
ศิลปะแห่งชีวิต(๓)'อนิจจัง'
ศิลปะแห่งชีวิต(๓)'อนิจจัง' : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี
อนิจจังคือความเปลี่ยนแปลง ถ้าเรารู้จักอนิจจัง เราจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างสงบ แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าชีวิตมันเป็นอนิจจังคือความเปลี่ยนแปลง เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมา เราจะร้องไห้เลย หวั่นไหวเลย คนที่เคยรัก ไม่รัก เราก็ร้องไห้ ของที่เคยรักตกลงมาแตก เราก็ร้องไห้ เคยมีชื่อเสียงแล้วไม่มี เราก็ร้องไห้ เคยอยู่สูง แล้วต่อมาตกต่ำ เราก็ร้องไห้ เคยมีชีวิต แล้วต่อมาไม่มีชีวิต เราเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคนที่เรารัก เราก็ตีอกชกตัว แทบล้มประดาตาย แต่ถ้าเราเข้าใจความเป็นอนิจจัง พอความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เราก็จะบอกว่า “อ๋อ! มันเป็นของมันอย่างนั้นเอง” แผ่นดินมันยังไหวยังหวั่นให้เราเห็นว่ามันก็ไม่แน่นอน แล้วเราจะมากอดความแน่นอนไว้ทำไม มันผิดธรรมชาติ
นิทานเซนเรื่องหนึ่ง ว่ากันว่า เจ้าอาวาสท่านหนึ่ง ชอบจิบน้ำชาเป็นอาจิณ ท่านรักถ้วยชาของท่านมาก เป็นเครื่องถ้วยเก่า อายุหลายร้อยปี เวลาจิบชาเสร็จ ท่านก็ล้างของท่าน เก็บของท่าน วันหนึ่งเณรน้อย อุปัฏฐากของท่านปัดกวาดเช็ดถูห้อง แล้วก็มาล้างถ้วยชา บังเอิญทำถ้วยชาแตก เณรน้อยตกใจมาก พลางคิดว่า ทำอย่างไรดีหนอ หากหลวงตารู้เข้า เราคงหัวขาดแน่นอน บังเอิญว่าเย็นวันนั้น หลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ หลวงตาหรืออาจารย์ก็เทศน์ให้เณรฟังว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนเป็นอนิจจัง เกิดขึ้นในเบื้องต้น ดำรงอยู่ในท่ามกลางชั่วคราว แล้วก็แตกดับไปในที่สุด ธรรมดาของทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เป็นอย่างนี้ มันมีอันจะต้องแตกเป็นธรรมดา ไม่เร็วก็ช้า มันก็จะต้องแตกในที่สุด
เณรฟังแล้วก็เกิดไอเดียขึ้นมา ก่อนนอนคืนนั้นเณรกลัวความผิด จึงไปหยิบเศษถ้วยชา ใส่กระเป๋าอังสะ คลานไปหาครูบาอาจารย์
“อาจารย์ครับ ผมชอบธรรมเทศนาของอาจารย์วันนี้มาก”
“ชอบจริงเหรอลูก ชอบตรงไหน”
“ชอบตรงที่พระอาจารย์บอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เที่ยง มันเกิดขึ้นในเบื้องต้น ดำรงอยู่ในท่ามกลาง และแตกดับไปในที่สุด มันไม่มีข้อยกเว้น ใช่มั้ยครับ ท่านอาจารย์”
“ไม่มีข้อยกเว้น ลูก ทุกอย่างของมันแตกได้ มันต้องแตก ไม่เร็วก็ช้า สังขารเราก็เป็นอย่างนั้น สรรพสิ่งก็เป็นอย่างนั้น เข้าใจมั้ยลูก”
“เข้าใจครับ”
พอพูดจบ เณรก็ล้วงลงไปในกระเป๋าอังสะ แล้วถามว่า
“เหมือนถ้วยชาถ้วยนี้ใช่มั้ยครับ”
อาจารย์เห็นแล้วขบกรามกรอดๆ พร้อมตอบว่า
“เออ มันไม่เที่ยง”
สุดท้ายเณรรูปนั้นก็เอาตัวรอดไป
เห็นมั้ย พอเข้าใจอนิจจัง แล้วก็ไม่มีใครถูกด่าหรอก มีแต่ความเข้าใจเกิดขึ้น
(ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า )



