
ทำอย่างไรให้ใจเป็นอิสระ(How can my mind be free ?)
ทำอย่างไรให้ใจเป็นอิสระ(How can my mind be free ?) : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
เราทุกคนเคยเผลอสติ คิด พูด กระทำในสิ่งที่ไม่ดีทั้งต่อตัวเอง และคนที่เรารักนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งๆ ที่หลายครั้ง เราสัญญากับตัวเองและคนคนนั้น ว่าเราจะไม่คิด พูด กระทำเช่นนั้นอีก แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ตัวเราและคนที่เรารักต้องเสียใจ ผิดหวัง หมดความเชื่อมั่น เคารพ ศรัทธาในตัวเรา ในที่สุดเราไม่อยากอยู่ใกล้กัน ต่างคนต่างอยู่ หรือไม่ก็ต้องเลิกรากันไป
หลวงพี่อยากจะบอกว่า พลังดีๆ มีอยู่ในตัวเราทุกคน เพียงแค่บางครั้ง ยังไม่เพียงพอ ที่เราจะหยุดยั้งความคิด คำพูด การกระทำที่ไม่น่ารักเหล่านั้นได้ เราจึงตกเป็นเหยื่ออยู่เสมอ อาจส่งผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไม่รู้เท่าทัน
โลกปัจจุบันกระตุ้นให้ต้องรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกอยู่ตลอดเวลา มีสื่อทุกประเภทที่เอื้อให้เสพ ทำให้ติดการเสพเหล่านั้นแบบไม่รู้ตัว ยิ่งรู้เรื่องราวภายนอกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความกลัว ความกังวล ความไม่ไว้วางใจ ความตื่นตระหนกตกใจ ความอยาก ความหลง เพลิดเพลิน ฟุ้งเฟ้อ ฯลฯ ในที่สุดทำให้สิ่งที่เรากำลังเสพกับตัวเรากลายเป็นสิ่งเดียวกัน
ปกติ เป็นการยากอยู่แล้วที่เราจะอยู่เงียบๆ คนเดียว หรือนั่งเฉยๆ ตามรู้ลมหายใจสบายๆ ผ่อนคลายแบบไม่ต้องทำอะไร เมื่อมีสิ่งที่เอื้อให้เราไม่ต้องอยู่คนเดียวได้ในหลายๆ ทาง จึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะเดินไปทางนั้น เหมือนมีสิ่งที่มาหลอกล่อ และบอกกับเราว่า นี่เป็นสิ่งที่ทำแล้วเป็นที่ยอมรับ และมีคุณค่ามากขึ้นจากคนรอบข้าง แต่ในทางกลับกัน ไม่รู้เลยว่าเราค่อยๆ สูญเสียอิสรภาพ ความสงบสุข ความเข้าใจชีวิตที่แท้ภายในมากขึ้นทุกๆ วัน
เราจะสูญเสียอิสรภาพมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปริมาณการเสพในชีวิตประวันของเรา และการตระหนักรู้กับสิ่งที่กำลังปรากฏ เราสามารถอยู่หน้าจอโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ท่องบนโลกออนไลน์ ใช้โทรศัพท์มือถือหรืออยู่กับสื่อต่างๆ ได้เกือบทั้งวัน เครื่องอำนวยความสะดวกเหล่านี้แท้จริงแล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตเรามีปัญหาทั้งหมด ถ้าเรารู้จักวิธีการใช้ เลือกใช้ตามความจำเป็น อย่างไม่เป็นทาสก็จะได้ประโยชน์มากมายจากวิทยาการที่ก้าวหน้า
เมื่อการดำเนินชีวิตสุดโต่งไปทางด้านใดด้านหนึ่งย่อมเกิดปัญหาตามมาเสมอ เราต้องกลับมาสังเกต พิจารณาว่าวันนี้เรากำลังยืนอยู่ตรงไหน มีเวลาเพียงพอที่จะเปิดโทรทัศน์ ท่องโลกออนไลน์ ฟังเสียงที่เกิดขึ้นภายใน ให้โอกาสสัมผัสโลกภายในตนเอง สัมผัสธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่งบ้างหรือไม่ เพราะการได้ทำเช่นนี้ คือ ทางรอดเดียวที่จะอยู่ในโลกปัจจุบันอย่างสมดุล ไม่เช่นนั้น เราจะตกเป็นทาสของสิ่งที่คนสมัยนี้เรียกว่า ความเจริญ แบบโงหัวไม่ขึ้น มารู้อีกทีเราได้สูญเสียเวลา เหนื่อยแบบไม่ได้หยุดไปเกือบทั้งชีวิต
วันนี้เราสามคนมาเดินเพื่อเดิน สัมผัสท่องโลกออนไลน์ด้านใน ตั้งใจจะเดินวันละประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางแสวงบุญของชาวคริสต์ในอดีต เป็นหนึ่งเดียวกับป่าไม้ธรรมชาติบริสุทธิ์สองข้างทาง บรรยากาศชนบทของสวิตเซอร์แลน
วางสิ่งสมมุติของสังคม แต่ละย่างก้าว อิสระ เบา สบาย
ใจไม่เป็นทาส เพราะไร้การยึดติด เป็นเจ้าของ



