พระเครื่อง

ปัจจุบันอันเป็นสุข(๔)ฉันเห็นแล้ว!

ปัจจุบันอันเป็นสุข(๔)ฉันเห็นแล้ว!

10 ส.ค. 2555

ปัจจุบันอันเป็นสุข(๔)ฉันเห็นแล้ว ! : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

             เรื่องของพระใหม่ที่ติดตามแมวไปเพราะสงสาร หานมให้แมวกิน เลี้ยงวัวเพื่อรีดนมวัว แล้วก็ต้องมีคนช่วยเลี้ยงวัว จึงต้องสึกออกมาแต่งงาน เลี้ยงวัว เลี้ยงแมว เลี้ยงลูก และเลี้ยงเมียด้วย ทำทุกอย่างจนเกิดความทุกข์ วันหนึ่งกลับไปยืนที่หน้ากุฏิที่เคยบวชอยู่ก็ร่ำไห้ ระลึกถึงความสุขสงบเมื่อครั้งก่อน แล้วก็ใคร่ครวญสืบสาวไปถึงเหตุ ปัจจัยแห่งความทุกข์ รำพึงกับตนเอง ไม่น่าตามแมวไปเลย  
 
              เห็นหรือยังโยม ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน อยู่ตรงแมวหรืออยู่ตรงไหน อยู่ที่พระรูปนั้นท่านใจลอย ถ้าใจลอยแล้วเราจะพลาด เราจะไม่รู้ว่าอะไรคือหน้าที่ที่แท้จริงของเรา ก็ในเมื่อท่านเป็นพระ ท่านก็ต้องเป็นพระให้ดีที่สุด พอท่านลืมตัวไปนิดเดียว ท่านก็ไปเลี้ยงแมว พอท่านเลี้ยงแมว ท่านก็มีภาระเพิ่มขึ้น สุดท้ายก็เลยต้องเลี้ยงทั้งแมว เลี้ยงทั้งเมีย
 
              ในที่สุดท่านก็บรรลุสัจธรรมว่า

              “อ๋อ ถ้าฉันไม่ตามแมวตัวนั้นไป ความสุขยังอยู่ครบ”

              เราทั้งหลายในที่นี้เคยเดินตามแมวตัวนั้นมั้ย

              เราต่างมีแมวกันคนละตัว อะไรก็ตามที่โยมกำลังตามมันต้อยๆ แล้วมันริบเอาความสุขจากชีวิตไปทั้งหมด นั่นก็คือ “แมว”

              แมวบางตัวไม่ได้กินสามมื้อ ไม่ได้กินแค่อาหาร กินเงิน กินเวลา กินสุขภาพ กินความคิด กินสติปัญญา กินความสุข

              ท่านทั้งหลายต้องพิจารณา แมวบางตัวท่านต้องปล่อยมันบ้าง กลับไปเนี่ย ไปปล่อยแมว มีแมวบางตัวที่ท่านต้องดูแล จำกัดขอบเขตลงไปว่าดูแลแมวได้กี่ตัว อายุอย่าง

              เรานี้ เวลาอย่างเรานี้ สุขภาพอย่างเรานี้ การงานอย่างเรานี้ จะดูแลแมวได้กี่ตัว

              เรามีเวลาจำกัด คงเที่ยวทำทุกอย่างไม่ได้ อะไรคือภาระหน้าที่ที่แท้จริงของเรา โฟกัสอยู่กับสิ่งนั้น จำเพาะเจาะจงอยู่กับสิ่งนั้น

              อย่าให้แมว คือ ความคิด และ อย่าให้แมว คือ สิ่งซึ่งไม่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่มันเผอิญหลุดเข้ามาในชีวิตของเรา มาชัก มาลาก มานำเราไป พลอยทำให้เราต้องเสียเวลาไปครึ่งค่อนชีวิต

              อย่าตามแมวที่ชื่อ ความคิด และความคิดที่ชื่อว่า ความฟุ้งซ่านไป เพราะจะทุกข์แทบตายกันทั้งนั้น

              แต่จะทำยังไงหนอ เราจึงจะสามารถอยู่กับปัจจุบันขณะ เพื่อหลุดออกมาจากความคิดได้

              หมั่นเติมการเจริญสติลงไปในชีวิตประจำวัน ทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ให้พยายามรู้ และในการพยายามรู้อย่าไปเครียด

              ถ้าโยมสังเกต โยมจะเห็นว่า อาตมามีงานเยอะมาก โยมมักจะถามว่า อาตมาเอาเวลาไหนมาปฏิบัติ อาตมาก็ตอบว่า ชีวิตอยู่ไหนก็ปฏิบัติที่นั่น ปฏิบัติตอนมีชีวิต อย่างเช่น ขณะที่อาตมาจัดคอร์สภาวนา ก็ปฏิบัติไปพร้อมๆ กับพวกเรา ขณะที่เขียน อาตมาก็เจริญสติไปด้วย
 
 (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า )

"}])