
เดินสันติภาพระหว่างศาสนาเพื่อบังกลาเทศ
เดินสันติภาพระหว่างศาสนาเพื่อบังกลาเทศ 'เราไม่ต้องการความรุนแรง เราต้องการความสงบ' : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยพระชาย วรธัมโม เรื่อง /ธรรมะออนไลน์
วันอังคารที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕
ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ที่เราเรียน (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) เพื่อนภิกษุชาวบังกลาเทศมีการพูดคุยนัดแนะกันถึงการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้ว่าจะมีการ “เดินสันติภาพเพื่อบังกลาเทศ” ในกรุงเทพฯ ที่จริงเราคิดว่าจะเบี้ยวรายการนี้เพราะเรามีการบ้านที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันถัดไป แต่เมื่อคิดๆ ดูเพื่อนบังกลาเทศก็คือเพื่อนของเรา เมื่อเพื่อนเดือดร้อนเราน่าจะสละเวลาช่วยเพื่อนสักหน่อยและคิดเสียว่าความทุกข์ของเพื่อนมาก่อนการบ้านก็แล้วกัน
แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่เราตัดสินใจไปร่วมเดินสันติภาพในครั้งนี้ก็คือนี่ไม่ใช่การเดินเพื่อประท้วงหรือเดินเพื่อรังเกียจเพื่อนชาวมุสลิม แต่เป็นการเดินเพื่อให้เกิดสันติภาวะระหว่างศาสนา เมื่อความคิดของเราชัดเจนเราจึงตัดสินใจไปร่วมเดินเพื่อสันติภาพในครั้งนี้
วันพุธที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕
เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่สนามหลวงฝั่งตรงข้ามกับพระแม่ธรณีบีบมวยผม เรามาถึงเป็นคนแรกๆ รู้สึกแปลกใจที่เห็นพระมาแค่ ๔-๕ รูป เพื่อนบอกว่าเดี๋ยวอีกสักครู่ก็คงมากัน ผ่านไปแค่ ๕ นาทีก็เริ่มมีพระภิกษุทยอยกันมาจริงๆ การชุมนุมครั้งนี้เป็นการนัดหมายกันง่ายๆ หลวมๆ แบบบอกต่อ ใครสนใจมาร่วมก็จงมา ใครไม่สะดวกหรือไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องมาหรือไม่ได้กะเกณฑ์ว่าต้องเป็นชาวบังกลาเทศเท่านั้น เพื่อนภิกษุชนชาติใดที่ต้องการสนับสนุนให้เกิดสันติภาพในบังกลาเทศก็สามารถมาร่วมได้
เวลาผ่านไปเดี๋ยวเดียวพระภิกษุประมาณ ๒๕๐ กว่ารูปก็มาชุมนุมกันเต็มบริเวณ นี่เป็นการชุมนุมที่เกิดขึ้นโดยการนำของคณะสงฆ์บังกลาเทศในประเทศไทย (Buddhist Community of Bangladesh in Thailand) จุดประสงค์ของการชุมนุมครั้งนี้คือเพื่อสื่อสารว่าเราต้องการให้เกิดสันติภาพในบังกลาเทศ สาเหตุเนื่องมาจากปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาชาวมุสลิมในบังกลาเทศได้บุกเผาทำลายวัดพุทธอย่างน้อย ๑๐ แห่ง (บางสำนักข่าวรายงานว่าจำนวนวัดที่ถูกเผาพุ่งสูงถึง ๑๙ วัด) พร้อมกับเผาบ้านเรือนชุมชนชาวพุทธในเมืองรามูทางตอนใต้ของประเทศประมาณ ๑๐๐ หลังคาเรือน สาเหตุเพราะชาวมุสลิมไม่พอใจที่พบภาพคัมภีร์อัลกุรอานถูกเผาปรากฏบนโปรไฟล์ของเด็กชายชาวพุทธคนหนึ่งบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่าเด็กชายผู้นั้นไม่ได้โพสต์เองแต่ถูกแท็กภาพผ่านผู้อื่นอีกที
การเดินสันติภาพครั้งนี้ ๙๐% เป็นพระภิกษุชาวบังกลาเทศ ที่เหลืออีกประมาณ ๑๐% เป็นเพื่อนภิกษุชาวพม่า อินเดีย และชาวไทย ป้ายรณรงค์หลากหลายขนาดและใบปลิวถูกทำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วรอให้ทุกคนได้ถือรณรงค์และแจกจ่ายใบปลิวแก่ผู้คนริมถนนเพื่อสื่อสารถึงสันติภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นในบังกลาเทศ ทุกท่านตั้งใจถือป้ายแสดงข้อความกันอย่างเต็มที่
เวลา๐๙.๐๐ น.คณะพระภิกษุนานาชาติออกเดินเท้าจากท้องสนามหลวง มีจุดหมายปลายทางคือองค์การสหประชาชาติ (United Nations) และรัฐสภา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกให้ตลอดเส้นทาง เพราะมีการติดต่อไว้ล่วงหน้าแล้ว ระหว่างที่เดิน ชาวบ้านและผู้คนที่รอรถอยู่ตามป้ายรถเมล์ต่างเฝ้ามองการเดินขบวนของพระภิกษุสงฆ์ด้วยความสนใจ อาจทำให้รถติดบ้างเฉพาะช่วงข้ามถนนแต่ก็ไม่นานนักเพราะเป็นขบวนเดินสันติภาพขบวนสั้นๆ โชคดีที่เช้าวันนี้แดดไม่ร้อนทำให้ไม่เป็นอุปสรรคกับการเดิน
ป้ายที่พระภิกษุพยายามสื่อสารมีใจความชัดเจนว่า 'เราต้องการสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียว (WE WANT PEACE AND HARMONY)' ไม่ได้ต่อต้านเพื่อนชาวมุสลิมแต่เป็นการสนับสนุนให้เกิดสันติภาพในบังกลาเทศ ระหว่างที่เดิน พระผู้ทำหน้าที่คุมขบวนประกาศให้เดินเป็นสองแถว ทำให้การเดินเป็นระเบียบมากขึ้น เนื่องจากตอนแรกเดินกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีการใช้ภาษาบังกลาเทศและภาษาอังกฤษในการสื่อสารควบคุมขบวน
เวลา ๑๐.๐๐ น. เรามาถึงจุดหมายปลายทางคือ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) มีการจัดป้ายรณรงค์ให้เป็นระเบียบบริเวณหน้าตึกยูเอ็นเพื่อให้สื่อเก็บภาพไปทำข่าว พระภิกษุหลายรูปทยอยกันพูดผ่านไมค์บอกเล่าถึงความรู้สึกและจุดประสงค์ที่มาร่วมเดินสันติภาพในครั้งนี้ มีพระภิกษุตัวแทนเข้ามอบจดหมายสันติภาพให้องค์การสหประชาชาติเพื่อให้องค์การรับทราบถึงสันติภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นในบังกลาเทศ
เราจะตระหนักรู้หรือไม่ว่า พระภิกษุในประเทศเพื่อนบ้านแถบเอเชียของเรา ประเทศของท่านๆ มักเจอกับการกดขี่ เจอความรุนแรงและความไม่สงบภายในประเทศของท่านเสมอ ประสบการณ์เหล่านี้ได้บ่มเพาะให้ท่านมีความกล้าหาญในการทำงานเคลื่อนไหวกับสังคม การชุมนุมลักษณะนี้อย่างน้อยต้องอาศัยหัวใจที่กล้าหาญ เพราะนี่เป็นการเดินขบวนในดินแดนที่ไม่ใช่ประเทศของท่าน ท่านอาจจะต้องเสี่ยงกับอุปสรรคหลายเรื่อง แต่บังเอิญประเทศไทยเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในระดับหนึ่งจึงทำให้การเดินเพื่อสันติภาพครั้งนี้ได้รับความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่น้อย ซึ่งต้องขออนุโมทนามา ณ โอกาสนี้
สุดท้าย เราอยากสื่อสารถึงจุดยืนต่อการเดินสันติภาพในครั้งนี้ว่า เราไม่ได้รังเกียจเพื่อนชาวมุสลิม เราไม่ได้ต้องการให้คนที่เห็นขบวนเดินสันติภาพครั้งนี้เข้าใจว่านี่คือการเดินประท้วงชาวมุสลิมในบังกลาเทศหรือประท้วงชาวมุสลิมในประเทศไหนๆ และเราไม่ต้องการให้มีความรังเกียจกันไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาใดก็ตาม
สิ่งที่เราต้องการคือขอให้บังกลาเทศเกิดสันติภาพระหว่างศาสนา และขอให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนชาวมุสลิมและเพื่อนชาวพุทธไม่ว่าในประเทศใดก็ตาม จงมีความรักใคร่ไม่รังเกียจกันแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว



