
ผลการเอ็กซเรย์ปอด'หลวงพ่อคูณ'ดีขึ้น
คณะแพทย์นำเครื่องสั่นปอด มาสวมใส่ให้หลวงพ่อคูณ หลังผลการเอ็กซเรย์ปอด ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
21 ก.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจำวัดพักรักษาตัวที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยอาการอาพาธด้วยโรคหลอดลมอักเสบ และต่อมามีอาการแทรกซ้อนปอดอักเสบจนขณะแพทย์ต้องทำการเจาะน้ำออกจากปอดและยังคงพักรักษาอาการอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมานั้น
ล่าสุดเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่พยาบาลและลูกศิษย์ที่ดูแลหลวงพ่อคูณ ได้นำเครื่องเขย่าปอด หรือ เครื่องสั่นปอด นำมาสวมใส่ให้แก่หลวงพ่อคูณ หลังจากที่ผลการตรวจของการเอ็กซเรย์ปอดของหลวงพ่อคูณพบว่า ระดับน้ำภายในปอดของหลวงพ่อคูณลดลงและเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อีกทั้ง อาการอักเสบของปอดก็ดีขึ้นจนเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติเช่นกัน ดังนั้นทางคณะแพทย์จึงได้นำเครื่องเขย่าปอด หรือ เครื่องสั่นปอด มาช่วยในการรักษาปอด เนื่องจากเครื่องดังกล่าวมีคุณสมบัติในการช่วยในเรื่องของระบายเสมหะรวมทั้งระบายของเสียออกจากปอด
ด้านนายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ เปิดเผยว่า อาการของหลวงพ่อคูดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รู้สึกตัวดี รับเรื่องราวต่างๆได้ดี ซึ่งหลังจากที่คณะแพทย์ได้สั่งหยุดยาปฏิชีวนะที่ให้ผ่านทางหลอดเลือดดำเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากหลวงพ่อคูณรับยาปฏิชีวนะที่ให้ผ่านทางหลอดเลือดดำ ครบ 14 วัน แล้วนั้น คณะแพทย์ยังไม่พบว่า หลวงพ่อคูณยังมีอาการแทรกซ้อนใดๆขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปอด และเรื่องของการมีไข้แสดงให้เห็น โดยในช่วงเช้าวัดอุณหภูมิร่างกายของหลวงพ่อคูณวัดได้ 36 องศาเซลเซียส อีกทั้งอาการอ่อนเพลียของหลวงพ่อคูณก็ดีข้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งผลการเอ็กซเรย์ปอดของหลวงพ่อคูณก็ดีขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นระน้ำในปอดและอาการอักเสบของปอด ก็เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
"ส่วนที่คณะแพทย์ได้นำเครื่องเขย่าหรือเครื่องสั่นปอดมาสวมใส่ให้หลวงพ่อคูณนั้น เนื่องจากปกติคณะแพทย์ก็จะให้เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทำการตบปอดเพื่อเอาเสมหะออกอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้หลวงพ่อคูณดูอ่อนแรงอีกทั้งอายุของหลวงพ่อคูณก็มากแล้ว ดังนั้นคณะแพทย์จึงคิดว่าการนำเครื่องเขย่าหรือเครื่องสั่นปอด นำมาใช้กับหลวงพ่อคูณก็จะได้ผลดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามคณะแพทย์ก็ยังคงที่จะต้องเฝ้าดูอาการของหลวงพ่อคูณอย่างใกล้ชิดเนื่องจากต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนต่างๆที่อาจจะตามมาหลังหยุดยาปฏิชีวนะไป ส่วนหลวงพ่อคูณจะกลับวัดบ้านไร่ได้เมื่อไรนั้นตนคิดว่าจะต้องรอดูอาการของหลวงพ่อคูณต่อย่างน้อยอีก 1 สัปดาห์ คณะแพทย์จึงจะทำการประเมินร่างกายของหลวงพ่อคูณอีกครั้งหนึ่ง" นายแพทย์พินิศจัย กล่าว



