
พระร่วงยืนกรุหน้าพระธาตุเมืองชลบุรี
พระร่วงยืน กรุหน้าพระธาตุ เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง จ.ชลบุรี : สาระสังเขปพระเนื้อชิน โดยชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ
ที่ผ่านมามีการสำรวจพบหลักฐานแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี ถึงประมาณ ๑๐๐ กว่าแหล่ง ราว ๓๐ แหล่งอยู่ในภาคอีสาน อีก ๗๐ แหล่งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตามลำน้ำเจ้าพระยา และภาคตะวันออก ส่วนที่เหลืออยู่ในเขตภาคเหนือ ๒-๓ แหล่ง
สถานที่ตั้งส่วนมากพบเป็นเมืองต่างๆ บริเวณที่ราบลุ่มใกล้ลำน้ำสำคัญ ติดต่อซึ่งกันและกันได้ง่าย เริ่มจากบริเวณเมืองท่าใกล้ชายฝั่งทะเล ตามเส้นทางการค้าในสมัยโบราณ แบ่งเป็นกลุ่มตามลุ่มน้ำ ดังนี้
ลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน เช่น เมืองนครชัยศรี เมืองกำแพงแสน ของ จ.นครปฐม, เมืองอู่ทอง ของ จ.สุพรรณบุรี, เมืองคูบัว ของ จ.ราชบุรี และเมืองพงตึก ของ จ.กาญจนบุรี
ลุ่มน้ำลพบุรี-ป่าสัก เช่น เมืองขีดขิน เมืองซับจำปา เมืองลพบุรี ของ จ.ลพบุรี, เมืองอู่ตะเภา ของ จ.สระบุรี, เมืองศรีเทพ ของ จ.เพชรบูรณ์ และเมืองจันเสน ของ จ.นครสวรรค์
ลุ่มน้ำบางปะกง เช่น เมืองดงละคร ของ จ.นครนายก, เมืองศรีมโหสถ ของ จ.ปราจีนบุรี และเมืองพญาแร่ เมืองศรีพะโล เมืองพระรถ ของ จ.ชลบุรี
เมืองโบราณ ของ จ.นครปฐม มีการขุดพบพระในยุคทวารวดีได้จากบริเวณ วัดกลาง ซึ่งเป็นวัดร้าง ถือว่าเป็นพระกรุเก่าที่สำคัญของเมืองนครปฐม ที่วงการพระเครื่องให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวาง ที่เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง คือ พระร่วงยืน และ พระร่วงนั่งข้างรัศมี กรุวัดกลาง
ในส่วนเมืองโบราณของ จ.ชลบุรี จากหลักฐานทางโบราณคดีมีซากเมืองโบราณ ๓ แห่ง คือ เมืองพญาแร่ (ต.บ่อทอง อ.พนัสนิคม) เมืองศรีพะโล (ต.หนองไม้แดง อ.เมือง) และเมืองพระรถ (ต.พนัสนิคม อ.พนัสนิคม) ทำให้เชื่อว่า ชลบุรีเป็นชุมชนโบราณและเจริญร่วมสมัยกับอาณาจักรทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ และเจริญสืบเนื่องมาจนถึงสมัยลพบุรี ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘
โบราณวัตถุขนาดใหญ่ที่ขุดพบ ได้แก่ แท่นพระพุทธรูป ทำด้วยหินขนาดใหญ่ พระพุทธรูป แบบทวารวดีปางนาคปรก เครื่องปั้นดินเผา ชิ้นส่วนของเทวรูปพระนารายณ์ หินบดยา กังสดาล ส่วนโบราณวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่พบได้แก่ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์แบบลพบุรี, พระพุทธรูปศิลาแบบทวารวดี เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนเหนือตัวพนัสบดี พระพุทธรูปองค์นี้ชาวบ้านพบที่คูเมืองด้านใต้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียกกันว่า พระพนัสบดี เป็นสัญลักษณ์ของ อ.พนัสนิคม
พนัสบดี เป็นสัตว์ที่รวมส่วนผสมของสัตว์พาหนะของเทพเจ้าทั้งสามในศาสนาพราหมณ์ มีส่วนผสมของครุฑ หงส์ และโค คือมีปากเป็นครุฑ มีเขาเป็นโค และมีปีกคล้ายหงส์
เมืองพระรถ อยู่ที่ จ.ชลบุรี ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม อยู่ห่างจากตัว อ.พนัสนิคม มาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๑ กิโลเมตร ไปทางถนนพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ตัดทับส่วนหนึ่งของกำแพงและคูเมืองด้านทิศตะวันออก จากโบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบ
เมืองพระรถ จัดว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่สมัยทวารวดี ตั้งอยู่ระหว่างที่สูงและที่ลุ่มมาบรรจบกัน บริเวณรอบเมืองเป็นพื้นที่เหมาะแก่การเกษตรแบบทดน้ำ เพราะมีลำน้ำไหลผ่านหลายสาย ลำน้ำที่ไหลผ่านเข้ามาในเขตเมือง ได้แก่ คลองหลวง, คลองพานทอง, คลองสระกลาง สำหรับคลองสระกลางไหลมาทางด้านทิศใต้ ผ่านตัว อ.พนัสนิคม และวัดเกาะแก้ว มายังคูเมืองพระรถด้านตะวันออกเรียกว่า คลองเมือง ดังนั้นเมืองนี้จึงมีสภาพเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมท้องถิ่น เพราะมีลำน้ำต่างๆ เชื่อมต่อกับชุมชนร่วมสมัยอื่นๆ เช่น เมืองศรีมโหสถ ของ จ.ปราจีนบุรี
เมืองโบราณดังกล่าวไม่มีหลักฐานแน่ชัดถึงการเสื่อมสลายเป็นเมืองร้าง ปัจจุบันมีเพียงแต่ร่องรอยของเส้นทางเดินทางจากเมืองศรีพะโล ไปเมืองพระรถ เรียกว่า ถนนพระรถ ถนนนี้ผ่านต่อไปจนถึงชุมชนโบราณศรีมโหสถ (ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ในปัจจุบัน) เรียกว่าถนนขอม
จ.ชลบุรี โดยเฉพาะที่ อ.พนัสนิคม ต.หน้าพระธาตุ ที่เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองพระรถ เคยเป็นที่ชุมชนเก่าในสมัยทวารวดีจนมาถึงยุคสมัยขอม จึงทำให้ปรากฏมีพระที่แตกกรุออกมาเป็นพระยุคสมัยที่สูงเป็นที่น่าสนใจเป็นอันมาก เป็นพระที่มีชื่อเสียงของ อ.พนัสนิคม และมีความนิยมในวงการพระมาก จัดว่าหาได้ยาก มีชื่อเรียกขานว่า พระร่วงยืน กรุหน้าพระธาตุ
พระร่วงยืน กรุหน้าพระธาตุ เป็นพระที่สร้างด้วยเนื้อชินตะกั่ว ศิลปะขอมยุคต้น มีการขุดพบพระพิมพ์นี้ได้จำนวนหนึ่งไม่มากนัก เป็นพระพิมพ์ยืนอายุร่วม ๑,๐๐๐ ปี แต่พระกลับมีเนื้อชินตะกั่วที่มีสนิมไม่แดงมาก เนื้อหาของพระกรุนี้กลับมีสีออกทางสีเทาดำให้เห็นเด่นชัดมากกว่าสีแดง องค์พระมีดินขี้กรุพร้อมไขที่หนา ชนิดสีเหลืองเข้มเก่าๆ เกาะสนิทแนบแน่นเต็มหนาทั่วไปทั้ง ๒ ด้านขององค์พระ ส่วนบริเวณด้านหลังพระจะเห็นบริเวณขอบด้านข้างทั้งหมดนูนสูงกว่าตรงกลางและด้านใน สาเหตุเพราะเนื้อพระตรงกลางมีการหดตัวยุบลงไป ขณะเย็นลงเมื่อคลายความร้อน
พระร่วงยืน กรุหน้าพระธาตุ เป็นพระเครื่องในรูปแบบพิมพ์ พระร่วงยืน ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเหมือนกับพิมพ์พระร่วงยืนของเมืองอื่นๆ แต่กลับมีขนาดกะทัดรัด ประมาณนิ้วก้อย น้ำหนักเหมาะพอดีที่จะใช้แขวนบูชาติดตัว คือ มีขนาดกว้าง ๑.๕ ซม. สูง ๕ ซม. พระทั้งหมดเทหล่อออกมาไม่คมชัดเท่าที่ควร จะเห็นพระพักตร์แบบรางเลือน ปรากฏพระมงกุฎทรงสูงที่พระเศียรด้านบน พระหัตถ์ซ้ายทอดลงแนบพระวรกาย พระหัตถ์ขวาทรงยกขึ้นในระดับพระอุระ มีสังฆาฏิหนานูนที่พับพาดจากบนบ่าซ้ายลงมาสวยงาม
บริเวณบั้นพระองค์ (เอว) มีสายรัดประคด (เครื่องคาด) ที่ตรงกลางมี หัวพระปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) แบบที่นิยมใช้แต่โบราณกาล นูนสูงออกมาเป็นจุดเด่นให้องค์พระที่ยืนแลดูเด่นสง่าสมพระบารมี
พระร่วงยืน กรุหน้าพระธาตุ ราคาพระแท้ที่เช่าหามีค่าเรือนแสนมานานแล้ว คนพื้นที่หวงนักหวงหนา ให้ราคาสูงถึง ๒ เท่าแล้ว ยังไม่ยอมปล่อยต่อให้บูชา หวงแหนเก็บไว้ป้องกันตัว เพราะเห็นคุณค่าในการที่เป็นพระยุคทวารวดี มีคุณค่าทางโบราณคดี อีกทั้งยังขึ้นชื่อลือชาทางด้านคงกระพัน เหนียว ส่วนเรื่องแคล้วคลาดนั้น เป็นที่ยอมรับว่ามาเป็นที่ ๑ ของ จ.ชลบุรี เมืองของนักบู๊เลือดน้ำเค็ม ที่เวลามีเสียงปืนดังลั่น มักจะเป็นชุดใหญ่ๆ มาตลอดนี่เอง



