พระเครื่อง

ปี56มุ่งพัฒนาพุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพุทธโลก

ปี56มุ่งพัฒนาพุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพุทธโลก

04 ต.ค. 2555

จัดงานวันศาสนูปถัมภ์และวันสถาปนาพศ. ดีเดย์ปี56มุ่งพัฒนาพุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพุทธโลก

               เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่บริเวณหน้าอาคารหลวงพ่อวัดปากน้ำ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการจัดงานวันศาสนูปถัมภ์ และวันสถาปนาพศ. พร้อมทั้งพิธีรับมอบอาคารพศ. หลังใหม่ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพศ. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

               ทั้งนี้นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้พศ.ดำเนินการคือการทำให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกตามที่ชาวพุทธทั่วโลกได้มีมติในคราวการประชุมวิสาขบูชาโลกที่ประเทศไทยเมื่อปี 2548โดยจะให้เริ่มดำเนินการในปี2556 นี้ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกอย่างสมเกียรติ โดยควรจะมีการสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รูปเคารพของศาสนาพุทธนิกายต่างๆ เป็นศูนย์กลางข้อมูลทางด้านพระพุทธศาสนา เพื่อให้ชาวพุทธจากทั่วโลกต้องการที่จะเดินทางมายังพุทธมณฑล ขณะเดียวกันอาจจะต้องมีการส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้เวลาชาวพุทธจากแต่ละประเทศเดินทางมาที่ประเทศไทยจะต้องเดินทางมายังพุทธมณฑล 
 
               นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวต่อไปว่า นอกจากนสิ่งก่อสร้างแล้ว ตนเห็นว่าความประพฤติของชาวพุทธไทยก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะเป็นศุนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกอย่างแท้จริง ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวไทยควรที่จะต้องรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามนอกจากการพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์ลางพระพุทธศาสนาโลกแล้ว สิ่งที่รัฐบาลต้องการให้มีการสนับสนุนเพิ่มขึ้นคือเรื่องของพระธรรมทูตที่รัฐบาลมีแนวทางที่จะให้การสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพระธรรมทูตจะทำหน้าที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยในเรื่องของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วย
 
               ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับอาคารพศ.หลังใหม่ ประกอบด้วยอาคารหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ทำการของพศ.หลังใหม่ ใช้งบฯจัดสร้างประมาณ 94.6ล้านบาท และอาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ประชุมมส. ใช้งบฯในการจัดสร้างประมาณ 32 ล้านบาท

........

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กของพระเมธีธรรมาจารย์)

"}])