พระเครื่อง

ทำไมครูไม่เป็นตัวอย่างที่ดี

ทำไมครูไม่เป็นตัวอย่างที่ดี

15 ก.ย. 2555

ทำไมครูไม่เป็นตัวอย่างที่ดี : ปุจฉา -วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล

               จิ๋ว ท่องโลก ปุจฉา  :  ครู ควรเป็นแบบอย่างของสังคม แต่ครูที่ทำงานด้วยหลายคนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดื่มเหล้าทั้งหญิงชาย เป็นชู้เป็นกิ๊กกันวุ่นวาย โกงเวลาสอนเด็ก บางคนแม้เวลาสอนยังนั่งจิ้มแท็บเล็ต ไม่สนใจเด็ก  อึดอัดใจมาก บางครั้งอยากอาละวาด พยายามข่มใจวางเฉย แต่วางได้เฉพาะภายนอก ข้างในรู้ตัวว่ายังทำใจไม่ได้  เหมือนเคยอ่านเจอเรื่องความดีสีขาว ดิฉันคงเป็นอย่างที่เขาว่า อยากทำตัวเป็นพระเจ้ากระมัง อยากหลุดพ้นตรงนี้ อยากอุเบกขาได้จริงๆ เพราะไม่มีอำนาจทางโลกพอ  ขอบพระคุณค่ะ จะทำอย่างไรดีคะ
 
               วิสัชนา :  เวลาเรามองใครเป็นตัวปัญหา สิ่งที่ต้องระวังคือ เราเองจะกลายเป็นตัวปัญหาเสียเอง เช่น พอเห็นใครต่อใครมีพฤติกรรมย่ำแย่ ถ้าไม่ระวังตัว ความโกรธเกลียดที่เกิดขึ้นในใจเราจะขยายตัวจนคุมไม่อยู่ เกิดอาการลืมตัว พูดหรือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา กรณีของคุณก็เช่นกัน หากคุณมัวแต่โกรธคนรอบตัว นอกจากคุณจะทุกข์แล้ว ความโกรธอาจทำให้คุณลืมตัวจนทำอะไรผิดพลาด กลายเป็นปัญหาขึ้นมา เช่น ถ้าคุณเป็นครู คุณก็จะไม่มีสมาธิกับการสอนเด็ก หรือระบายอารมณ์ใส่เด็ก ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ของครูได้อย่างถูกต้อง กลายเป็นว่า ขณะที่คุณนึกตำหนิครูคนอื่นๆ ที่ไม่ตั้งใจสอน คุณก็พลอยเป็นอย่างนั้นด้วยโดยไม่รู้ตัว
 
               ดังนั้นอาตมาจึงอยากแนะนำคุณว่า อย่ามัวส่งจิตออกนอก จนลืมดูใจของตน ในขณะที่ใครต่อใครบกพร่องในหน้าที่ คุณควรพยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เริ่มต้นด้วยการมีสมาธิกับการงานของตน อย่าปล่อยให้ความหงุดหงิด (เพราะเห็นความไม่ดีของคนอื่น) มารบกวนจนไม่มีสมาธิกับงานของตน
 
               ขณะเดียวกัน หากเห็นว่ามีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในหน่วยงานของตน ก็ควรตั้งสติและใช้ปัญญาไตร่ตรองว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร ถ้าเห็นครูมีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง ก็ควรร่วมกันปรึกษากับเพื่อนๆ ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร การเอาเวลาที่มีอยู่มาคิดแก้ปัญหา น่าจะดีกว่าการเอาแต่บ่นอยู่ในใจซึ่งมีแต่จะทำให้หงุดหงิดโกรธเคืองมากขึ้น นอกจากจะเป็นทุกข์แก่ตนแล้ว ยังไม่ทำให้ปัญหาทุเลาบรรเทาเลยแม้แต่น้อย
 
ครอบครัวกับความเข้าใจเรื่องการตายอย่างสงบ
 
               ปุจฉา :  ถ้าหากมีคนเข้าใจเรื่องการตายอย่างสงบ จะทำให้การขัดแย้งในการเตรียมตัวตายให้ญาติหรือตัวเองจะหมดไป เพราะว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจตรงกัน เป็นไปได้ไหมคะ
 
               วิสัชนา :  ถ้าลูกหลานญาติมิตรเข้าใจเรื่องการตายอย่างสงบ ความขัดแย้งในการช่วยเหลือผู้ใกล้ตายจะลดลงไปได้มาก เพราะที่ผ่านมามักมีความขัดแย้งระหว่างผู้ที่อยากยื้อให้มีลมหายใจได้นานที่สุด (จึงต้องมีการแทรกแซงร่างกายผู้ป่วยอย่างเต็มที่) กับผู้ที่อยากให้ผู้ป่วยตายอย่างสงบ (จึงไม่อยากให้ทำอะไรกับร่างกายผู้ป่วยอีกแล้ว แต่ให้เน้นเรื่องการดูแลจิตใจเขาแทน) หากเข้าใจตรงกันในเรื่องการตายอย่างสงบ การช่วยเหลือผู้ป่วยก็จะไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ผู้ใกล้ตายจนถึงวาระที่เขาจากไป ในทางตรงข้ามหากญาติมีความเห็นขัดแย้งกัน จนมีปากเสียงหรือทะเลาะกันข้างเตียงผู้ป่วย เขาจะทุกข์ทรมานมากและอาจตายไม่สงบ อย่าคิดว่าเขาอยู่ในภาวะโคม่าแล้วจะไม่รับรู้อะไร ที่จริงแล้วเขายังสามารถรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวเขา
 
               สำหรับผู้สนใจโครงการเผชิญความตายอย่างสงบ< www.budnet.org> และ < /www.facebook.com/pages/Peaceful-Death>

"}])