
ทำงานอย่างไรให้ใจเป็นสุข
ทำงานอย่างไรให้ใจเป็นสุข : ปุจฉา -วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล
ทัศนี ปุจฉา : กราบมนัสการค่ะพระอาจารย์ หนูมีคำถาม คือจะทำงานอย่างไรให้มีความสุข ทั้งงานที่เราเต็มใจ และงานที่จำใจทำด้วยเหตุของตัวบุคคลและสถานที่ทำให้ยากต่อการปฏิเสธ
วิสัชนา : คุณควรมีสติอยู่กับงาน เมื่อทำงานใดก็ให้ใจอยู่กับงาน เมื่อใดใจอยู่กับงานก็จะเกิดสมาธิ และอาจช่วยให้เกิดความเพลิดเพลินในงาน ถ้าใจไม่อยู่กับงาน มันก็จะเผลอคิดไปถึงสิ่งอื่น ซึ่งอาจทำให้เป็นทุกข์ เช่น คิดไปถึงจุดหมายปลายทางของงาน จนทำให้ท้อเมื่อเห็นว่ามันยังอยู่อีกไกล อีกตั้งนานกว่าจะเสร็จ ผลก็คือทำไปก็บ่นไป (ในใจ) ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จสักที หรือเกิดความกังวลว่าหากเสร็จไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น หากงานออกมาไม่ดีเจ้านายหรือคนอื่นจะว่าอย่างไร
บางทีก็ไปเปรียบเทียบกับคนอื่นว่าทำงานน้อยกว่าเรา ทำไมเราต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น ส่วนใหญ่แล้วคนเราทำงานอย่างมีความทุกข์ก็เพราะใจไม่อยู่กับงาน แต่ส่งจิตออกไปเพ่นพ่านแบบนี้ ตรงกันข้ามเมื่อใดที่ใจอยู่กับงาน ก็จะมีความสุขกับงานนั้นได้ง่ายขึ้น
ยิ่งเจองานที่ไม่ชอบ ก็ยิ่งควรจดจ่ออยู่กับงานนั้น มิเช่นนั้นใจก็จะจมอยู่กับความไม่ชอบ เอาแต่บ่นงอแงอยู่ในใจ จะว่าไปแล้วปัญหาจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่เนื้องาน แต่ส่วนใหญ่มักอยู่ที่ท่าทีหรือการวางใจของเรา ถ้าเราวางใจไม่ถูกต้อง (เช่น ใจไม่อยู่กับงาน) หรือมีท่าทีเป็นลบต่องาน แม้งานจะเบา ไม่ยาก เราก็ทำด้วยใจที่เป็นทุกข์
อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยได้คือ ฉันทะ คือความใฝ่ในงาน หรือรักที่จะทำงานนั้น ฉันทะจะเกิดขึ้นได้ส่วนหนึ่งก็เพราะเราเห็นคุณค่าหรือประโยชน์ของงานนั้น งานที่คุณไม่ชอบ ลองดูให้ดีก็จะพบว่า มันก็มีคุณค่าหรือมีประโยชน์ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น ประโยชน์ต่อหน่วยงาน หรือส่วนรวม การเห็นคุณค่าของมัน จะช่วยให้คุณรู้สึกดีต่องานนั้น และเกิดใจรักในที่สุด
จะลงทุนสร้างม่านรูด โรงแรม หรือหอพักดี ?
ปุจฉา : เรื่องมีอยู่ว่าสร้างหอพัก๑๕ ปีคืนทุน สร้างโรงแรม ๘ ปีคืนทุน สร้างม่านรูดในงบเดียวกัน ๕ ปีคืนทุน ทำธุรกิจม่านรูดมีเจตนาแค่เพียงว่าอาชีพสุจริตคืนทุนเร็ว เพราะไม่ว่าหอพักหรือโรงแรมหรือม่านรูดก็คือให้คนเช่าห้อง กิจกรรมที่คนเช่ามาอย่างไร เราไม่อาจทราบได้ทั้งนั้น แต่ลูกก็แค่ชั่งใจนะคะ ยังไม่ได้ตัดสินใจทำอะไร เนื่องจากงบมีจำกัด แต่ภาระเยอะต้องเลี้ยงดูคนแก่สามท่าน ลูกสามคน อยากรวยน่ะค่ะ อยากมีความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัวแต่ถ้ามันผิดบาปก็พร้อมจะยอมไม่เอาดีด้านนั้นค่ะ ขอท่านช่วยชี้แนะด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
วิสัชนา : ธุรกิจโรงแรมม่านรูดแม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็สุ่มเสี่ยงต่อการผิดศีลธรรม หรืออย่างน้อยก็ส่งเสริมให้ผู้คนประพฤติผิดศีลธรรม โดยเฉพาะศีลข้อที่ ๓ เพราะผู้ที่มาใช้บริการจำนวนไม่น้อยมีภรรยาหรือสามีแล้ว แต่ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ไม่ใช่คู่ครองของตน ยังไม่ต้องพูดถึงการเปิดช่องให้นักเรียนนักศึกษามีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งอาจก่อปัญหาตามมามากมาย เช่น การท้องในวัยเรียน (ซึ่งมักลงเอยด้วยการทำแท้ง) ปัญหาจะเพิ่มพูนมากขึ้นหากเพศสัมพันธ์นั้นเป็นไปอย่างไร้ความรับผิดชอบต่อกันและกัน
ใครๆ ก็ย่อมทราบดีว่า ผู้ที่มาใช้บริการโรงแรมม่านรูด ไม่ได้ต้องการมาพักแรมอย่างเดียว แต่ต้องการทำอย่างอื่นที่ต้องมีการปิดบังเป็นความลับ (จึงต้องอาศัย “ม่านรูด” เป็นสำคัญ) ดังนั้นหากจะทำธุรกิจนี้ย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบหรือทำไม่รู้ไม่เห็นได้ว่าอะไรเป็นอะไร
ความอยากรวยไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรคำนึงถึงศีลธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย แม้จะรวยช้าแต่ทำสิ่งที่ถูกต้อง ย่อมดีกว่ารวยเร็วแต่สร้างปัญหาแก่ผู้อื่น เพราะในที่สุดแล้วย่อมก่อให้เกิดความร้อนใจในภายหลัง และอาจมีวิบากอื่นๆ ตามมาอีก ถึงตอนนั้นมีเงินเท่าไหร่ก็ไม่ช่วยให้จิตใจเป็นสุขหรือบรรเทาวิบากที่เกิดขึ้นได้



