
ปัจจุบันอันเป็นสุข(๓)ความทุกข์มาจากไหน ?
ปัจจุบันอันเป็นสุข(๓)ความทุกข์มาจากไหน ? : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี
หลังจากพระได้แมวมาเลี้ยงอย่างไม่ตั้งใจ โยมให้วัวมา ท่านก็ผูกวัวไว้ใต้ถุน เอาแมวไว้ในห้อง สวมงอบ แล้วออกไปเกี่ยวหญ้าอยู่กลางทุ่ง เกี่ยวไป เกี่ยวมา ก็ไปเกี่ยวถูกมือตัวเองเข้า เลือดไหล ท่านตกอกตกใจ กลับไปหาโยม
“โยม ไปสอนอาตมาเกี่ยวหญ้าหน่อย เนี่ย ดูสิ มือนี่ร่องแร่งเลย จะขาดอยู่แล้วเนี่ย เคียวมันเกี่ยวมือ”
โยมก็ว่า “เรื่องมากจังเลย นังหนู ไปช่วยหลวงพี่หน่อย”
ลูกสาวก็ออกมาสวมงอบ ไปสอนหลวงพี่เกี่ยวหญ้าอยู่กลางทุ่ง เกี่ยวมาเกี่ยวไป เคียวไปเกี่ยวจีวรหลุด พระรูปนั้นไม่รู้จะทำยังไง กลับมาก็เลยไปหาโยม
“โยม อาตมาขอแสดงความรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบยังไง”
“ก็ไม่รู้ เกี่ยวหญ้าไปเกี่ยวหญ้ามา เราสองคนก็เลยเกี่ยวก้อยซึ่งกันและกัน”
ตกลงท่านก็ต้องลาสิกขา ออกจากวัดมา อุ้มแมวมาตัวหนึ่ง ได้ภรรยาคนหนึ่ง และวัวอีกตัวหนึ่ง จากนั้นท่านก็มีความสุขมากกับโลกใหม่ของท่าน คือท่านเห็นดอกกุหลาบในแจกันเพียงดอกเดียว ท่านก็คิดว่ามันสวยที่สุด ท่านยังไม่เคยเห็นดงกุหลาบ ผู้หญิงสวยที่สุดมีอยู่คนเดียว ท่านก็คิดว่าดีที่สุด
ช่วงโปรโมชั่นกำลังเป็นคู่ข้าวใหม่ปลามัน ทิดสึกใหม่มีความสุขเหลือเกิน ต่อมาปรากฏว่ามีลูก พอมีลูกแล้ว เป็นช่วงหลังโปรโมชั่น ภรรยาไม่เลี้ยงลูกเลย ยกให้สามีเลี้ยงลูก สามีก็ต้องเลี้ยงลูก และตรงนั้นเขาจึงรู้ว่า นรกมีจริง
หลังโปรโมชั่นแล้ว ต้องเลี้ยงลูกเอง ต้องหาอยู่หากินเอง ต้องไปเกี่ยวหญ้าเลี้ยงวัว ต้องรีดนมวัว เลี้ยงทั้งคน เลี้ยงทั้งแมว เลี้ยงทั้งตัวเอง ภรรยาเล่นไพ่เป็นหลัก ลูกร้องขึ้นมาก็ปลอบเป็นบ้าง ไม่เป็นบ้าง กลางคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน แทบล้มประดาตาย แล้วต้องหาเงินมาป้อนให้ภรรยา ป้อนเท่าไรเธอก็ไม่อิ่ม เท่านั้นยังไม่พอ มีเรื่องตบเรื่องตี ตบตีทีไร ทิดสึกใหม่ก็แพ้ เพราะภรรยานั้นเจนเวทีกว่าเยอะ
วันหนึ่งเมื่อภรรยาหนีไปเล่นไพ่ ลูกร้องขึ้นมา อาหารก็ไม่มี ข้าวก็ไม่มีจะกรอกหม้อ ทุกข์แทบล้มประดาตาย ท่านถึงกับร้องห่มร้องไห้ จากนั้นก็ม่อยหลับไปทั้งลูกทั้งพ่อ เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีหนึ่ง ท้องก็ร้อง ไม่รู้จะทำอย่างไร มองหาแมวก็ไม่เจอ มองหาเมียก็ไม่อยู่ เลยอุ้มลูกน้อยกลอยใจ ต้นตอของความทุกข์ เดินลัดเลาะออกจากบ้านไป เดินมาเดินไป ใจลอยไปเรื่อย ทุกข์ตรมขมไหม้แทบล้มประดาตาย พลางคิดไปว่า ไม่นึกว่าหลังโปรโมชั่นจะต้องมาเลี้ยงทั้งแม่ของภรรยา เลี้ยงภรรยา เลี้ยงวัว เลี้ยงตัวเอง แล้วก็ต้องเลี้ยงลูก ทุกข์เหลือเกิน ทุกข์หนอ ภาวนาไปเรื่อยๆ จนเดินเข้าวัดไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เดินเข้าวัดแล้วท่านก็ไปหยุดยืนอยู่หน้าโบสถ์ พลางคิดว่า
“เราเคยบวชอยู่วัดนี้ เราเคยนั่งสมาธิอย่างมีความสุข แล้วตอนนี้ความสุขมันไปไหนหนอ”
เดินไปเดินมา ลัดเลาะไป จนกระทั่งไปถึงท้ายวัด ไปเจอกุฏิตัวเองเข้า ในอ้อมแขนก็อุ้มลูก มองกุฏิตัวเองแล้วคิดว่า
“เราเคยอยู่กุฏินี้ เราเคยลุกมานั่งสมาธิอย่างมีความสุข เราอยากกลับไปมีความสุขอย่างนั้นเหลือเกิน แล้วความสุขอย่างนั้นมันหายไปจากชีวิตเราตั้งแต่เมื่อไร”
พิจารณาไป พิจารณามา ก็เห็นแมวตัวเดิมนอนอยู่บนขื่อ ท่านจึงนึกขึ้นมาได้
“อ๋อ ฉันเข้าใจละ ความสุขฉันมันหายไป เพราะแกตัวเดียว”
นิทานพุทธปรัชญาเซนก็จบลงตรงนี้
(ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า )



