พระเครื่อง

พระพุทธชินราชภ.ป.ร.เหรียญพระบรมรูป'ในหลวง'

พระพุทธชินราชภ.ป.ร.เหรียญพระบรมรูป'ในหลวง'

16 ส.ค. 2555

พระพุทธชินราชภ.ป.ร.เหรียญพระบรมรูป'ในหลวง' : บุญนำพา

                การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นใดก็ตาม หากมีจุดประสงค์เพื่อการสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสมทบทุนก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลต่างๆ หรือบริจาคซื้ออุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จะมีผู้สนใจร่วมทำบุญด้วยเสมอ เพราะอานิสงส์จากการทำบุญในทำนองนี้จะส่งผลให้ผู้ร่วมบริจาคปัจจัยมีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรง และมีความแคล้วคลาดปลอดภัยในชีวิตประจำวัน มีความสุขในครอบครัวอย่างดียิ่ง รวมทั้งมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตและหน้าที่การงานยิ่งๆ ขึ้นไป
  
                ในโอกาสที่ มูลนิธิวชิรเวทวิทยาลัยเฉลิมพระเกียรติ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ดำเนินการจัดสร้าง พระพุทธชินราช (จำลอง), เหรียญพระพุทธชินราช และ เหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๔ พรรษา ขึ้นในปี  ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ครบ ๒,๖๐๐ ปี เพื่อนำเงินทำบุญจัดซื้ออุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลตำรวจ และสมทบทุนโครงการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จึงนับเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งหนึ่งที่ผู้มีจิตศรัทธาเป็นกุศลในการทำบุญเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยไข้ในโรงพยาบาลทั้ง ๒ แห่งนี้ ซึ่งจะได้รับอานิสงส์มากเป็นพิเศษ
 
                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัตถุมงคลที่จัดสร้างรุ่นนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. และตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ประดิษฐานที่องค์พระพุทธชินราช และเหรียญพระบรมรูปหล่อที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้ พร้อมกับมวลสารพระราชทาน คือ ผงจิตรลดา 
 
                ในส่วนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น นับเป็นครั้งแรกที่มีการอัญเชิญมวลสาร เหนือพระแท่นวัชรอาสน์ ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับตรัสรู้เมื่อ ๒,๖๐๐ ปีล่วงมาแล้ว มาใช้ผสมมวลสาร รวมทั้ง ผงทองคำ ๑๐๐ ปี ที่ลอกจากองค์ หลวงพ่อโสธร ซึ่งมีผู้ไปสักการบูชาและปิดทองมานานนับเป็นร้อยปี ซึ่งถือว่าพิเศษสุดยอดยิ่งเช่นกัน
 
                นอกจากนี้ ท่านเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราฯ และเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้มอบยอดพระศรีมหาโพธิ์, มวลดินศักดิ์สิทธิ์, น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาปัญจนที, เทียนศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธคยา และมวลสารจากสังเวชนียสสถาน ซึ่งประกอบพิธีส่งบุญในพระเจดีย์องค์หลวงพ่อ พระพุทธเมตตา มาแล้ว พร้อมทั้งจัดพิธีจารแผ่นทอง เงิน นาก ในพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา เพื่อนำมาสมทบอีกด้วย เมื่อได้มวลสารสุดยอดครบทุกสิ่งอันแล้ว คณะกรรมการได้นำมวลสารทั้งหมดไปจัดพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ ใต้ต้น พระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา (สถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้) อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนนำมาจัดสร้างเป็นเหรียญและองค์พระพุทธชิราช ภ.ป.ร. รุ่นนี้ ซึ่งนับว่ามีความเป็นสิริมงคลอันสูงสุดจาก ๒ ดินแดนแห่งพุทธภูมิ ประกอบด้วยพระบารมีของพระบรมศาสดา พระมหากษัตริย์ และพระสงฆ์สาวก อย่างครบถ้วน
 
                สำหรับรูปแบบของวัตถุมงคลรุ่นประวัติศาสตร์นี้ได้แบ่งเป็น ๒ แบบ คือ พระพุทธชินราช ภ.ป.ร. และ เหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 
                พระพุทธชินราช ภ.ป.ร. แบบบูชา หน้าตัก ๙ นิ้ว, พระพุทธชินราช ภ.ป.ร. พิมพ์ใหญ่ ขนาด ๓/๔ นิ้ว, พิมพ์กลาง ๑/๒ นิ้ว และพิมพ์เล็ก ๑ นิ้ว แต่ละพิมพ์ประกอบด้วย เนื้อทองคำ เนื้อเงินชุบทองคำขาว และเนื้อบรอนซ์รมดำซาติน 
 
                นอกจากนี้ยังมี เหรียญพระพุทธชินราชทรงหยดน้ำ ซึ่งออกแบบได้งดงามประณีตมาก  พร้อมกับ พระพุทธชินราชแบบเนื้อผง ด้านหลังมีตรา ภ.ป.ร. เป็นเนื้อทองคำ, เนื้อเงินชุบทองคำขาว ทองแดง และยิงทอง  
 
                ส่วน เหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีแบบเดียว จัดสร้างเป็นพิมพ์ใหญ่-กลาง-เล็ก ด้วยเนื้อทองคำ, เนื้อเงินรมดำขัดวีนอล, เนื้อทองแดงรมดำขัดวีนอล  ซึ่งเป็นเทคนิคสมัยใหม่ที่ทำให้ได้ผิวเหรียญสวยงามยิ่งขึ้น
 
                โดยผู้ที่บริจาคซื้ออุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลตำรวจ และสมทบทุนโครงการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ สั่งจองบูชาได้ที่แพทยสมาคมฯ โทร.๐-๒๓๑๔-๑๙๖๕-๗๐ หรือที่ ธ.กสิกรไทย, ธ.กรุงเทพ, ธ.กรุงไทย, ธ.กรุงศรีฯ และไปรษณีย์ทั่วประเทศ ทั้งนี้ หมดเขตการสั่งจองในวันที่ ๓๑ สิงหาคมนี้ โดยจะได้รับวัตถุที่สั่งจอง หลังจากพิธีมหาพุทธาภิเษกครั้งสุดท้าย (ครั้งที่ ๓) ประมาณวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป

"}])