
เงินงอกงามธรรมงอกเงย(จบ)
เงินงอกงามธรรมงอกเงย(จบ) : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี
เมื่อไม่นานมานี้ นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ ขอทานเศรษฐีแห่งวัดไร่ขิง ก็บริจาคเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท คืนให้แก่วัดไร่ขิง ที่ตนได้อาศัยขอทานมาตลอดชีวิต ด้วยการให้เหตุผลว่า ตนได้รับมามากพอแล้ว ควรจะคืนสิ่งดีๆ ให้กับวัดบ้าง คุณปู่เอี่ยม กลายเป็นคนดังที่ได้รับการยกย่องให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่อเนื่องยาวนานกว่าสองอาทิตย์และมีคนสรรเสริญไปทั่วประเทศ
นี่คือตัวอย่างว่า หากคนทั่วไปมองเงินว่าเป็นเพียง “ปัจจัย” เครื่องอาศัยของชีวิต ไม่ยึดติดถือมันว่าเงินเป็น “พระเจ้า” หรือ “สรณะที่พึ่งอันสูงสุด” เขาก็จะสามารถใช้เงินนั้นสร้างสรรค์ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ได้อย่างมหาศาลเพียงไร จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นเรื่องสร้างสรรค์แท้ๆ โดยมีนัยอย่างที่กล่าวมานี้เอง
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคนส่วนใหญ่ในโลก รู้จักหา รู้เก็บ รู้จักใช้ รู้จักให้ โดยถือว่า เงินเป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งแก่ตนและแก่คนอื่น โลกของเราจะน่าอยู่เพียงไร
วลี “เงินงอกงาม เพื่อธรรมงอกเงย” ที่เจ้าหน้าที่สถาบันวิมุติยาลัย ได้นำไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค มีความเห็นต่าง และเห็นด้วยมากมาย ในส่วนของความเห็นต่างนั้น ผู้เขียนเห็นว่า มีบางคนเข้าใจข้อความที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อสารออกไปในทางที่ผิดและนำไปพูดจาให้เจตนารมณ์ที่แท้ของข้อความนั้นเบี่ยงเบนออกไปไกล ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของวลีที่ยกมาอ้าง ทั้งไม่ใช่จุดมุ่งหมายในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของผู้เขียนเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่า จะตีความเลยเถิดและเข้าใจผิดกันออกไปมาก ผู้เขียนจึงขออถือโอกาสนี้ชี้แจง ทำความเข้าใจให้ตรงกันไว้ ก่อนที่เจตนารมณ์ที่ดี จะถูกเข้าใจผิดและบิดผันให้กลายเป็นเรื่องเสียหายอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่รักและสนุกกับการชอบให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผู้เขียนขอมอบหลักกาลามสูตร อันเป็นการวาง “ท่าทีทางปัญญา” ต่อการเสพข้อมูลข่าวสารในยุคไอที ไว้ให้พิจารณา ดังต่อไปนี้
๑.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามๆ กันมา
๒.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา
๓.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือต่อๆ กันมา
๔.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา
๕.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการใช้ตรรกศาสตร์
๖.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอนุมาน
๗.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
๘.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการมองว่า เข้ากันได้กับความเชื่อของตน
๙.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการมองว่า โดยรูปลักษณ์น่าจะเป็นไปได้
๑๐.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการนับถือว่า สมณะนี้เป็นครูของเรา
ต่อเมื่อใดก็ตาม รู้ เข้าใจ ด้วยตนเองว่า ธรรม (เรื่อง) เหล่านั้น เป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้น จึงควรละ หรือปฏิบัติตามนั้น (องฺ.ติก.๒๐/๕๐๕/๒๔๑)



