
ห้าม'หลวงพ่อคูณ'รับกิจนิมนต์เด็ดขาด
หลวงพ่อคูณเตรียมกลับวัดบ้านไร่ 7 ส.ค.นี้ แพทย์เข้มห้ามรับกิจนิมนต์นอกสถานที่เด็ดขาด ระบุญาติโยมควรเลิกติดให้เคาะหัว เป่าหัว ถ้าจำเป็นต้องห่างรัศมี 2 เมตร ชี้หน้าฝนโอกาสติดเชื้อมีสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 ส.ค. 55 ที่ห้อง 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา แพทย์เวร พยาบาล และลูกศิษย์ได้นำหลวงพ่อคูณเดินออกกำลังกาย ทำกายภาพบำบัดด้วยกันปั่นจักรยานไฟฟ้าโดยปั่นไปข้างหน้า และปั่นถอยหลัง หลังจากนั้นได้ให้ทำการยกแขน งอขา งอแขน และใช้เครื่องเขย่าปอด โดยใช้เวลา 20 นาที
ต่อมา นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ ได้เข้าตรวจเพื่อประเมินอาการหลังหยุดฉีดยาฆ่าเชื้อมาได้กว่า 1 สัปดาห์แล้ว ส่วนที่หน้าห้องได้มีลูกศิษย์เดินทางมาจาก จ.น่าน มาถวายปัจจัย ของขวัญ และกราบอยู่หน้าห้อง
นพ.พินิศจัย กล่าวว่า วันนี้หลวงพ่อดีขึ้นและสดชื่นมาก ดีขึ้นเรื่อยๆ น่าจะกลับวัดบ้านไร่ได้ในวันอังคารที่ 7 ส.ค.นี้ อาการของหลวงพ่อตั้งแต่เข้ารักษาเมื่อวันที่ 3 ก.ค. หรือประมาณ 1 เดือน เป็นที่พอใจของคณะแพทย์ ตอนนี้ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพราะเรื่องกำลัง หรือการเคลื่อนไหวยังต้องการการฟื้นฟูสภาพ ต้องใช้เวลาอีก อาจจะเป็นเดือน แต่ในด้านการรับรู้ การพูดกลับมาเกือบปกติแล้ว ไม่มีไข้ จากนี้ไปในช่วง 3 เดือนของการเข้าพรรษาหน้าฝน โอกาสกำเริบของปอดติดเชื้อหรือไข้ขึ้นมาอีกนั้น นพ.พินิศจัย กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ท่านมีตลอดอยู่แล้ว เพราะท่านง่ายต่อการจะเกิดปัญหา โดยเฉพาะเรื่องทางเดินหายใจ เนื่องจากท่านมีถุงลมโป่งพอง มีพยาธิสภาพหลงเหลืออยู่จากการติดเชื้อในปอด ไม่ว่าเนื้อปอดบางส่วนแฟบลง และบางส่วนของปอดเป็นรูพรุน ตรงนี้ง่ายต่อการติดเชื้อ และถ้าติดเชื้อก็จะรุนแรง ส่วนการรับกิจนิมนต์นอกวัด ตั้งแต่ท่านออกจาก รพ.เมื่อ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้รับกิจนิมนต์ ลูกศิษย์ทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก
แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ กล่าวว่า ต้องงดการรับกิจนิมนต์นอกสถานที่โดยเด็ดขาด ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ควรจะหลีกเลี่ยง เพราะท่านไม่ไหวแล้ว เอาแค่ออกมาเจอผู้คนนอกห้องยังต้องพิจารณากัน ส่วนการเคาะหัว เป่าหัว หลักที่วางไว้จะไม่ให้เข้าใกล้ท่านในระยะรัศมี 2 เมตร เพราะกลัวเรื่องการติดเชื้อ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน อากาศชื้น มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย



