พระเครื่อง

ปัจจุบันอันเป็นสุข(จบ )'เช่นนั้นเอง'

ปัจจุบันอันเป็นสุข(จบ )'เช่นนั้นเอง'

25 ส.ค. 2555

ปัจจุบันอันเป็นสุข(จบ )'เช่นนั้นเอง': คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

              วิปัสสนาปัญญาที่ทำให้เราเห็นทุกอย่างตามความเป็นจริง ภาษาพระเรียกว่า 'ตถตา' แปลเป็นไทยว่า 'เช่นนั้นเอง' ปัญญาอย่างนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราเติมสติเข้าไปทีละนิด ทีละนิด ทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ถ้าเราพยายามที่จะรู้อยู่เสมอ โยมจะดีขึ้น
 
              เรารู้ของเราเองว่ามันดีขึ้น เราจะมีอารมณ์ที่ดี สดชื่นรื่นเย็น กลายเป็นคนที่มีความสุขง่ายๆ ขึ้นต่อวัตถุน้อย หรือแทบไม่ได้ใช้วัตถุอะไรเลยก็มีความสุข นั่งเป็นสุข นอนเป็นสุข กินเป็นสุข ตื่นเป็นสุข หลับเป็นสุข ผลของการเจริญสติอยู่กับปัจจุบันขณะ ผลของการที่เอาแมวออกไปจากชีวิต เราจะมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างแท้จริง
 
              พระหนุ่มรูปหนึ่งไปบวช หลวงลุงของท่านเป็นเจ้าอาวาส มีอยู่วันหนึ่งท่านถวายงานพัดใบตาลหลวงลุงอยู่ข้างหลัง หลวงลุงนั่งสมาธิเข้าเงียบ พระหนุ่มรูปนั้นก็คิดว่า “เมื่อออกพรรษาแล้วต้องลาสิกขา ลาสิกขาแล้วก็ต้องแต่งงาน แต่งงานก็ต้องมีลูก มีลูกก็ต้องเลี้ยงลูก ถ้าลูกร้องไห้ ก็ต้องปลอบ แต่ถ้าปลอบแล้วไม่หยุดจะต้องทำยังไง”
 
              จิตก็ตอบมาว่า “ก็ต้องตีบ้าง” ทันใดนั้นท่านก็เอาพัดใบตาลตีกกหูหลวงลุง หลวงลุงกำลังเคลิ้ม ลืมตาตื่น ถามว่า

              “ทำไมแกตีฉัน”
 
              พระหลานตอบ “ผมตีลูกครับ”
 
              เห็นมั้ย ท่านอยู่กับปัจจุบันขณะมั้ย ไม่อยู่ แล้วท่านอยู่ไหน ท่านอยู่ในอนาคต
 
              คำว่า 'ปัจจุบันขณะ' คือ ตัวอยู่ไหน ใจอยู่นั่น กายอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงาน
 
              ถ้าเราอยู่กับปัจจุบันขณะ เราไม่หลุดเข้าไปในความคิด คนที่ไม่หลุดเข้าไปในความคิด เป็นคนที่ตัดกรรมได้ เพราะกรรมเก่าเข้าทางความคิด ถ้าเราทำกรรมชั่วไว้มากๆ เราไปคิดถึงมันเราจะเป็นทุกข์
 
              เรื่องบางเรื่อง จบลงไปเมื่อสิบปีที่แล้ว มันเคยทำให้เราน้ำตาไหล แต่พอเรามาคิดถึงตอนปีที่สิบ น้ำตายังคงไหลอยู่ ถามว่าน้ำตานั้นไหลตอนไหน ไหลตอนนี้ แต่ความผิดพลาดเกิดตอนไหน เกิดเมื่อสิบปีที่แล้ว อดีตมันยังย้อนมากรีดปัจจุบันได้อยู่  โง่หรือฉลาด โง่มาก แล้วพวกเราเคยถูกอดีตกรีดปัจจุบันมั้ย ริ้วรอยเพียบเลย
 
              ฉะนั้นพยายามอยู่กับปัจจุบันนะ มันไม่ได้ยาก ไม่ได้เย็นอะไรเลย เวลาครูบาอาจารย์พานั่งสมาธิก็นั่งดูลมหายใจ นั่นคืออารมณ์ของปัจจุบัน ความเจ็บความปวดคืออารมณ์ของปัจจุบัน ความคิดของอารมณ์ของปัจจุบัน การเดิน การนั่ง การนอน การขบ การฉัน การรับประทานอาหาร ทุกสิ่งทุกอย่างเราแค่ดู แค่รู้ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงนั้น ณ ปัจจุบันขณะ อยู่กับปัจจุบัน อย่างนี้เขาเรียกว่าการเจริญสติ
 
              เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องหล่อเลี้ยงอารมณ์เช่นนี้เอาไว้ทุกขณะ 
(เอวัง)

"}])