พระเครื่อง

'สตีฟ จ็อบส์'ธรรมกายมาร์เก็ตติ้งมุมมองดร.นพ.มโน

'สตีฟ จ็อบส์'ธรรมกายมาร์เก็ตติ้งมุมมองดร.นพ.มโน

04 ก.ย. 2555

'สตีฟ จ็อบส์'ภุมมะเทวาฯธรรมกายอินเตอร์มาร์เก็ตติ้งในมุม...ดร.นพ.มโน เลาหวณิช : เรื่องไตรเทพ ไกรงู / ภาพ ศูนย์ภาพเนชั่น 0

             สตีฟ จ็อบส์นั้นเป็นมนุษย์อัศจรรย์คนหนึ่งของโลกยุคใหม่ นอกจากที่เขาจะมีอัจฉริยภาพทางเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิลซึ่งมีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์สูงสุดอยู่ในขณะนี้ ชนะยักษ์ใหญ่อย่างบริษัทไมโครซอฟท์ของนายบิล เกตส์ไปได้อย่างขาดลอย ในเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ สตีฟ จ็อบส์ ยังกลายเป็นเรื่องมือมาร์เก็ตติ้งของวัดพระธรรมกาย ทั้งนี้พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย ได้มีการพยากรณ์ออกอากาศว่า "บัดนี้สตีฟ จ็อบส์ได้เกิดใหม่เป็นเทพชั้นต่ำในชั้นจาตุมหาราชิกา มีวิมาน (ไฮเทค) สูงหกชั้น อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริษัทที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งในแคลิฟอร์เนียไม่เท่าใดนัก"
 
              การออกมาพยากรณ์ดังกล่าวนี้เป็นข่าวไปทั่วโลก เริ่มจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ได้นำเรื่องนี้มาตีแผ่โดยไม่มีการวิจารณ์ใดๆ เป็นการนำข่าวมานำเสนอเชิงพรรณา ให้ผู้อ่านไปคิดกันเอาเอง จากนั้นข่าวนี้ได้กลายเป็นอีกกระแสหนึ่งในระดับโลก มีการตีพิมพ์ในสื่อออนไลน์ต่างๆ  กันมากมาย ที่ไม่เชื่อก็ว่าเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเพี้ยนหนักจนพยากรณ์เรื่องที่จัดได้ว่าเป็นการอวดอุตริมนุสธรรมของตนเอง 
 
              ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีพระบางรูปออกมาวิจารณ์ร้องเรียนให้มหาเถรสมาคมสอบสวนทางวินัยกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า "การพยากรณ์ในลักษณะเช่นนี้เข้าข่ายอาบัติปาราชิกหรือไม่?" ซึ่งไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีเสียงวิจารณ์อยู่เสียงหนึ่งที่คนและพระวัดธรรมกาย ฟังทุกคำและอ่านทุกประโยค คือ เสียงจาก "ดร.นพ.มโน เลาหวณิช" จากวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดีพนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์ หรืออดีตพระ ดร.มโน เมตตานันโท อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากพระธัมมชโย และได้รับการส่งเสริมให้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา ในช่วง พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๗ จนกลับมาสู่ประเทศไทย แล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผัน ไม่สามารถเดินทางเส้นเดียวกับเจ้าอาวาสผู้มีพระคุณคือพระธัมมชโยได้ พระเมตตานันโทประกาศลาออกจากวัดพระธรรมกาย หลังจากทำงานร่วมกันมา ๑๙ ปี
 
              "ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าแผนการตลาดของวัดพระธรรมกายได้ผลเป็นอย่างยิ่ง กรณีสตีฟ จ็อบส์ เป็นการตลาดอินเตอร์ ที่ต้องการดึงสาวกของสตีฟ จ็อบส์ที่มีอยู่หลายร้อยล้านคนทั่วโลกให้รู้จักวัดพระธรรมกาย เรื่องการตลาดเป็นเรื่องนำของวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่เริ่มตั้งวัดในประเทศไทยการตลาดอย่างหนึ่งที่ทำบ่อยครั้งมากที่สุด คือ การตักบาตรพระจำนวนมากๆ การบวชพระแสนรูป ล่าสุดที่คน กทม.สวดกันทั้งเมือง คือ ธุดงค์นำชัย จากวัดพระธรรมกาย ปทุมธานี ไปยังวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งทุกครั้งมีความพยายามจัดภาพให้ดูอลังการ ถือว่าเป็นการนำภาพของวัดพระธรรมกายสู่ภายนอก โดยปกติที่วัดแห่งนี้ทำอยู่แล้ว" นี่เป็นความเห็นของ ดร.นพ.มโน
 
              พร้อมกันนี้ ดร.นพ.มโน ยังบอกด้วยว่า ผู้ที่สามารถมีตาทิพย์พยากรณ์การไปเกิดมากเกิดของสัตว์ได้นั้น ต้องมีรู้ญาณทัศนะที่เรียกว่า “จุตูปปาตญาณ” ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชชา ๓ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในยามที่สองของคืนวันตรัสรู้ หากไม่มีคุณวิเศษนี้ในตนเอง แล้วออกมาพยากรณ์ก็เท่ากับเป็นการโกหกประชาชน เป็นการโฆษณาชวนเชื่ออันประสงค์ต่อลาภยศของตนเอง  มีโทษถึงอาบัติปาราชิก แต่กระนั้นถ้าท่านไม่มีคุณวิเศษนี้ในตนแต่สำคัญว่าตนเองมีคุณวิเศษนี้ก็ไม่เป็นอาบัติ แต่ทว่าท่านมีคุณวิเศษนี้จริงในตน แล้วออกมาพยากรณ์ท่านก็ต้องอาบัติอีกเช่นกันแต่เป็นอาบัติที่เบากว่าคือปาจิตตีย์  ทั้งนี้เพราะเป็นเรื่องของเจตนาที่เกิดจากความหลงผิด ซึ่งทางวัดเองก็ได้ชี้แจงมาโดยละเอียดว่าเป็นการสอนให้ประชาชนเชื่อกฎแห่งกรรม นรกสวรรค์มีจริง ฯลฯ
 
              กรณีการพยากรณ์การย้ายภพไปเกิดใหม่ที่มีการพยากรณ์ของเจ้าอาวาสก็เช่นเดียวกัน รายการอนุบาลฝันในฝันของวัดพระธรรมกายทำเช่นนี้มานานแล้ว นี่เป็นจุดขายของวัดใหญ่แห่งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันความเป็นจริงของวิชชาธรรมกายต่อบรรดาศิษยานุศิษย์ และเพื่อเป็นการเรียกศรัทธาใหม่ ๆ ให้เข้าวัด แต่กรณีสตีฟ จ็อบส์นี้มีความพิเศษ คือ เป็นการมาร์เก็ตติ้งโปรดักท์ตัวใหม่ ซึ่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ไตร่ตรองมาแล้วอย่างดี ท่านไม่ได้หวังผลระยะสั้น แต่จะเป็น สตีฟ จ็อบส์ ซีรีส์ มีภาคสอง ภาคสาม ภาคสี่เรื่อยไป ให้เกิดกระแสไปทั่วโลก โดยที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่าจะมีคนฮือฮาออกมาวิจารณ์หนาหู
 
              "ส่วนที่เห็นด้วยก็มีบ้าง แต่ที่ไม่เห็นด้วยจะวิจารณ์อย่างรุนแรง และจะเป็นข่าวครึกโครม เป็นการยืมมือศัตรูหรือคนที่ไม่ชอบหน้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ช่วยโฆษณาให้ตัวท่านเองยิ่งมีชื่อเสียง และมีศานุศิษย์เพิ่มขึ้น เป็นยุทธศาสตร์เหนือเมฆ เพราะท่านรู้จักน้ำหนักหมัดของตนเองดี และมีการคาดการณ์ต่างๆ โดยรอบไว้แล้ว เพราะนี่คือวัดพระธรรมกาย วัดที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุด (ทางการเมืองและทางการเงิน) ของประเทศไทยนั่นเอง" นพ.ดร.มโนกล่าว


เทศน์การอัพเกรดความสัมพันธ์

 
              ดร.นพ.มโน บอกด้วยว่า การอวดอุตริมนุษธรรมเช่นนี้มิใช่มีแต่เฉพาะวัดพระธรรมกายเท่านั้น เกจิอาจารย์ร่วมสมัยมากมายที่เปิดเผยกับลูกศิษย์หรือญาติโยมอุปัฏฐากของตนว่าตัวของ “อาตมภาพ” นั้นได้บรรลุธรรมถึงขั้นใดแล้ว หรือมีพยากรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ล่วงหน้ากับศิษย์ของตนได้ทราบ เมื่อทราบแล้วผลที่ตามมาอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การอัพเกรดความสัมพันธ์ อาจารย์-ศิษย์มากยิ่งขึ้น ศิษย์ก็มีความภูมิใจในตัวอาจารย์มากยิ่งขึ้น อาจารย์เองก็รู้สึกดีและเป็นการสร้างหลักประกันว่าต่อแต่นี้เป็นต้นไปท่านจะได้รับการปฏิบัติที่ดี และที่แน่นอนที่สุดคืออดิเรกลาภต่างๆ ก็จะพรั่งพรูกันเข้ามาหาอย่างที่รับกันไม่ทันเลย
 
              ในอดีตที่ผ่านมาไม่นานนัก เกจิอาจารย์บางท่านกระซิบให้ศิษย์ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาว) ของตนทราบว่าตนเองคือพระพุทธเจ้าที่กลับชาติมาเกิด ยังผลให้ท่านได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงสาวเหล่านั้นจนหลายรายคลอดลูกออกมา ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาก็มีกรณีพระนักเทศน์ในเชียงใหม่ที่พยากรณ์อดีตชาติของญาติโยมนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางชู้สาวและเรื่องราวต่างๆ มากมายในหน้าหนังสือพิมพ์
 
              แม้หลวงตามหาบัวซึ่งชาวพุทธส่วนใหญ่ในประเทศยอมรับในปฏิปทาของท่านว่าเคร่งครัดในพระวินัยเป็นอย่างมากก็เคยประกาศกับสาธารณชนว่าท่านเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ซึ่งท่านก็อธิบายว่ามิใช่ประกาศเพื่อให้ได้ลาภยศแต่เพื่อให้ประชาชนได้รู้และมีความเชื่อมั่นในพระศาสนาว่าอรหัตผลมีจริง มิใช่เป็นตำนาน คำประกาศเช่นนี้ บางคนก็ยอมรับได้ บางคนก็ยอมรับไม่ได้ ผู้ที่ศรัทธาอาจารย์มหาบัว ก็ยอมรับโดยดุษณีว่าท่านเป็นพระอรหันต์อย่างแน่นอนโดยไม่มีความสงสัย ส่วนที่ยอมรับไม่ได้ก็ประกาศว่าที่ท่านพูดมาในลักษณะเช่นนี้แสดงว่าท่านมิใช่พระอรหันต์ เพราะพระอรหันต์ย่อมไม่ประกาศตัวต่อสาธารณชน
 
              เนื่องจากหลวงตามหาบัวมีผู้เคารพนับถือมาก มหาเถรสมาคมหรือหน่วยงานทางราชการทั้งหลายจึงเงียบเฉย ไม่มีการสอบสวนให้ชัดเจนทั้งข้าราชการมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ต่างพร้อมใจกันเข้าเกียร์ว่าง เรื่องดังกล่าวหายไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง

"}])