
พุทธมณฑลอยุธยาสัปปายะของผู้แสวงหา
พุทธมณฑลอยุธยาสัปปายะของผู้แสวงหาแห่งกรุงเก่า : เยือนถิ่นเรือนธรรม โดยพาบุญมา
วัดสุทธาวาสวิปัสสนา ตั้งอยู่ในเขต ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแห่งที่ ๑๓ และที่สำคัญเป็น คือ พุทธมณฑลประจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังเป็น หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลอีกด้วย ทั้งนี้ในแต่ละปีทางวัดจัดให้มีกิจกรรมน้อมถวายเป็นพระราชกุศลอยู่ตลอด พิธีถวายพระพรชัยมงคล-วางพานพุ่มสักการะ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ( วันพ่อแห่งชาติ) และวันที่ ๑๒ สิงหาคม( วันแม่แห่งชาติ) เป็นประจำมาทุกปี โดยมีข้าราชการ -ทหาร-ตำรวจ/ พ่อค้า-ประชาชน ตลอดจนถึงเยาวชนทั่วไป มาร่วมพิธีเสมอ
นับตั้งแต่พระครูธรรมธรสมรักษ์ อนาลโย หรือที่รู้จักกันในนามหลวงพ่อรักษ์ เจ้าอาวาส เจ้าสำนักปฏิบัติธรรม ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น มาบัดนี้ทางวัดได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มไว้เป็นสถานที่ใช้ในการจัดกิจกรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันรวมมีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๒๒ ไร่ ๒ งาน ๙๖ ตารางวา
ปัจจุบันนี้ท่านใดที่มีโอกาสได้ไป วัดสุทธาวาส วิปัสสนา สถานที่ๆเป็นพุทธมณฑลจังหวัดอยุธยา ท่านทั้งหลายจะเห็นเป็นรูปธรรมได้ว่า หลวงพ่อรักษ์ ท่านสามารถสร้างพุทธมณพลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม เจริญ สมถะกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านการปลูกสวนป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในปีมหามงคลนี้ด้วย
หลวงพ่อรักษ์มีความตั้งใจสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนจิตใจ ร่มรื่นมีความสงบ และเป็นที่สัปปายะเหมาะสมกับการปฏิบัติธรรมของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนา และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้แก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา มากมาย ในด้านของ ต้นไม้พรรณต่างๆ ที่มาอายุเป็นหลายร้อยปี
นอกจากอบรมเผยแผ่กรรมฐาน ตลอดกว่า ๑๐ ปี หลวงพ่อรักษ์ยังได้จัดให้มีการเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแค่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกวันอาทิตย์ และจัดกิจกรรม ถือศีล ๘ ปฏิบัติธรรม สอนสมถะกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐานให้แก่ประชาชนชาวไทย รวมทั้งชาวต่างชาติ ตลอดทุกเดือนทั้งปี โดยทางวัดได้จัดเป็นตารางกิจกรรมเดือนละ ๓ วัน ส่วนในช่วงกลางเดือนของแต่ละเดือนก็จะมีการจัดกิจกรรม เข้าค่ายธรรมมะ โครงการ “ครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรม” ของหน่วยงานข้าราชการ-นิสิตนักศึกษา-เด็กนักเรียนเป็นต้น
ในการนี้วัดไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น จัดเพื่อสนองงานคณะสงฆ์ในด้านอบรม ธรรมะ สอนปฏิบัติธรรม เผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานโดยตรง และเพื่อการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาด้วยให้คำว่า “วิปัสสนากรรมฐาน” นั้นอยู่คู่โลกตลอดไป โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีสาธุชนมาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ปีละไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ คน และในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้รับพิจารณาแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคม ให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แห่งที่ ๑๓
สำหรับตารางการปฏิบัติธรรมของ พ.ศ.๒๕๕๕ ของแต่ละเดือน คือ เดือนกรกฎาคม ระหว่งวันที่ ๒๗-๒๙ เดือนสิงหาคม ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๖ เดือนกันยายน ระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ เดือนตุลาคม ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๘ เดือนพฤศจิกายน ระหว่างวันที ๒๓-๒๕ และธันวาคม ๒๙-๓๑
อย่างไรก็ตามในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมาสัมพุทธเจ้า ขอเชิญสาธุชนทั้งหลาย ร่วมงานถือศีลปฏิบัติธรรม นุ่งขาว ห่มขาว รุ่นที่ ๑๐๙ (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ติดต่อสอบถามรายละเอียดที่วัดสุทธาวาสวิปัสสนา โทร.๐-๓๕๓๗๙-๙๗๗ และ ๐๘-๑๑๙๐-๕๗๕๗
ประโยชน์ของการฝึกเดินธาตุกรรมฐาน
หลวงพ่อรักษ์ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการฝึกฝนวิชาธาตุว่า ในตำราเดินธาตุได้บอกเอาไว้ว่า ถ้าเจริญธาตุได้เป็นประจำทุกวันจะบังเกิดผลมิให้เกิดการป่วยไข้และมีอานิสงส์อีกมากมาย ท่านจึงได้ยึดถือปฏิบัติมาอย่างเคร่งครัดไม่เคยขาด คือทุกวันทั้ง เช้า-เย็น จะต้องชุมนุมธาตุ ตั้งธาตุ บริกรรมภาวนาอาการ ๓๒ และใช้คาถาธาตุครอบเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนหาย ผลที่เกิดขึ้นย่อมรู้ได้ด้วยตัวเองเพราะเป็นปัจจัตตัง แต่เรื่องที่สามารถยืนยันได้ก็คือ เป็นผลดีต่อสุขภาพกายและใจอย่างแน่นอน เพราะปีหนึ่งจะไปโรงพยาบาลเพียงแค่ครั้งเดียว คือไปตรวจสุขภาพ (ไม่ได้เจ็บป่วย)
อย่างไรก็ตาม ท่านไม่ได้หมายความว่าบุคคลจะล่วงพ้นอำนาจของกรรมไปได้ เมื่อถึงคราวเจ็บป่วย ท่านยังได้อธิบายในแง่พุทธศาสตร์ด้วยว่า คนเราควรจะคำนึงถึงหลักธรรมชาติบำบัด คือ กรรม จิต อุตุ และอาหาร อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต
สำหรับเรื่องการฝึกฝนวิชาเดินธาตุนี้ ในแง่ของพุทธศาสตร์ท่านเห็นว่า เป็นความรู้จริงที่เปิดเผยได้เป็นสากล ซึ่งคนเราทุกคนสามารถจะฝึกฝนและเข้าถึงกันได้ทุกคน แม้จะศึกษาเอง ฝึกเองก็ย่อมได้รับอานิสงส์เช่นกัน ส่วนในแง่ของไสยศาสตร์นั้น ท่านบอกถึงเคล็ดลับที่ปฏิบัติตามพิธีกรรมแต่โบราณมา คือก่อนจะฝึกเดินธาตุนั้น ท่านจะอาบ “น้ำมนต์ธรณีสาร” ก่อน เพื่อล้างอาถรรพณ์หรือสิ่งไม่ดีอันอาจจะมีตกค้างอยู่ในตัวตนออกไป ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัวนั้น ท่านบอกว่าการบูชาครูเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่ง โดยผู้ที่คิดจะฝึกเองนั้น ขอแนะนำให้นำตำราที่เราศึกษาไปวางไว้บนพานหน้าหิ้งพระ ระลึกถึงคุณพระครูบาอาจารย์และกล่าวคำขออนุญาตท่านก่อน



