พระเครื่อง

'นายเงี๊ยบ'ในวันที่...มีพระดีทำให้ขายดี

'นายเงี๊ยบ'ในวันที่...มีพระดีทำให้ขายดี

21 ก.ค. 2555

'นายเงี๊ยบ'ในวันที่...มีพระดี ใช้ของดี ทำให้ขายดี : สรณะคนดัง เรื่อง / ภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู

               “ลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ” เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่ดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า ๔๐ ปี โดยมีนายสมชาติ สาลีพัฒนา หรือที่รู้จักกันคือ “นายเงี๊ยบ” เป็นเจ้าของ ผู้ซึ่งมีความละเอียดอ่อนใส่ใจคุณภาพทุกขั้นตอนในเรื่องการปรุงแต่งอาหาร ลูกชิ้นทำเอง ใส่ใจทุกขั้นตอน นอกจาก?จะ?โด่งดัง?ใน?ด้าน?ความ?อร่อยเหาะ?ระดับ?เซียน?หลาย?สำนัก?ยกนิ้ว?ให้?ความ?ใจบุญ?ของ?เฮีย?เงี๊ยบ?ยัง?โดด?เด่น?เป็น?ที่?ประจักษ์?ของ?ลูกค้า?ขาประจำ
 
               ทุกวันที่ ๕ ธันวาคม ของทุกๆ ปี นายเงี๊ยบจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปกินก๋วยเตี๋ยวฟรี ตั้งแต่เวลา ๐๙.๑๙ น. ที่สาขาพุทธมณฑล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้ทำมา ๑๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๐ อันเป็นปีเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา จากคำสอนของก๋งที่อพยพมาจากเมืองจีน ให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย ที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ขณะเดียวกันก็จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาให้มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย รวมทั้งไถ่ชีวิตโค-กระบือด้วย
 
               สำหรับความเป็นมาของโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือนั้น นายเงี๊ยบ บอกว่า ครั้งแรกปล่อย ๑๒ ตัว จากนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมแล้วไถ่ชีวิตโคกระบือไปหลายร้อยตัว โดยได้แบบจากหลวงตาจันทร์ เมื่อสมัยท่านเป็นพระได้จัดงานไถ่ชีวิตโคกระบือ ทั้งวันแม่ และ วันพ่อ โครงการณ์นี้ได้บุญ ๒ ต่อ คือ ต่อแรก คือ ได้ต่อชีวิตโคกระบือ ส่วนต่อที่สอง คือ ได้สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างอนาคตให้เกษตรกร คนที่มากินก๋วยเตี๋ยวทุกๆ ชาม ท่านมีส่วนในการทำบุญด้วย ทุกๆ ครั้งผมจะอธิษฐานให้บุญนั้นถึงลูกค้าด้วย เพราะลูกค้าถือว่าเป็นบุคคลที่มีพระคุณอย่างยิ่งที่ทำให้เรามีกินมีใช้
 
               นายเงี๊ยบบอกด้วยว่า จากพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อพสกนิกรชาวไทย ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ปฏิบัติตนอย่างมีความสุข โดยให้รู้จัก (ประมาณ) ตน รู้จักอยู่ รู้จักกิน ทำให้สร้างเม็ดเงินพอกพูนจากรายได้เดิมขึ้นมาอย่างพอเพียง เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ ธันวาคม จะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวให้กินฟรีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยก๋วยเตี๋ยวทุกชามจะอยู่ในคุณภาพเดียวกันกับที่ทำขายในวันธรรมดา
 
               เมื่อถามว่า “มีพระดีอะไรถึงทำให้ขายดี?” นายเงี๊ยบบอกว่า ที่ร้านมีพระดี ใช้ของดี ทำให้ขายดีทุกวัน พระดีไม่ต้องไปหาที่ไหน โดยจะคิดอยู่เสมอว่าพระที่มาฉันก๋วยเตี๋ยวที่ร้านล้วนเป็นพระดีทุกรูป ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดร้านวันแรกมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อมีพระมาฉันก๋วยเตี๋ยวที่ร้านจะถวายให้ท่านฉันฟรี เก็บเงินเฉพาะญาติโยมที่ติดตามท่านเท่านั้น หากท่านมากับคนขับรถก็จะไม่เก็บเงินเลย ทั้งนี้ เพราะพระแต่ละรูปสวดให้หลังจากฉันเสร็จถือว่าเป็นสุดยอดแห่งของดี เพราะไม่อาจล่วงรู้เลยว่า พระธรรมดา หรือเณรน้อยรูปหนึ่งรูปใดที่เห็นในวันนี้ วันข้างหน้าท่านอาจจะเป็นพระเกจิ หรือเป็นพระอรหันต์ก็เป็นไปได้ ในจำนวนหลายร้อยหลายพันรูปต้องมีสักรูปเป็นแน่
 
               อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายเงี๊ยบยอมรับว่า ไม่เคยเชื่อเรื่องหมอดูเลยสักครั้งเดียว โดยเมื่อสมัยยังเป็นวันรุ่นมีพระรูปหนึ่งของวัดชนะสงครามเคยทำนายว่า ถ้าเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวแล้วจะรวย ยิ่งกู้เงินมากก็จะมีเงินมากตาม ในครั้งนั้นอดขำอยู่ในใจไม่ได้ เพราะไม่มีวี่แววว่าจะเป็นคนมีเงิน แต่หลังจากเปิดร้านได้ระยะหนึ่งก็เริ่มจะเป็นไปตามคำทำนายของพระรูปดังกล่าวจริงๆ
 
               "ผมมีความเชื่อว่าการดูหมอนั้นไม่จำเป็นต้องเชื่อทั้งหมด แต่สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงมือทำอะไรได้ เพื่อจะไม่ได้หลงทางไปไกล สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องยืนยันว่าคำทำนายขอหมอสามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจลงทุน คือ ธุรกิจขนาดใหญ่ระดับประเทศ แม้ว่าจะมีบุคลากรที่เก่ง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย จะจ้างคนเก่งจบจากที่ไหนก็ได้ ล้วนมีหมอดูเป็นที่ปรึกษาทั้งสิ้น บริษัทเขาจึงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงจะตกต่ำก็ไม่ตกต่ำสุด ผมไม่อยากใช้คำพูดว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่อยากใช้กับว่า เชื่อไว้ไม่เสียหายไม่เชื่อสิจะเสียหลาย" นายเงี๊ยบกล่าว
 
               พร้อมกันนี้ นายเงี๊ยบ พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "การทำบุญให้กับพระรูปหนึ่งรูปใด หรือวัดหนึ่งวัดใด อย่าโหมทุ่มทำบุญจนสุดตัว ค่อยๆ ทำที่ละเล็กละน้อย เพื่อดูพฤติกรรมของพระว่าท่านเอาเงินเราไปสร้างวัด หรือพัฒนาวัดหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง อาชีพขายของผมขออย่างเดียว คือ ทุกวันขอให้เจอแต่ลูกค้าดีๆ เพราะเมื่อเราเจอคนดีๆ เราก็ทำงานสบาย หากเจอคนไม่ดีชีวิตการทำงานก็ไม่มีความสุข อาชีพอื่นก็เช่นกัน"

 

พลังศรัทธาพระ ๓ รูป

 
               นายเงี๊ยบ บอกว่า เมื่อ ๒๐ ปีก่อน ได้ติดตามไปช่วยงานหลวงตาจันทร์ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าชัยรังสี จ.สมุทรสาคร อยู่เป็นเวลาหลายปี ท่านเป็นพระที่โด่งดังและมีเมตตามาก ชนิดที่เรียกว่า "คำพูดของท่านศักดิ์มาก และเป็นพระที่ให้หวยแม่นมากรูปหนึ่ง ชนิดที่เรียกว่าหวยหลวงตาจันทร์เจ้ามือไม่รับแทง" จนมีคำพูดว่า “มีแค่เสาไฟกับหมาเท่านั้นไม่ถูกหวยหลวงจัน” ทุกวันนี้แม้ว่าท่านจะสึกจากพระมากว่า ๑๐ ปี แต่ความศรัทธาในตัวท่านยังเหมือนเดิม ยังเดินทางไปร่วมสร้างบุญกับท่านเสมอๆ คำพูดหนึ่งที่ท่านมักสอนเสมอๆ คือ “เมื่อยามมีทั้งเงินทองและบารมี จงหมั่นบริจาคทาน หมั่นสร้างความดี เพราะชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน เมื่อยามตกต่ำจะมีนคอยช่วยเหลือ” ซึ่งทุกวันนี้แม้ว่าจะถูกจับสึกแต่ศิษย์จำนวนหนึ่งยังศรัทธาหลวงตาจันทร์อยู่
 
               ส่วนพลังศรัทธาที่มีต่อครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นายเงี๊ยบ บอกว่า แม้ท่านจะเป็นพระหนุ่ม อายุไม่มาก แต่ท่านก็เป็นพระมีจริยวัตรงดงาม สามารถกราบได้อย่างสนิทใจ ท่านจะชี้แนะเรื่องการทำมาหากินเสมอ แม้ว่าท่านจะอยู่ไกลถึงเชียงราย แต่ก็ต้องขึ้นไปกราบไหว้ขอพรท่านอย่างน้อยปีละครั้ง ขณะเดียวกันเมื่อท่านมารับกิจนิมนต์ที่กรุงเทพฯ ก็จะนิมนต์ท่านมาฉันก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน โดยเฉพาะวันพ่อแห่งชาติจะนิมนต์ท่านมางานทุกๆ ปี
 
               สำหรับความศรัทธาที่มีต่อพระครูปลัดอุเทน สิริสาโร หรือพระอาจารย์อุเทน เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาครนั้น นายเงี๊ยบ บอกว่า แรกๆ ก็รู้สึกท่านพบอยาก แต่เมื่อไปพบทำให้เข้าใจว่าที่พบยากเพราะท่านมีลูกศิษย์มาหามาก จากการได้สัมผัสท่านเป็นพระที่มีเมตตา เป็นพระผู้ให้ เงินทองที่ญาติโยมถวายท่านเอาไปสร้างและพัฒนาวัดโดยไม่ได้เอาไปใช้ส่วนตัว ท่านไม่เคยจับเงินเลยสักครั้งเดียว ใครจะทำบุญท่านก็ให้ใส่ตู้ ท่านไม่เคยเรียกค่าดูหมอสุดแล้วแต่ใครจะศรัทธาบุญ 

"}])