดังกล่าวนี้เป็นพระของชาวบ้านทั่วไปจึงนำมาตั้งไว้หน้าร้าน และให้คนทั่วๆ ไปกราบไหว้ขอพร อยู่ๆ ก็มีตำรวจมาแจ้ของหาว่ารับซื้อของโจร เซียนคนดังกล่าวถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่มีความรู้เรื่องพระบูชาใดๆ เลย พร้อมกับสอบถามไปยัง "พชร ท่าพระจันทร์" เกี่ยวกับที่มาขอพระอค์ดังกล่าว แต่ "พชร ท่าพระจันทร์" ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เซียนที่เก็บพระไว้จึงเข้าหาผู้ใหญ่ในสมาคมให้ช่วยเคลียร์เรื่องดังกล่าว  

 ในที่สุดก็สามารเคลียร์ได้ โดยส่งมอบคืน พระพุทธรูปปางลีลา เนื้อสัมฤทธิ์ ให้ตำรวจ ณ สถานที่แห่งหนึ่งย่านดอนเมือง

 เหตุผลหนึ่งที่ทำให้รอดข้อหารับซื้อของโจร เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เซียนคนดังกล่าวเล่นพระเครื่อง และไม่มีความรู้เรื่องพระบูชาเลย ตำรวจจึงไม่ติดใจเอาความ จากวันนั้นเป็นต้นมาเซียนพระทั้ง ๒ ก็แตกคอกันอย่างรุนแรง ไม่คบหาสมาคมกันอีกเลย

สน.พระเครื่อง
 ปัญหาเรื่องการโจรกรรมพระ ตามวัดนั้น นายพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า สมาคมพยายามให้ความร่วมมือกับทางตำรวจมาตลอด พระเครื่องและพระบูชาของประชาชนที่ถูกโจรกรรม หากไม่มีภาพถ่ายก็จะไม่สามารถตามคืนสู่เจ้าของได้เลย หากมีการถ่ายภาพ รูปพรรณสัณฐาน ให้ได้เห็นชัดเจนก็สามารถติดตามคืนเจ้าของได้โดยง่าย เพราะหน้าที่อย่างหนึ่งของสมาคม คือ เหมือนสถานีตำรวจพระเครื่อง (สน.พระเครื่อง) คือ คอยติดตามพระเครื่องที่ถูกลักขโมยไป หลายครั้งที่มีคนร้ายขโมยพระมาขาย สมาคมก็สามารถแจ้งตำรวจจับกุมตัวได้ทันที

 ทุกวันนี้การเช่าซื้อพระหลักๆ และพระที่มีราคาแพง ข้อปฏิบัติอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันข้อครหารับซื้อของโจร คือ เซียนพระต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน รวมทั้งสถานที่ติดต่อของผู้นำมาขายอย่างชัดเจน เพราะทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า แยกไม่ออกว่าคนดีกับโจรนั้นแตกต่างกันอย่างไร บางคนนำพระมาขาย แต่งกายภูมิฐาน ใส่สูทเรียบร้อย เมื่อสมาคมมีมาตรการตรวจจับคนร้ายที่โจรกรรมพระมาจากไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการกระทำความผิดไปได้ 

 "ทุกวงการมีคนชั่วกับคนเลวปนกัน อย่างสุภาษิตที่ว่า ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้องนั่นแหละ แต่ถ้าสังคมใดเข้มแข็ง คนเลวก็ไม่สามารถอยู่ในสัมคมนั้นได้ วงการพระก็มีมาตรการทางสังคม ที่ไม่เอาเซียนไม่ซื่อต่ออาชีพอยู่แล้ว จึงอยากฝากให้คิดว่า สำนึกของผู้ที่ใช้พระเครื่องพระบูชาคือ เรามีพระต้องทำตัวให้ดีสมกับคำพระ มีพระมีธรรมะชำระจิต มีพระจงยั้งคิดสิ่งบัดสี มีพระติดตัวรู้ชั่วดี มีพระดีเป็นที่ซึ้งทางใจ มีพระติดตัวใช่โง่งม มีพระอย่าสะสมสิ่งเลวร้าย มีพระมีศีลธรรมประจำใจ ถึงวันตายยังมีพระบอกทางธรรม" นายพยัพ กล่าว

 เรื่อง - ภาพ.. "ไตรเทพ ไกรงู"

"}])