พระเครื่อง

วจี'วิเชียร'บนสังเวียนผ้าใบมีพระเหนียว

วจี'วิเชียร'บนสังเวียนผ้าใบมีพระเหนียว

30 มิ.ย. 2555

นายวิเชียร สถานนท์ชัยจับวจี..."บนสังเวียนผ้าใบต้องใช้พระเหนียวเท่านั้น!" : สรณะคนดังเรื่อง / ภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู

              "คู่ปรับ" ของ "ค่ายมวยและนักมวย" คนจำนวนไม่น้อยคิดว่าต้องเป็น "ค่ายมวยและนักมวยจากค่ายอื่น" แต่ในความเป็นจริงแล้ว "คู่ปรับตลอดกาลของค่ายมวยและนักมวย คือ กรรมการตัดสิน"
 
               ด้วยเหตุผลข้างต้นถึงกับทำให้ นายวิเชียร สถานนท์ชัย อดีตกรรมการมวยไทยชื่อดัง เจ้าของฉายา “มิสเตอร์เกาหลี” ประกาศบอกลูกหลาน รวมทั้งคนที่รู้จักโดยไม่ลังเลใจเลยว่า "ชาตินี้ถ้ามีลูกหลานขออย่าได้เป็นกรรมการห้ามมวยบนเวทีอย่างเด็ดขาด เพราะมีแต่เสียกับเสียเท่านั้น รวมทั้งกรรมการตัดสินฟุตบอลด้วย บนเวทีและในสนามใหญ่สุด แต่หลังจากนั้นต้องเอาตัวและชีวิตให้รอด"
 
               "อาทิตย์หนึ่งทำงานเป็นกรรมตัดสินมวย ๔ วัน ซึ่งตลอดทั้ง ๔ วันนี้จะไม่มีความสุข อาทิตย์หนึ่งมีความสุขเพียง ๓ วันเท่านั้น อังคาร ศุกร์ เสาร์ เมื่อพ้นจากการเป็นกรรมการตัดสินมวยมากกว่า ๑๐ ปี ชีวิตมีความสุขมาก แม้ว่าเคยเป็นกรรมการห้ามมวย แต่ไม่ชอบดูมวย ยิ่งสมัยนี้มีการเดิมพันมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง หากกรรมการไม่เข้มแข็งและหนักแน่นพอ ในที่สุดก็จะอยู่ในอาณัติของค่ายมวย" นี่เป็นคำบอกเล่าของ "มิสเตอร์เกาหลี"
 
               พร้อมกันนี้ "มิสเตอร์เกาหลี" ยังบอกถึงเหตุผลที่ว่า กรรมการตัดสินมวยมีความเป็นธรรมขนาดไหนก็ไม่อาจทัดทานอารมณ์คนได้ ตัดสินมวยวันละ ๙ คู่ จะมีค่ายมวยอย่างน้อย ๙ ค่าย ที่ไม่ชอบขี้หน้าเรา โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกตัดสินให้แพ้ คำด่าจากเจ้าของค่ายมวยได้ยินจนชาชิน ด้วยเหตุนี้สิ่งหนึ่งที่กรรมการมวยขาดไม่ได้ คือ พระเครื่อง และที่สำคัญไปยิ่งว่า คือ บนสังเวียนผ้าใบต้องใช้พระเหนียวเท่านั้น ส่วนทุกวันนี้ใช้พระที่เน้นพุทธคุณเมตตามหานิยม
 
               ในอดีตและปัจจุบันกรรมการตัดสินมวยถือว่ามีค่ายมวยและนักมวยเกือบทุกค่าย "เป็นคู่ปรับตลอดกาล" โดนเตะ โดนต่อย โดนเอาของปาใส่หัวเป็นเรื่องธรรมดา เจ้าของค่ายไม่เท่าไร แต่ลิ่วล้อที่เดือดแค้นแทนเจ้านายสิน่ากลัว แต่มีอยู่ค่ายหนึ่งที่ตัดสินแล้วไม่ต้องกลัว คือ ค่ายของเฮียเหลา หรือ แคล้ว ธนิกุล อดีตนายกสมาคมมวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย แม้ว่าจะสนิทกัน แต่ไม่เคยเอ่ยปากขอการตัดสินมวยเลยสักคู่เดียว แพ้ชนะว่าไปตามรูปมวย แพ้ท่านไม่เคยต่อว่าสักครั้ง ถือว่าเป็นคนที่มีหัวใจนักกีฬาคนหนึ่งของวงการมวยไทยเลยทีเดียว
 
               ด้วยเหตุที่มีค่ายมวยเป็นคู่ปรับทุกค่าย ทำให้ "มิสเตอร์เกาหลี" ไปหาเช่าพระเครื่องที่มีพุทธคุณเน้นไปทางคงกระพันชาตรี และเหนียว คือ เช่าพระเพื่อใช้มากกว่าเช่าพระเพื่อเก็บ ส่วนใหญ่จะเช่าพระกรุเนื้อชิน เพราะมีพุทธคุณเด่นทางคงกระพันชาตรี และเหนียว ทั้งนี้จะเน้นพระกรุ จ.ลำพูน เพราะดูง่าย เล่นง่าย ส่วนการเช่าพระที่มากและแพงที่สุดน่าจะเป็นการแบ่งเช่าพระมาจาก ท่านเสถียร เสถียรสุต ผู้ชื่นชอบการสะสมพระเครื่อง พอๆ กับความสนใจในศิลปะมวยไทย จนถึงกับมีค่ายมวย (ส.เพลินจิต) เป็นของตัวเอง
 
               พร้อมกันนี้ "มิสเตอร์เกาหลี" ยังบอกด้วยว่า การเป็นกรรมการตัดสินมวยที่มีเดิมพันหลักล้าน ทำให้เกิดความย่ามใจในการเช่าพระ เพราะขนาดเป็นกรรมการยังทำได้ นับประสาอะไรกับการดูพระองค์เล็กๆ ส่วนใหญ่จะเช่าด้วยความสามารถด้วยตัวเองและด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของคำว่า โดน เรียกว่าโดนมานับครั้งไม่ถ้วน โดนมาเยอะแยะ แต่ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ โดนครั้งละไม่มาก จากนั้นก็มีความระวังมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่ช่วยได้เป็นอย่างดี คือ ช่วยกันดูหลายตาดีกว่าดูตาเดียว
 
               “ผมไม่คิดมากเรื่องโดน เพราะเขาไม่ได้หลอกเรา เราตาไม่ดีเองต่างหาก มิหนำซ้ำให้เงินเขาเอง พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณเขา แสดงว่าเขามีความสามารถที่จะเอาเงินจากเรา เราต่างหากที่ตาไม่ถึง ไม่มีความสามารถพอที่จะแยกแยะว่าพระองค์ไหนแท้ องค์ไหนปลอม ผมคิดเสมอว่า ผิดเป็นครู แต่การมีครูบ่อยๆ นักก็ไม่ดี” มิสเตอร์เกาหลี กล่าวทิ้งท้าย

"}])