
'หลวงพ่อคูณ'อาการดีขึ้นพร้อมกลับวัด
'หลวงพ่อคูณ'เอ่ยปาก'กลับวัดก็ดี ไม่เป็นไรด๊อก'คณะแพทย์ฯ เผยสภาพร่างกายแข็งแรงดี พร้อมกลับวัดได้แล้ว แต่ห่วงปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้มีมาก เพราะท่านมีอายุมากแล้ว จึงฝากประชาชนอย่าเข้าใกล้รัศมี 2 เมตร
4 ส.ค.55 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาตัวที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 รพ.มหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยอาการอาพาธด้วยโรคหลอดลมอักเสบ และต่อมามีอาการแทรกซ้อนปอดอักเสบจนขณะแพทย์ต้องทำการเจาะน้ำออกจากปอดและยังคงพักรักษาอาการอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมานั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้อง 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา แพทย์เวร พยาบาล และลูกศิษย์ได้นำหลวงพ่อคูณฯเดินออกกำลังกายเล็กน้อย 5-6 ก้าว เพื่อทำกายภาพบำบัดด้วยกันปั่นจักรยานไฟฟ้าโดยปั่นไปข้างหน้า และปั่นถอยหลังและใช้เครื่องเขย่าช่วยปอดทำงานดีขึ้น ซึ่งทางลูกศิษย์ได้เปิดโทรทัศน์ให้หลวงพ่อคูณ ชมการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกเพื่อผ่อนคลายด้วย โดยเฉพาะกีฬามวย
ต่อมานายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชนครราชสีมา และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ ได้เข้าตรวจอาการของหลวงพ่อคูณฯ เพื่อประเมินอาการประจำวัน ขณะที่ผู้สื่อข่าวและลูกศิษย์ใกล้ชิดนมัสการถามหลวงพ่อคูณฯว่า หลวงพ่อจะกลับวัดบ้านไร่แล้วหรือ หลวงพ่อคูณฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เอ่อ..กลับวัดก็ดี ไม่เป็นไรด๊อกหลาน”
ทั้งนี้ ภายหลังจากตรวจอาการเสร็จแล้ว นพ.พินิศจัยฯ กล่าวว่า วันนี้อาการหลวงพ่อคูณฯ ดีขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่มีไข้ อุณหภูมิร่างกายคงที่ ไม่ขยับมากนัก ทั้งนี้ที่หลวงพ่อคูณ ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ มีหลายปัจจัย ไม่ว่าเรื่องญาติโยมที่เข้าไปหาท่านวันละหลายหน ซึ่งทางคณะแพทย์คงได้แต่ฝากบอกว่า อย่าเข้าใกล้หลวงพ่อในรัศมี 2 เมตร อย่างเคร่งครัด เพราะอาจจะเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่ท่านได้ ส่วนเรื่องการรับกิจนิมนต์นอกวัดหลวงพ่อเองและลูกศิษย์ก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ ไม่รับอีกต่อไปแล้ว
"นอกจากนี้เรื่องอาคารสถานที่ และห้องจำวัด ก็ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจนคิดว่าน่าจะเป็นที่พอใจในระดับดี รวมทั้งปัจจัยอื่นที่คณะแพทย์ควบคุมไม่ได้ คือ ตัวหลวงพ่อคูณ เอง อายุท่านมากขึ้น ท่านมีโรคประจำตัวหลายโรค โดยเฉพาะเรื่องปอดติดเชื้อ วัณโรค เส้นเลือดในสมอง เรื่องหัวใจ และเบาหวาน เหล่านี้เป็นปัจจัยรวมที่ทำให้หลวงพ่อคูณติดเชื้อได้ง่าย และมีอาการแทรกซ้อนองโรคที่รุนแรงขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีปัจจัยสภาพแวดล้อมภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่วัดบ้านไร่ อุณหภูมิในห้องหลวงพ่อคูณฯ ใช้เครื่องปรับอากาศพอเหมาะถ่ายเทได้ดี แต่อาจจะไม่ได้ 100% นัก เพราะท่านต้องออกมาเจอญาติโยมศิษยานุศิษย์บ้าง เนื่องจากท่านเป็นพระที่มีเมตตา มีความสุขกับการที่ได้ให้ศิษยานุศิษย์ และพี่น้องประชาชนเข้ากราบไหว้ เมื่อหลวงพ่อคูณ ได้พบญาติโยมก็รู้สึกอิ่มเอิบมีความสุขมาก ถึงแม้บางทีคณะแพทย์พยายามควบคุมการพบญาติโยม แต่บางทีจะให้ 100% คงเป็นไปไม่ได้ ต้องยอมรับว่า เป็นธรรมชาติของหลวงพ่อคูณ ซึ่งก็คงแก้ไขกันไปตามสถานการณ์ ส่วนพละกำลัง เรี่ยวแรง ตอนนี้สามารถกลับวัดบ้านไร่ได้แล้ว" นพ.พินิศจัย กล่าว



