
สวดล้างอาถรรพณ์'วันสิ้นโลก!'๒๓ก.ย.๒๕๕๕
สวดล้างอาถรรพณ์ "วันสิ้นโลก!" ๒๓ กันยายน ๒๕๕๕ ณ ปราสาทภูเพ็ก จ.สกลนคร : เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู ภาพ กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อำพร
“แกนโลกเอียงและโลกยังหมุนรอบตัวเองเป็นปกติ ยันวันที่ ๒๑ ธ.ค.๒๐๑๒ ไม่ใช่วันสิ้นโลก ตามความเชื่อปฏิทินชาวมายา ผลการพิสูจน์วันสิ้นโลก "แกนโลก" ยังคงเหมือนเดิม เพราะขั้วโลกยังชี้ที่ดาวเหนือ ดวงอาทิตย์ในวันนี้ขึ้นที่มุมกวาด ๙๐ องศา และมุมเอียงของแกนโลกอยู่ที่ ๒๓.๕ องศา”
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นผลสรุปการพิสูจน์วันสิ้นโลก ณ ปราสาทภูเพ็ก บนยอดเขาสูง ๕๒๐ เมตร ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๓ กันยายน ของทีมงาน "พยัคฆ์ภูเพ็ก" โดยการนำของ นายสรรค์สนธิ บุณโยทยาน นักพิภพวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ และผู้เขียนหนังสือสุริยะปฏิทินพันปี นพ.ศิริโรจน์ กิตติสารพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ รับหน้าที่คำนวณทางคณิตศาสตร์ เพื่อวัดมุมเอียงของแกนโลก
เหตุผลของการใช้ปราสาทภูเพ็กเป็นสถานที่พิสูจน์วันสิ้นโลก นายสรรค์สนธิ บอกว่า นอกจากจะเป็นสุริยะปฏิทินขอมโบราณแล้ว ปราสาทภูเพ็กแม้จะเป็นปราสาทที่สร้างไม่เสร็จ แต่ก็มีพิเศษกว่าปราสาทอื่นๆ ทั้งนี้จากการใช้เครื่องมือจีพีเอสสำรวจตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของเนินดินลึกลับ ๗ ลูก บนภูเขา พบว่าเนินดินลึกลับทั้ง ๗ ลูก เรียงตัวเป็นเส้นตรงและชี้ไปที่มุมกวาดจากทิศเหนือ ๘๐ องศา แสดงว่าผู้สร้างต้องมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่ใช่การก่อสร้างแบบเดาสุ่ม ทั้งเมื่อใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดาราศาสตร์ The Starry Night สร้างภาพย้อนหลังไปที่ราวๆ วันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน พ.ศ.๑๗๔๓ ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งอาณาจักรขอม พบว่าเนินดินเหล่านี้ชี้ไปที่ “ราศีเมษ” (Aries) ซึ่งเป็นเดือนแรกของปฏิทินมหาศักราช
อย่างไรก็ตาม ในปฏิบัติการท้าพิสูจน์วันสิ้นโลก ซึ่งเป็นการใช้หลักความรู้ทางดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อีกมุมหนึ่งได้มีการประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์แก้อาถรรพณ์วันสิ้นโลก โดยมี อ.วรวิทย์ ตงศิริ หรือ “ฤาษีเอก อมตะ” ผู้มีความรู้ทั้งวิชาวิทยาศาสตร์และลึกลับศาสตร์ รับหน้าที่จัดพิธีกรรมแก้อาถรรพณ์ นอกจากนี้ยังมีร่างทรงพระศิวะมาประกอบพิธีสวดล้างอาถรรพณ์วันสิ้นโลกด้วย ที่ผ่านมามีการสวดล้างอาถรรพณ์วันสิ้นโลกไปแล้ว ๓ ครั้ง คือ วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕ และวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๕ และวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๕ นอกจากนี้จะมีการสวดอีก ๒ ครั้ง คือ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๕ และครั้งใหญ่ในคืนวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ ต่อเนื่องเช้าตรู่วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ซึ่งตรงกับวันสิ้นโลกตามความเชื่อของปฏิทินมายา
อ.วรวิทย์ บอกว่า ในการสวดล้างอาถรรพณ์วันสิ้นโลก เริ่มด้วยการไหว้พระสวดมนต์ในบทปกติ ที่พุทธศาสนิกชนสวดกันได้ทุกวัน บทสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และสมาทานรับศีล ๕ จากนั้นได้อธิษฐานจิตให้ผู้คนในประเทศไทยรอดพ้นจากภัยพิบัติทุกประการที่จะมี รวมทั้งให้ผู้คนทุกประเทศทั่วโลกจงอยู่เย็นเป็นสุข รอดพ้นจากภัยพิบัติทุกประการ ที่หนักก็ให้เป็นเบา ที่เบาอยู่แล้วก็ให้หายสิ้น จากนั้นก็เริ่มสวดบททิพยมนต์ ซึ่งมีความเชื่อว่า สามารถให้คนอยู่ดีมีสุข บทสวดธัมมจักกัปวัตนสูตร ซึ่งเป็นบทสวดที่พระพุทธเจ้าสาธยายธรรมให้แก่ปัจจวัคคีย์ทั้ง ๕ ซึ่งทำให้พระอัญญาโกฑัญญะบรรลุธรรมขั้นพระโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคลรูปแรกของโลก
บทสวดรัตนสูตร ซึ่งเป็นพุทธมนต์ที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ได้เจริญพุทธมนต์บทนี้ที่เมืองไพศาลี เมื่อครั้งเกิดภัยพิบัติ บทสวดบังสุกุลตาย บังสุกุลเป็น ๙ จบ บทสวดกรวดน้ำ ๙ จบ รวมทั้งมีการสวดพระคาชินบัญชร พระคาถาชัยมงคล บทสวดมหาไชย ซึ่งเป็นตำราโบราณของชาวอีสานแถบลุ่มแม่น้ำโขง (บทสวยไชยใหญ่) และคาถาพระปริตรต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการสวดพระคาถาตามตำราของพระฤาษีที่สืบทอดกันมา
อย่างไรก็ตาม แม้คนจำนวนไม่น้อยอาจจะมองว่าการประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์แก้อาถรรพณ์วันสิ้นโลกเป็นเรื่อเหลวไหล แต่ อ.วรวิทย์ พูดไว้อย่างน่าคิดว่า "ใครจะเชื่อหรือไม่เป็นเรื่องธรรมดา แต่คาถาและพุทธมนต์ที่สวดทุกบทล้วนมีที่มาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยพุทธมนต์แต่ละบทล้วนเป็นคำสอนที่พระพุทธองค์สอนไว้ พิธีมงคลต่างๆ พระก็สวดกันทั้งสิ้น ถึงจะแก้อาถรรพณ์ไม่ได้ทันตาเห็น แต่ก็เป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้สวดและผู้ฟัง"
ด้าน นพ.ศิริโรจน์ บอกว่า การสวดมนต์ไม่ว่าจะสวดด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ประโยชน์ของการสวดมนต์จะทำให้จิตใจของผู้สวดสงบเป็นสมาธิ สามารถแผ่พลังความเมตตาให้แก่ผู้อื่นได้ ในทางการแพทย์มองว่า ประโยชน์ของการสวดมนต์สามารถทำให้ภูมิต้านทางของโรคสูงขึ้น ในทางการแพทย์มีการใช้สมาธิบำบัดผู้ป่วยที่เป็นโรคในระดับเล็กน้อย โรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง และสะเก็ดเงิน เมื่อสวดมนต์ทำสมาธิโรคดังกล่าวก็จะสงบและทุเลาลง ทั้งนี้ หากร่วมกับการรักษาด้วยยาก็จะทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงขึ้นกว่าการรักษาด้วยแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ในทางการแพทย์ได้มีข้อสรุปว่า การสวดมนต์ทำให้จิตสงบ เมื่อจิตสงบเม็ดเลือดขาวจะมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น สามารถทำลายสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางร่างกาย ถ้าจิตสงบในระดับลึกเป็นเวลานานและปฏิบัติต่อเนื่องเป็นนิสัย สามารถทำให้โรคหายได้ อย่างไรก็ตาม ต้องประกอบกับการรักษาด้านอื่นๆ เช่น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย รวมทั้งการใช้ยา
เม็กซิโกจัดพิธีกรรม "วันสิ้นโลก ๒๐๑๒”
นายสรรค์สนธิ บอกว่า "ปฏิทินชาวมายา" ที่ประเทศเม็กซิโกเป็นต้นกำเนิดของข่าวระทึกขวัญชิ้นนี้ นับว่าปฏิทินดังกล่าวสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๐๑๒ นักวิชาการบางคนเลยตีความว่า เมื่อปฏิทินสิ้นสุดลงโลกก็จะดับสูญตามไปด้วย อาจจะเป็นเพราะการพลิกกลับขั้วของแกนโลกทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาเก่า (Old Testament The Book of Joshua) มีบันทึกว่า
วันที่ โจชัว ยกกองทัพเข้าตีเมืองเจริโก (ริมทะเลทราย ประเทศอิสราเอล) วันนั้นเกิดเหตุการณ์ประหลาด "พระอาทิตย์ค้างฟ้า" กลางวันยาวมากกว่าปกติ ขณะเดียวกันชาวมายาและแอสแทกในอีกซีกโลกที่อเมริกาใต้ มีเรื่องราวเป็นตำนานว่า "กลางคืนยาวผิดปกติ" ทั้งสองเหตุการณ์อาจหมายถึงโลกหยุดนิ่งชั่วขณะหรือหมุนช้าลงชั่วคราวอันเนื่องจากแรงดึงดูดของนิบิรุ
เรื่องนี้เข้าทางปืนนักเขียนนวนิยาย พ็อกเกตบุ๊กขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และยิ่งเข้าทางบริษัทยักษ์ใหญ่วงการบันเทิงภาพยนตร์อย่างฮอลลีวู้ด ก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ บวกแรงกระพือของหมอดูแม่นๆ ที่มีชื่อเสียง เล่นเอาคนทั้งโลกตกอยู่ในความกลัวตามๆ กัน แต่มีผลประโยชน์ที่ตามมาคือ บริษัททัวร์และธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องขานรับอย่างเป็นระบบ ทำเอาเป้าส่งเสริมทัวร์ประเทศนี้นัยว่าทะลุ ๕๒ ล้านคนแล้ว
“ทางการประเทศเม็กซิโก เจ้าตำรับของปฏิทินมายา เลยได้ทีขี่แพะไล่ ด้วยการจัดเทศกาลฉลองวันสิ้นโลก ๒๐๑๒ ที่พีระมิดในเมืองชิเชนอีสซา แหลมยูคาตัน โดยใช้คนพื้นเมืองที่มีหน้าตาท่าทางเหมือนเผ่ามายาโบราณ สามารถเรียกความสนใจได้อย่างมาก” นายสรรค์สนธิกล่าว



