พระเครื่อง

'ชาญชัย'กับพ่อทวดแสดงปาฏิหาริย์นับไม่ถ้วน

'ชาญชัย'กับพ่อทวดแสดงปาฏิหาริย์นับไม่ถ้วน

29 ก.ย. 2555

ชาญชัย เกียรติศักดิ์โสภณ พระหลวงพ่อทวดแสดงปาฏิหาริย์นับครั้งไม่ถ้วน : สรณะคนดัง เรื่อง/ภาพ โดยสุพิชฌาย์ รัตนะ / ศูนย์ข่าวภาคใต้

              ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความรุนแรงของพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้วิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนแห่งนี้ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อป้องกันปัญหาและเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตและครอบครัว ประตูหน้าต่างทุกบ้านจะถูกปิดสนิท 
 
              แต่มีประตูบ้านหลังหนึ่งเปิดรอต้อนรับชาวบ้านตลอดเวลา แม้จะรู้ดีว่า ท่ามกลางความไม่ปกติ การเปิดประตูในยามวิกาลอาจไม่ใช่เรื่องดีในพื้นที่แห่งนี้
 
              ประตูบ้านหลังดังกล่าว คือ บ้านของชายชื่อ “ชาญชัย เกียรติศักดิ์โสภณ”  นายกเทศมนตรีตำบลนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี หรือที่ผู้คนต่างขานกันติดปากว่า “นายกน้อย” 
 
              ด้วยเพราะ “นายกน้อย” รู้ดีว่าทุกข์ของชาวบ้านในดินแดนที่ยังระอุไปด้วยความรุนแรง จำเป็นต้องเป็นที่พึ่งให้ประชาชนเพื่อเยียวยาบาดแผลและความเจ็บปวดของจากผลกระทบอันเนื่องจากความไม่สงบ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจหาก “นายกน้อย” จะครองใจพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมมลายูในดินแห่งนี้  ชนิดรั้งตำแหน่งผู้นำท้องถิ่นแห่งตำบลนาประดู่ มาถึง ๖ สมัยซ้อน
 
              ท่ามกลางผลพวงจากความไม่สงบรอบด้าน แต่ผู้คนในเขตพื้นที่รับผิดชอบยังมีรอยยิ้มที่เบิกกว้างกว่าพื้นที่อื่น ทั้งๆ ที่ยังต้องเผชิญกับวิกฤติความรุนแรงเหมือนกัน เช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในสภาพบอบช้ำจากไฟใต้ชนิดที่ขาดงบประมาณที่จะจ่ายเงินเดือนแก่บุคลากร เพราะไม่รู้จะจัดเก็บรายได้และภาษีจากใครที่ไหน ในเมื่อเศรษฐกิจย่ำแย่ การลงทุนไม่มี แต่สำหรับ“นายกน้อย” กลับประคองให้ “นาประดู่” ก้าวเดินไปได้ในทิศทางที่ดี ด้วยการยึดหลักนโยบายทุกเรื่องต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง
 
              “เราต้องรับสภาพความจริงที่เกิดขึ้น จากนั้นประมวลดูว่า อะไรที่ทำได้ก็ทำ อะไรเกินกำลังอย่าไปวาดหวังสูง เพราะท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถรอความช่วยเหลือ หรือรอรับงบประมาณจากภาครัฐได้เพียงฝ่ายเดียว เพราะทุกท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดนใต้ก็บักโกรก อ่วมอรทัย พอๆกัน” นายกน้อยสะท้อนแนวทางการทำงาน
 
              พร้อมกันนี้ “นายกน้อย” ยังบอกด้วยว่า อาชีพรับซื้อน้ำยาง ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาขายน้ำยางมักจะเอาเรื่องทุกข์ร้อนใจมาบอกกล่าว บางครั้งก็ช่วยหาคำตอบและแนะนำทางออกให้บ่อยๆ จึงตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยความอยากช่วยเหลือพี่น้องรอบบ้าน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยแทนคุณแผ่นดิน ดั่งคำบรรพชนสอนเอาไว้ได้
 
              เดิมไม่เคยคิดเข้าสู่เส้นทางการเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ด้วยเพราะ  "สำนึกรักในบ้านเกิด” พร้อมทั้งบรรพบุรุษ ที่อพยพมาจากเมืองจีน มาตั้งรกรากที่ ต.นาประดู่ แห่งนี้ตั้งแต่รุ่นก๋ง ได้ปลูกฝังมาตลอดว่า “แผ่นดินไทยมีบุญคุณต่อเรา ดังนั้นต้องกตัญญู และตอบแทนแผ่นดินนี้ที่ให้เราอยู่ เราอาศัย จนมีกินมาถึงทุกวันนี้”
 
              อย่างไรก็ตาม ด้วยอุปนิสัยสไตล์ลูกทุ่งของ “นายกน้อย” การช่วยเหลือชาวบ้านเลยเป็นไปแบบทันใจ บางครั้งแนวทางราชการมีขั้นตอนอาจไม่สามารถเยียวยาสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ “นายกน้อย” จึงไม่รั้งรอ ใช้วิธีควักกระเป๋าช่วยรักษาทุกข์ชาวบ้านบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบาดแผลจากผลพวงอันเนื่องจากความรุนแรง จนชาวนาประดู่มีสโลแกนให้ผู้นำคนนี้ว่า “มีปัญหาคิดไม่ออก บอกนายกน้อย”
 
              ด้วยความเป็นคนคิดเร็ว ทำไว ทำให้บางครั้งไม่ทันระมัดระวังตัว ยิ่งเป็นพื้นที่ชายแดนใต้ด้วยแล้ว สถานการณ์ไม่คาดฝันพร้อมเกิดขึ้นได้ทุกวินาที ดังนั้น “นายกน้อย” จึงต้องนิมนต์ "พระเครื่องวัดบ้านเกิด" ใน อ.โคกโพธิ์ ขึ้นคล้องคอ ประกอบด้วย ๑.พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ ๒.พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ ปี ๒๕๐๕ วัดช้างให้ ๓.ตะกรุดเนื้อทองคำ พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว และ ๔.ที่ขาดไม่ได้ คือ พระหลวงพ่อทวด รุ่นพินัยกรรม ปี ๒๕๐๕ วัดนาประดู่ ซึ่งได้มาเมื่อครั้งบูรณะวิหาร หลวงพ่อปาน วัดนาประดู่ ศาสนสถาน ซึ่งเป็นที่บวชเรียนของพระอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้
 
              “การมีพระเครื่องไว้ติดตัวยังมีปาฏิหาริย์อีกไม่ถ้วน โดยเฉพาะการรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราช พระชุดนี้คือสิ่งที่ชีวิตขาดไม่ได้ หากจะทำงานใดๆ ให้ประชาชนได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่ง ผมต้องอาราธนาขอพรพระที่คล้องคอ ซึ่งผมสมหวังทุกครั้ง เพราะแคล้วคลาดจากภัยยันอันตรายมาได้ และที่สำคัญงานเยียวยาทุกข์ผู้คนจากไฟใต้ผ่านพ้นมาได้ด้วยดีเสมอ” นี่เป็นคำยืนยันของ “นายกน้อย”
 
              ทั้งนี้ “นายกน้อย”เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา ขณะขับรถเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองปัตตานี จู่ๆ เกิดอาการวูบ รถเสียหลักชนท่อขนาดใหญ่ข้างถนนอย่างจัง ก่อนพุ่งตกลงคูน้ำข้างทาง สภาพหัวปักจมคลองพังยับเยิน นอกจากนี้ พวงมาลัยยังหัก และกระแทกหน้าอกจนมีเลือดกำเดาไหลไม่หยุด เจ้าหน้าที่ประสบเหตุรีบนำโรงพยาบาลเอกซเรย์ ปรากฏว่าปลอดภัยดี
 
              ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นไม่นาน นายกน้อยก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุทางถนน ๒ ครั้งซ้อน เมื่อรถยนต์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ ใกล้วัดช้างให้ ปรากฏว่า ยานพาหนะพังยับ ร่างกายมีเพียงแผลถลอกและฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้น เช่นเดียวกับอีกหนที่ทุกคนบอกว่ารอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เมื่อขับรถฝ่าสายฝน ก่อนเจอวัวชาวบ้านเดินตัดหน้า จึงหักหลบก่อนรถพุ่งข้ามเกาะชนเสาไฟฟ้าอีกฝั่งอย่างจัง
 
              “ ๓ เหตุการณ์ เป็นอุบัติเหตุที่คนรอบข้าง รวมถึงตัวผมเองก็ไม่คาดคิดว่าจะรอดมาได้ แต่คำตอบเดียวที่เชื่อสนิทใจเหมือนกันทุกคน นั่นคือ บารมีพระหลวงพ่อทวด ที่ติดตัวช่วยคุ้มครองป้องภัยให้พ้นจากอันตราย เพราะทุกครั้งที่มีคนช่วยผมออกจากรถ พบว่าผมกำพระทุกองค์ไว้แน่น” นายชาญชัย บอก
 
              นอกจากนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่เคยขาด นั่นคือ "ท่องนะโม ๓ จบ” ตามด้วย “คาถาหลวงพ่อทวด” พร้อมกับขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้จะย้ำให้ลูกน้องไทยพุทธทำตามเสมอ เพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นมุสลิม จะบอกเสมอว่า “อย่าประมาท เพื่อให้เรามีลมหายใจช่วยพัฒนาบ้านเมืองกลับสู่ความสุขอีกครั้ง”


 “บูรณะกุฏิพระอาจารย์ทิม-พระอาจารย์นอง”
 
              ด้วยความเป็นคนมีพื้นเพอยู่ในตำบลนาประดู่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ และพระอาจารย์นอง วัดทรายขาว โดยพระอาจารย์ทั้ง ๒ ท่านต่างเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน คือ "วัดนาประดู่" ซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาธรรมของพระภิกษุผู้ร่วมสร้างตำนานหลวงพ่อทวดอันลือลั่น โดยที่วัดนาประดู่ มีกุฏิที่พระอาจารย์ทั้งสองท่านใช้อาศัยศึกษาเรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกุฏิดังกล่าวมีสภาพเก่าแก่ไปตามกาลเวลา จึงตั้งใจจะหาหนทางบูรณะซ่อมแซม เพื่อให้อยู่คู่กับวัดแห่งนี้ตราบนานเท่านาน
 
              “เจ้าอาวาสวัดนาประดู่รูปปัจจุบัน มีดำริที่จะซ่อมแซมบูรณะกุฏิพระอาจารย์ทิม และพระอาจารย์นอง ซึ่งเป็นมรดกธรรมสำคัญที่เป็นเสมือนประจักษ์พยานว่า พระอาจารย์ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธาเลื่อมใส และเป็นผู้สร้างพระหลวงพ่อทวด รุ่นแรก เคยพำนักศึกษาธรรมอยู่ที่วัดแห่งนี้มาก่อน” นายชาญชัย กล่าว
 
              เขากล่าวด้วยว่า การสืบสานสิ่งดีทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่กับชุมชนแห่งนี้สืบไป นับเป็นการตอบแทนคุณให้กับแผ่นดิน ซึ่งเป็นสิ่งบรรพชนได้กำชับมาตลอด ดังนั้นสิ่งดีงามที่หลงเหลืออยู่ของพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ และพระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ที่เคยใช้ชีวิตบวชเรียนที่วัดนาประดู่ จึงเป็นมรดกที่ลูกหลานชาวนาประดู่ทุกคนต้องหวงแหนและรักษาให้มั่นคงอยู่สืบไป

"}])