
รหัสธรรมจากหลวงพี่ป๊อป
รหัสธรรมจากหลวงพี่ป๊อป : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยพระชาย วรธัมโม
หมายเลข Missed Call (ไม่ได้รับสาย) ที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในค่ำวันนั้น บ่งบอกให้รู้ว่า “หลวงพี่ป๊อปไปแล้ว” เนื่องจากคำพูดทิ้งท้ายจากปลายสายของหมายเลขเดียวกันเมื่อ ๓๐ นาทีที่แล้วก่อนหน้านี้เป็นการพูดทิ้งท้ายกึ่งสัญญากันไว้ว่า “หากมีอะไรคืบหน้าจะโทรมาบอก” เป็นเหมือนสัญญาณบ่งบอกให้รู้เป็นนัยว่าหลวงพี่ป๊อปอาจจะ “ไป” ในค่ำคืนนี้ก็ได้...
“หลวงพี่ป๊อป” เป็นชื่อเล่นของ “ภิกษุณีสุโพธา” ผู้เป็นสหายธรรมของผู้เขียน เธอบรรพชาเป็นสามเณรีเมื่อปี ๒๕๕๐ และอีก ๒ ปีถัดมาก็อุปสมบทเป็นภิกษุณีด้วยสงฆ์สองฝ่ายที่ประเทศศรีลังกา ชั่วโมงบินของการเข้ามาอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์เป็นเวลา ๖ ปีของเธอยาวนานพอๆ กับมะเร็งที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์กับชีวิตเธอด้วยเช่นกัน
ผู้เขียนรู้จักท่านป๊อปราวปี ๒๕๕๒ ที่วัดป่าธรรมศิลาราม (วัดลานหินตัด) จ.บุรีรัมย์ ตอนนั้นเธอเป็นภิกษุณีแล้ว ผู้เขียนรู้สึกประหลาดใจที่เธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนในอดีตกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของผู้เขียน โลกนี้ไม่ได้กว้างใหญ่เท่าไรนัก ต่อมาเราก็เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊ก
ท่านป๊อปใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า “พระภิกษุณีสุโพธา หลวงพี่ป๊อป” มีจุดมุ่งหมายสองอย่างคือ เพื่อเผยแพร่ธรรมะและเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการบวชภิกษุณีกับสังคม สำหรับจุดมุ่งหมายข้อสองนั้นผู้เขียนวิเคราะห์ว่าท่านป๊อปฉลาดมากในการใช้เฟซบุ๊กเพื่อการเผยแพร่และสร้างความเข้าใจเรื่องการบวชภิกษุณี เฟซบุ๊กเป็นสังคมออนไลน์ที่คุณสามารถพบปะผู้คนได้มากมาย เราสามารถคุยกันได้ทำความรู้จักกันได้แม้ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน เราสามารถพูดคุยสนทนากันถึงเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เรื่องที่มีสาระไปจนถึงเรื่องไร้สาระ ดังนั้นการสร้างความเข้าใจในประเด็นภิกษุณีจึงสามารถกระทำได้ในเฟซบุ๊กและก็ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียด้วย
ประเด็นการบวชภิกษุณีเป็นอะไรที่สลับซับซ้อนภายใต้สังคมชายเป็นใหญ่ที่ไม่ค่อยเปิดที่ทางให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมในพุทธศาสนา การใช้เฟซบุ๊กเป็นพื้นที่ในการสร้างความตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมต่อประเด็นภิกษุณีผ่านผู้ใช้โปรไฟล์ที่เป็นภิกษุณีตัวจริงเสียงจริงจึงมีประสิทธิภาพประสิทธิผลอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก
การใช้ชื่อจริงเป็นชื่อโปรไฟล์ว่า “พระภิกษุณีสุโพธา หลวงพี่ป๊อป” ถ้าเป็นภาพยนตร์ก็เรียกได้ว่านี่คือชื่อหนังที่สามารถเรียกความสนใจให้กลุ่มคนดูได้ชะงัด ใครเห็นชื่อต่างก็สงสัยอยากทำความรู้จักว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้บวชเป็นภิกษุณี ภิกษุณีคืออะไร ภิกษุณียังไม่หายสาบสูญไปจากโลกนี้หรือ และถ้าอยากจะบวชเป็นภิกษุณีบ้างจะต้องทำตัวอย่างไร ใครก็ตามที่คลิกเข้ามาชมโปรไฟล์ของท่านย่อมเกิดความสนเท่ห์ ก่อนจะตัดสินใจ ‘แอดเป็นเพื่อน’ ตามประเพณีชาวเฟซบุ๊ก
ในโปรไฟล์ของท่านจะพบกับภาพการอุปสมบทเป็นภิกษุณีของท่านที่ประเทศศรีลังกา มีเกร็ดความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการบวชเป็นภิกษุณีที่ค่อนข้างละเอียด ทำให้คนที่สนใจภิกษุณีได้เข้ามาทำความรู้จักกับท่านได้โดยตรง ใครๆ ก็สามารถสนทนากับท่านได้ เข้าถึงท่านได้ การพูดจาเป็นกันเองและการเป็นคนตรงไปตรงมาพร้อมกับอารมณ์ขันของท่านจึงทำให้มีเพื่อนในเฟซบุ๊กมากถึง ๕,๑๖๕ คน พูดได้ว่าแฟนคลับของท่านจำนวนหนึ่งไม่ได้มาจากการพบปะตัวจริงของท่าน แต่แฟนคลับจำนวนไม่น้อยมาจากการทำความรู้จักท่านผ่านโซเชียลมีเดียนี้ หรือไม่ก็เกิดจากการลิงค์กันต่อๆ มาจากเพื่อนคนหนึ่งไปสู่เพื่อนอีกคนหนึ่ง
หลายครั้งที่กระทู้ธรรมของท่านมักจะมีการ “แชร์” กระจายออกไป คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยได้เรียนรู้ธรรมะที่เข้าใจง่ายจากท่าน หรือบางครั้งท่านก็ “แท็ก” กระทู้ธรรมของท่านไปยังคนอื่นๆ กระทู้นั้นก็กระจายต่อกันไปเรื่อยๆ เป็นลูกโซ่ นี่จึงทำให้เห็นว่าประสิทธิภาพของโลกออนไลน์ในแง่ของการเผยแผ่ธรรมะยังคงมีอยู่ โลกออนไลน์ไม่ได้มีของไร้สาระเพียงอย่างเดียว
ท่านป๊อปเป็นผู้ที่มีความเอาใจใส่กับการตอบกระทู้ในเฟซบุ๊กมากโดยเฉพาะประเด็นภิกษุณี บางครั้งท่านจะตอบยาว บ่อยครั้งที่ต้องตอบคำถามซ้ำๆ เดิมๆ และยังต้องคอยตอบคำถามจากกลุ่มมิจฉาทิฏฐิซึ่งผู้เขียนเคยสารภาพกับท่านตรงๆ ว่านับถือท่านที่มีความเพียรในการตอบ เพราะเราเองคงไม่มีความเพียรมากพอในการตอบคำถามอะไรซ้ำๆ เดิมๆ และรู้สึกไม่ค่อยสนุกไปกับการโต้ตอบอะไรยาวๆ ในเฟซบุ๊ก
มากไปกว่านั้น ท่านยังมีความสามารถในการวาดภาพ “การ์ตูนมังงะ” ที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นเช่นกัน แม้ลายเส้นจะดูกะโหลกกะลา(ขออภัยนะครับท่านป๊อป เราเป็นสหายที่สนิทกันเราคงใช้คำนี้กับท่านได้)แต่ก็เป็นการ์ตูนที่ร่ำรวยไปด้วยธรรมะแบบเซนที่ใครอ่านแล้วก็อาจเกิด ‘ซาโตริ’ บรรลุธรรมขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ในสายตาของผู้เขียนแล้วท่านป๊อปเป็นภิกษุณีที่แตกฉานในธรรมที่หาตัวจับได้ยากคนหนึ่ง ชั่วโมงบินการใช้ชีวิตในผ้าเหลืองของท่านนาน ๖ พรรษาเมื่อเทียบกับสมัยที่ผู้เขียน ๖ พรรษา ก็ยังทำอะไรไม่ได้มากเท่าท่าน แถมแฟนคลับก็ไม่ได้มีเยอะเท่าท่าน (หรืออาจจะไม่มีแฟนคลับเลย !)
ท่านป๊อปได้จากเราไปในเวลา ๑ ทุ่ม ๓๔ นาทีของวันศุกร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ด้วยวัย ๓๘ ปี พรรษา ๖ จากอาการป่วยโรคมะเร็งในทรวงอกที่ต่อสู้กันมา ๗ ปี ผ่านการล้มป่วยหนักครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ท่านเป็นภิกษุณีเถรวาทรูปแรกในประเทศไทยที่มรณภาพในผ้าเหลือง
ก่อนจากไป ท่านป๊อปมีหนังสือออกมาแล้วสองเล่ม คือ “ธรรมะ ๑๘ +” กับอีกเล่มเป็นหนังสือตอบประเด็นภิกษุณีซึ่งเขียนโดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ท่านป๊อปจงใจใช้ชื่อเดียวกันว่า “ตอบ ดร.มาร์ติน พุทธวินัยถึงภิกษุณี” ต่างกันแต่ว่าเล่มนี้เขียนโดย พระภิกษุณี สุโพธา หนังสือเล่มนี้ท่านป๊อปเขียนตอบกระทู้ประเด็นภิกษุณี ๒๐ ประเด็นภายในหน้ากระดาษ ๖๖ หน้า หนังสือเล่มนี้อาจจะเขียนโดยภิกษุณีที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายอะไร แต่สำหรับท่านที่ปฏิเสธภิกษุณีลองเปิดใจให้กว้างแล้วฟังเสียงของภิกษุณีที่พูดถึงประเด็นภิกษุณีด้วยเสียงของภิกษุณีเอง บางทีเราอาจจะได้ฟังอะไรที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมา และสามารถทำความเข้าใจได้ว่าภิกษุณีไม่มีวันขาดสูญ
หากท่านป๊อปสามารถสื่อสารมายังเราได้ ท่านป๊อปจะพูดกับเราทุกคนว่า “อย่าเสียดายที่หลวงพี่ต้องจากไป เพราะความจริงของชีวิตก็คือมนุษย์ทุกคนเมื่อถึงเวลาก็ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านกันไปทุกคน ต่างกันแต่ว่าจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น แต่จงเสียดาย...ที่เมืองไทยมีพุทธศาสนา มีพระสงฆ์มากมายแต่ไม่สามารถให้การอุปสมบทแก่ผู้หญิงได้ ...แม้แต่หลวงพี่เองยังต้องเดินทางไปบวชที่ศรีลังกา ถ้าเมืองไทยเราสามารถบวชผู้หญิงให้เป็นภิกษุณีได้ เมื่อนั้นเราคงผลิตนักบวชหญิงที่มีภูมิธรรมให้เกิดขึ้นอีกมากมายหลายรูปทีเดียว น่าเสียดาย” …
นั่นเป็นสิ่งที่ผู้เขียนเดาว่าท่านต้องการจะสื่อสารกับเรา...



