พระเครื่อง

‘พจ๙เทวา’ผู้ชำนาญการพระเมฆสิทธิ์‘หลวงปู่ทับ’

‘พจ๙เทวา’ผู้ชำนาญการพระเมฆสิทธิ์‘หลวงปู่ทับ’

30 ก.ย. 2555

‘พจ๙เทวา’คนรุ่นใหม่ผู้ชำนาญการ พระเมฆสิทธิ์ ‘หลวงปู่ทับ’ วัดอนงค์ : เส้นทางนักพระเครื่อง โดยตาล ตันหยง

             พจ ๙ เทวา คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่กำลังโด่งดังในขณะนี้ เป็นชาวหาดใหญ่ ศิษย์เก่าแสงทองวิทยา เห็นพระในร้านแล้วต้องยอมรับว่า “พจ ๙ เทวา” คนนี้ไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะ พระเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม คลองสาน ธนบุรี  “พจ” มีความรู้ความชำนาญมากเป็นพิเศษ โดยได้สะสมพระสายนี้เอาไว้มากพอสมควร ผ่านสายตามาแล้วครบถ้วนทุกพิมพ์ทุกสภาพขององค์พระ
               
              พจ กล่าวว่า “พระเนื้อเมฆสิทธิ์เป็นพระเนื้อพิเศษที่ได้มาจากการเล่นแร่แปรธาตุของพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมขลังในสมัยก่อน ถ้าพลังจิตไม่แก่กล้าและเข้มขลังอย่างแท้จริงแล้วก็ทำไม่ได้ หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม ถือเป็นพระเกจิอาจารย์อันดับ ๑ ของการสร้างพระเนื้อเมฆสิทธิ์ ซึ่งนอกจากจะมีอานุภาพในการคุ้มครองความปลอดภัย และเมตตามหานิยมให้กับผู้ที่มีไว้ในครอบครองแล้ว ยังเชื่อว่าสามารถคุ้มครองดวงชะตามิให้ตกต่ำอีกด้วย หากมีเรื่องเคราะห์ร้ายก็จะช่วยให้กลายเป็นดีได้ และที่พิเศษคือ สามารถบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างถูกต้อง ถ้าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น สีเขียวเข้มอมเหลืองมันวาวแบบปีกแมลงทับขององค์พระจะเปลี่ยนสีเป็นดำ เจ้าของพระจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากจะมีการเดินทางก็ต้องเลื่อนเวลาออกไป หรือยกเลิกการเดินทางนั้นเสีย ถ้ายกเลิกไม่ได้ก็ให้นำพระเนื้อเมฆสิทธิ์ลงแช่น้ำสะอาด ตั้งจิตอธิษฐานขอให้น้ำนั้นเป็นน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ บันดาลให้เกิดความปลอดภัยและเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง แล้วนำน้ำนั้นประพรมศีรษะพร้อมกับดื่มน้ำส่วนที่เหลือนั้น จะช่วยให้ปลอดภัยแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุหรือสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง คนสมัยก่อนยังเชื่ออีกว่า พระเนื้อเมฆสิทธิ์ ถ้าได้ใช้คู่กับ พระราหูกะลาตาเดียวของหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จะช่วยคุ้มครองดวงชะตาให้ดีขึ้นอีกพลังหนึ่ง คนที่ประสบเคราะห์ร้ายก็จะกลายเป็นเคราะห์ดี หนุนดวงชะตาให้ดีขึ้น มีแต่ความมั่นคงและโชคดีตลอดไป”
           
              ความศรัทธาเลื่อมใสในพระเมฆสิทธิ์ ของ “พจ ๙ เทวา” มีมากมาย จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ทำให้เพิ่มแรงศรัทธามากยิ่งขึ้น พร้อมกับสะสมพระสายนี้มาโดยตลอด เวลานี้จึงถือได้ว่า “พจ ๙ เทวา เป็นสายตรงผู้ชำนาญการ พระเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม” ก็คงไม่ผิดนัก
           
              “ผมสนใจพระมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมที่หาดใหญ่ เพราะคุณพ่อศรัทธาเลื่อมใสหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ มาก โดยที่คุณพ่อมีบ้านอยู่ที่ จ.ยะลา  ไม่ไกลจากวัดช้างให้ จึงไปกราบพระอาจารย์ทิมบ่อยๆ เวลามีพระอะไรออกมาให้ทำบุญ คุณพ่อจะเช่าบูชาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพระเนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ เหรียญรุ่นแรกและเหรียญรุ่นอื่นๆ โดยเฉพาะพระหลวงพ่อทวด รุ่นปี ๒๕๐๕ หลังเตารีด และหลังตัวหนังสือ ท่านมีหลายองค์ ต่อมาเมื่อผมเรียนจบชั้นมัธยมแล้วก็ไปเรียนต่อ ปวช.สถาปัตยกรรม ที่วิทยาลัยเทคนิคยะลา วันหนึ่งได้เดินผ่านสนามพระที่นั่น จึงแวะเข้าไปดู เจ้าของแผงพระถามว่า มีพระให้ดูไหมจะรับซื้อ  วันรุ่งขึ้นผมเอาพระหลวงพ่อทวด พิมพ์ใหญ่ หลังตัวหนังสือ ปี ๒๕๐๕ ของคุณพ่อไปให้เขาดู เขาขอซื้อทันที ๓๐๐ บาท คุณพ่อมารู้เรื่องเข้าทีหลังก็บอกว่า ผมโดนหลอก  พระพิมพ์นี้เขาซื้อขายกันพันกว่าบาท ผมเสียใจมากที่ถูกผู้ใหญ่หลอกเป็นครั้งแรกที่เข้าสนามพระ ต่อมาผมได้รับเงินอั่งเปาวันตรุษจีนจึงเอาเงินไปซื้อพระหลวงพ่อทวด หวังจะเอาพระมาคืนคุณพ่อ ปรากฏว่าเป็นพระปลอม ผมสับสนมาก ไม่เข้าใจว่า ทำไมวงการพระจึงเป็นเช่นนี้ ความอยากรู้อยากดูพระเป็นผมจึงไปซื้อหนังสือพระมาอ่าน พอได้เรียนรู้บ้างในระดับหนึ่ง ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งแนะนำว่า หากจะเรียนรู้ดูพระให้เป็นต้องได้พบเห็นพระแท้บ่อยๆ พร้อมกับแนะนำให้ผมไปหาเซียนพระที่เชื่อถือได้ในเมืองยะลา ๒-๓ ท่าน ไปขอแบ่งพระแท้เขามาศึกษา การศึกษาจากพระแท้องค์จริงจะช่วยให้เข้าใจเร็วขึ้น” พจ ๙ เทวา (วรพจน์ แซ่ไหล) กล่าวถึงอดีตที่ผ่านมา
           
              หลังจากเรียนหนังสือจบชั้น ปวช ที่ จ.ยะลา แล้ว “พจ” ได้เข้ากรุงเทพฯ ทำงานเป็นเซลส์แมนอยู่ระยะหนึ่ง แต่ความสนใจในพระเครื่องก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม จึงหาโอกาสเข้าสนามพระเมื่อมีเวลาว่าง พอดีเกิดกระแสนิยมจตุคามรามเทพ ช่วงปี ๒๕๔๘-๔๙ จึงหันไปซื้อขายจตุคามฯ ทางเว็บไซต์ ปรากฏว่าขายดีมาก ทำให้ได้เงินก้อนหนึ่งจึงขึ้นไปเปิดตู้พระในชมรมพระเครื่องมรดกไทย บนห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ต่อมาเมื่อกระแสจตุคามฯ แผ่วลงเรื่อยๆ ก็หันมาซื้อขายพระหลวงพ่อทวดอยู่ระยะหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เกิดความสนใจพระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค เพราะจากการศึกษาประวัติของท่านแล้ว เห็นว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เก่งมาก จึงตั้งเข็มมุ่งศึกษาพระทุกรุ่นของหลวงพ่อพรหม โดยได้รับการสนับสนุนจากเซียนพระรุ่นพี่ที่เป็นสายตรงพระหลวงพ่อพรหมโดยเฉพาะ
               
              “มีผู้บอกผมว่า ทุกวันนี้เซียนพระสายหลวงพ่อทวดมีเยอะมาก การที่เราเป็นน้องใหม่จะขึ้นมาแทรกตรงนี้คงก้าวหน้าได้ยาก ผมจึงหันไปซื้อขายพระหลวงพ่อพรหมเป็นหลัก โดยได้ซื้อพระแท้องค์จริงจากเซียนสายตรงมาศึกษา มีข้อสงสัยก็สอบถามเขา จะได้รับคำตอบเสมอ เพราะเราได้ซื้อพระสายนี้จากเขาเป็นประจำ ซึ่งสิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นความสำคัญของการเรียนรู้เรื่องพระเครื่องอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่ามีอะไรสงสัยก็ไปถามเขา โดยไม่ซื้อพระจากเขาเลย ใครเขาจะมีใจช่วยสอนช่วยแนะนำให้เราได้บ่อยๆ” พจ กล่าวในตอนหนึ่ง
           
              ความสนใจพระหลวงพ่อพรหม ทำให้ “พจ” ถึงกับลงทุนไปเช่าโรงแรมอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ นานถึงปีครึ่ง เพื่อจะได้ซื้อขายพระสายนี้ พร้อมกับการเรียนรู้ดูพระในท้องถิ่นนี้ จนมีโอกาสได้รู้จักกับเซียนพระสายนี้หลายคน ซึ่งล้วนเป็นตัวจริงรู้จริง ทำให้ “พจ” ขยายแวดวงซื้อขายออกไปอีกหลายพระเกจิอาจารย์ โดยเฉพาะพระหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกันมากนัก พระหลายพิมพ์ของท่านจึงมีอยู่ในท้องที่ จ.นครสวรรค์ มากมาย
           
              จากการศึกษาพระแท้องค์จริงเสมอๆ ทำให้ “พจ” มีความชำนาญในการพิจารณาพระหลวงพ่อเดิม และหลวงปู่ศุข ได้อย่างเฉียบขาด จนกล้าซื้อกล้าขายด้วยตนเอง
           
              “เนื่องจากหลวงปู่ศุขท่านรู้จักกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) วัดอนงคาราม เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน มีพระบางพิมพ์ของสมเด็จฯ (นวม) ที่หลวงปู่ศุข ปลุกเสกให้ ผมจึงเกิดความสนใจพระวัดอนงค์ขึ้นมาอีกสายหนึ่ง พระที่สำคัญของวัดอนงค์ คือ พระเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ จากการศึกษาประวัติของหลวงปู่ทับ ต้องยอมรับว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เก่งกล้าสามารถมากทีเดียว โดยเฉพาะการเล่นแร่แปรธาตุ เอาโลหะหลากหลายชนิดมาผสมผสานกันจนกลายเป็นเนื้อเมฆสิทธิ์ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว แสดงว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เป็นหนึ่งเดียวของพระเกจิอาจารย์สมัยนั้น (จนถึงสมัยนี้) ที่สามารถสร้างพระด้วยเนื้อเมฆสิทธิ์ได้อย่างเข้มขลัง ผมจึงได้ศึกษาพระเนื้อเมฆสิทธิ์จากเซียนพระสายตรงหลายคน และโชคดีที่ได้ซื้อพระเนื้อเมฆสิทธิ์จากรังเก่าของเซียนรุ่นใหญ่คนหนึ่งที่เก็บสะสมมานานปี ทำให้ผมได่พบเห็นพระแท้องค์จริงจำนวนมาก สำหรับพิมพ์หลักๆ ของพระเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ คือ พระพิมพ์ปางซ่อน พระปิดตาพิมพ์ต้อใหญ่ พิมพ์ต้อกลาง พิมพ์ต้อเล็ก และพิมพ์ชะลูด ฯลฯ ทุกพิมพ์เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไป แม้ว่าองค์พระบางพิมพ์จะมีขนาดเล็กจิ๋วก็ตาม หากดูพิมพ์ออกแยกพิมพ์ได้ พิจารณาความเก่าของเนื้อเมฆสิทธิ์และรอยแต่งองค์พระได้ ผมคิดว่า พระเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ ดูไม่ยากเลย” พจ กล่าวในตอนท้าย
           
              ทุกวันนี้ “พจ” ได้รับหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินพระชุดหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ของ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ทั้งนี้ เนื่องจากพระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ ได้รับการบรรจุอยู่ในรายการพระปิดตายอดนิยม ขณะที่พระปางซ่อนหาได้รับการบรรจุอยู่ในรายการพระรูปหล่อ ทำให้ “พจ” เลือกตัดสินพระชุดหลวงปู่ศุข ซึ่งมีความชำนาญเช่นเดียวกัน

"}])