พระเครื่อง

ห้องสมุดพระเครื่องส.โบราณศิลป์

ห้องสมุดพระเครื่องส.โบราณศิลป์

14 ส.ค. 2555

ห้องสมุดพระเครื่องศูนย์สรรพวิชาพระของส.โบราณศิลป์ : เรื่อง/ ภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู

            "สถาบันโบราณศิลป์" ถือว่าเป็นอีกองค์กรหนึ่งของวงการพระเครื่อง ซึ่งเดิมทีนั้นเคยมีฐานการทำงานอยู่ที่อาคารฐานเศรษฐกิจ ถ.วิภาวดี ด้วยขณะนั้น นายอรรถภูมิ บุณยเกียรติ ได้ร่วมมือกันกับ นายสมศักดิ์ ศรีวุฒิชาญ อดีตประธานฐานเศรษฐกิจผู้ล่วงลับ ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก่อตั้งสถาบันโบราณศิลป์ขึ้น และได้ดำเนินการมาหลายปีจนกระทั่ง นายสมศักดิ์ ถึงแก่กรรม งานดังกล่าวจึงหยุดชะงักลง ต่อมานายอรรถภูมิ ผู้ซึ่งริเริ่มก่อตั้งสถาบันโบราณศิลป์มาตั้งแต่ปลาย พ.ศ.๒๕๓๗ โดยชื่อ “สถาบันโบราณศิลป์” ได้รับการเสนอในที่ประชุมนักวิชาการและผู้ชำนาญการ ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีผู้เสนอชื่อคือ รศ.ดร.พัฒน์ น้อยแสงศรี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาวิชาการท่านสำคัญท่านหนึ่ง
 
              การดำเนินกิจการของสถาบันโบราณศิลป์ ทั้งก่อนหน้าอาคารฐานเศรษฐกิจ และ ณ อาคารฐานเศรษฐกิจ นายอรรถภูมิ รับบทบาทเป็นผู้อำนวยการสถาบันโบราณศิลป์ แม้เมื่อย้ายจากอาคารฐานเศรษฐกิจ นายอรรถภูมิ ก็ได้มาดำเนินการต่อ ณ เลขที่ ๗๔/๔๑-๔๔ หมู่บ้านนนทกาญจน์ ถ.นครอินทร์ ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นที่ทำการ
 
              ปัจจุบันกิจกรรมต่างๆ ของสถาบัน ประกอบด้วย การออกเอกสารยืนยัน รับรองพระเครื่องหรือโบราณวัตถุอื่นๆ การให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องพระเครื่องพระบูชาและโบราณวัตถุอื่นๆ การจัดกิจกรรมเชิงวิชาการ การจัดนิทรรศการประกวดพระเครื่อง แม้กิจกรรมของสถาบันโบราณศิลป์เป็นรูปธุรกิจ แต่ก็ได้ดำเนินการและจัดการเพื่อคืนผลกำไรสู่สังคมในโอกาสต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และส่วนนี้เองที่ช่วยส่งเสริมผลักดันให้สถาบันโบราณศิลป์เติบโตและก้าวหน้า
 
              อย่างก็ตามล่าสุดนายอรรถภูมิ เตรียมที่จะย้ายที่ทำการไปอยู่ที่ “Celebrate Shopping Mall” ซึ่งเป็นอาคารช็อปปิ้งมอลล์ขนาดย่อมบนพื้นที่เกือบ ๔ ไร่ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนบดินทรเดชา ๑ ซ.อิทราพร โดยสถาบันใช้พื้นที่ชั้น ๓ ของอาคารแห่งนี้ทั้งชั้นกว่า ๑,๓๐๐ กว่า ตร.ม. จัดการบริหารพื้นที่เป็นโชนตู้พระ โชนห้องพระ โซนอาหารเครื่องดื่ม โชนอุปกรณ์และนิตยสารพระเครื่องต่างๆ  มีห้องพระประมาณ ๒๐ ห้อง ตู้พระประมาณ ๒๐ ตู้โดยจะเป็นในลักษณะเดียวกับศูนย์พระในห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ทั้งนี้มีแผนที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ระหว่างวันที่ ๕-๑๕ ตุลาคม
 
              "ศูนย์พระของสถาบันโบราณศิลป์จะมีความพิเศษกว่าศูนย์พระอื่นๆ คือ จะมีห้องสมุดที่รวบรวมเกี่ยวกับหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องทุกชนิด ทั้งที่เป็นหนังสือที่พิมพ์โดยหน่วยงานราชการ หนังสือที่แจกในงานศพ หนังสือที่พิมพ์โดยเซียนพระตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หนังสือเหล่านี้อาจจะหาอ่านได้ที่หอสมุดแห่ง แต่เข้าใจว่าไม่ได้รวมเป็นหมวดหมู่ จัดเป็นมุมเฉพาะหนังสือพระเครื่องเท่านั้น" นี้คือแนความคิดของนายอถรรภูมิ
  
              พร้อมกันนี้ นายอรรถภูมิ ยังบอด้วยว่า ที่ผ่านมายังไม่มีสถาบัน องค์กร และ หน่วยงานใดทำห้องสมุดหนังสือพระเครื่องโดยเฉพาะ หนังสือที่นี่ไม่จำกัดค่าย ไม่จำกัดผู้พิมพ์ แม้แต่หนังสือที่เรียกว่าพระปลอมทั้งเล่มก็มีให้อ่าน ซึ่งเซียนพระจำนวนไม่น้อยคิดว่า หนังสือพระปลอมไม่ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง แต่ในมุมองตัวเองกลับมองว่า หนังสือทุกประเภทล้วนให้ความรู้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้อ่านจะไปประยุกต์ใช้อย่างไรเท่านั้น กรณีหนังสือพระปลอมเราอ่านเพื่อที่จะรู้ว่าวงการพระปลอมนั้นเขาเล่นกันอย่างไร 
 
              "๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ เล่ม" เป็นตัวเลขหนังสือพระเครื่องและนิตยสารพระเครื่องที่นำมาจัดแสดงในห้องสมุด ซึ่งปกติแล้วหนังสือเหล่านี้เป็นของสะสมของคนวงการพระเครื่อง และที่สำคัญคือเป็นที่หวงแหนมาก เพราะเป็นหนังสือที่มีคุณค่าราคา ผู้ที่มาใช้ห้อสมุดสามารถเปิดอ่านได้ทุกเล่ม แต่ห้ามยืมออกจากห้อสมุดเด็ดขาด เว้นแต่ให้ถ่ายเอกสารออกไปได้เท่านั้น
 
              ส่วนนิตยสารพระเครื่องในห้องสมุดนั้น จะมีทุกชนิดที่คนรุ่นปัจจุบันเกิดไม่ทัน เช่น นิตยสารอณาจักรพระเครื่อง ของ ปรีชา เอี่ยมธรรม หรือ อ.เปี๊ยก ปริทัศน์พระเครื่อง จักรวาลพระเครื่อง หนังสือเปิดโลกพระเครื่อง ของ อ.สุธน ศรีลานธรรม อมตะพระกรุ เล่มแรก ของ หรือ ต้อยเมืองนนท์ หนังสือจอมสุรางค์ ของ สเถียร สเถียรสุต ของ บอย ท่าพระจันทร์ หนังสือพระพุทธชินราช ของ นุ เพชรรัตน์ เป็นต้น
  
              "ปกติแล้วหนังสือพระเครื่องเหล่านี้ โอกาสที่คนปกติทั่วไปจะหาอ่านทั้งเล่มได้ยาก นอกจากเป็นของหายาก มีน้อย ที่สำคัญ คือ เจ้าของหวงแหนไม่ต่างจากพระเครื่ององค์หนึ่ง ในฐานะที่ ส.โบราณศิลป์ เป็นองค์กรพระเครื่ององค์กรหนึ่งที่มีหน้าที่ให้ความรู้เรื่องพระเครื่อง จึงนำหนังสือพระเครื่องที่ขึ้นชื่อว่าสุดยอดมาให้อ่าน ท่านสามารถถ่ายเอกสารเก็บไว้อ่านทุกเล่ม แต่ไม่อนุญาตให้ยืมออกไป เพราะผมก็หวงและรักหนังสือเหล่านี้เหมือนกัน" นายอรรถภูมิกล่าวทิ้งท้าย


หนังสือพระสมเด็จฯเล่มแรก
 
              นายอรรถภูมิ บอกว่า การศึกษาเเละพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆังทุกวันนี้นับวันเหลือผู้รู้ผู้ชำนาญประเภทรู้จริงรู้ลึกจำนวนน้อยเเทบจะนับคนได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเรียนรู้จากตำรับตำราเก่าๆ ซึ่งนับว่ามีคุณค่าอย่างยิ่ง เพื่อทบทวนความรู้ที่คนเก่าคนเเก่เล่าขานไว้เกี่ยวกับลักษณะเนื้อพระสมเด็จวัดระฆังที่เเท้มาบันทึกไว้ให้ศึกษากัน พ.อ.ผจญ กิตติประวัติ หรือ ตรียัมปวาย ยอดบรมครูปรมาจารย์พระเครื่องท่านเป็นนักศึกษาพระสมเด็จที่พยายามตอบโจทย์ประเด็นที่ตนเองสงสัย ทั้งสมเด็จวัดระฆัง และบางขุนพรหม ผู้สถาปนาและบัญญัติคำว่า “พระชุดเบญจภาคี”
 
              ทั้งนี้ ตรียัมปวาย ได้จัดพิมพ์ตำราพิจารณาพระสมเด็จฯ เล่มแรกของประเทศไทย ประมาณ ๖๐๐ หน้า เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งนับถึงวันนี้รวมเป็นเวลา ๖๐ ปี แล้ว ถือว่าเป็นหนังสือพระสมเด็จแห่งวงการเล่มแรกที่สมบูรณ์ที่สุดของวงการพระเครื่อง โดยส่วนตัวแล้วแม้ว่าจะมีการพิมพ์หนังสือพระสมเด็จอีกนับร้อยเล่มก็ไม่มีเล่มใดมีข้อมูลครบถ้วนถูกต้องและสมบูรณ์เท่าหนังสือของ โดยปีที่ออกนั้นขายในราคาเล่มละ ๔๐ บาท แต่ปัจจุบันในสภาพสมบูรณ์ขายเล่มละ ๑๒,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท จำนวนพิมพ์ประมาณ ๑,๐๐๐ เล่ม ซึ่งถือว่าเป็นหนังสือที่หายากมาก
 
              เนื้อหาประกอบด้วย - ชีวประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี - ตำนานการสร้างพระสมเด็จฯ เช่น ผงที่ใช้สร้าง -จำนวนการสร้าง เนื้อพระแบบต่างๆ แม่พิมพ์ -การลงรักปิดทอง การปลุกเสก เป็นต้น
 
              - กรุบางขุนพรหม - กรรมวิธีการปลุกเสกพระสมเด็จฯ - การพิจารณาพิมพ์ต่างๆ ของพระสมเด็จ เช่น -พิมพ์พระประธาน พิมพ์พระเจดีย์ พิมพ์ฐานแซม  เป็นต้น โดยละเอียด (ซึ่งหาไม่ได้จากเล่มอื่น) - การพิจารณาด้านข้าง และด้านหลังของพระสมเด็จฯ - การพิจารณามวลสารที่ใช้สร้าง พร้อมวิธีจำแนก -เปรียบเทียบโดยละเอียด - การพิจารณาผิว พร้อมวิธีจำแนก
 
              - การพิจารณาคราบกรุประเภทต่างๆ พร้อมวิธีล้างทำความสะอาดคราบกรุ - การพิจารณา และ จำแนกสีของพระ - วิธีการล้างทำความสะอาด การลอก และดูแลรักษา พระสมเด็จฯ - วิธีการอาราธนา บูชา พระสมเด็จฯ - พุทธคุณของพระสมเด็จ

"}])