
'หนึ่ง'ใน'น้อย'แต่'แน่น'ในศักยภาพ
'หนึ่ง'ใน'น้อย'แต่'แน่น'ในศักยภาพ : มองนอกดูใน โดยแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
"มองนอกดูใน" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้กล่าวถึงการประชุมเรื่อง ปรากฏการณ์ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเชิงพุทธในศตวรรษที่ ๒๑ ที่สาธารณรัฐเกาหลี และเกริ่นเกี่ยวกับการไปเยี่ยมเยียน วัดอุนมุน ของท่านภิกษุณี เมียว ซอง
ท่านเมียว ซอง เป็นนักบวชหญิงอาวุโสที่อบอุ่นและมีวินัยยิ่ง ท่านเมตตาดูแลทุกคนเหมือนแม่ไก่ปกป้องลูก เมื่อเดินทางไปถึง ภิกษุณีที่มาต้อนรับข้าพเจ้าได้ถ่ายทอดให้ฟังว่า หลังจากกลับจากการประชุมนานาชาติศากยธิดา ครั้งที่ ๑๒ ที่ เสถียรธรรมสถาน เมื่อปีที่แล้ว ท่านเมียวซองได้เล่าเรื่องของข้าพเจ้ากับเสถียรธรรมสถานให้ลูกศิษย์ฟังบ่อยๆ ด้วยว่าท่านประทับใจมาก และชื่นชมยกย่องที่ข้าพเจ้าเสียสละตนทำงานเรื่องการประชุมให้จบลงอย่างสำเร็จเรียบร้อย การสร้างความเขียวขจีให้เสถียรธรรมสถาน การเป็นผู้นำข่าวสารและถ่ายทอดแต่เรื่องดีๆ ถือว่าได้ทำหน้าที่ธรรมทูต รวมทั้งเป็นผู้มีความสามารถในการดึงศักยภาพอันหลากหลายของคนออกมารับใช้สังคมได้ ท่านจึงเชื้อเชิญข้าพเจ้าให้มาเยี่ยมเยือนวัดของท่าน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และเวลาแม้เพียงไม่นานที่ได้อยู่ในสังคมเล็กๆ ภายในวัดอุนมุน แต่ก็ทำให้ข้าพเจ้าซึมซับถึงคำว่า ‘ศักยภาพของผู้หญิง’ ได้อย่างชัดเจน
วิถีชีวิตของนักบวชวัดอุนมุนเริ่มขึ้นเมื่อเวลาตี ๓ พร้อมๆ กับเสียงเชิญกลองที่มีสมาธิยิ่งของนักเรียนที่ผลัดกันมาเชิญ ซึ่งถือเป็นเกียรติอันสูงส่งที่ได้เชิญกลอง และเป็นการฝึกซ้อมการทำสมาธิด้วย ตามด้วยการสวดมนต์ร่วมกันราวหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็เป็นช่วงพักให้ทำกิจส่วนตัว ๑ ชั่วโมง แล้วออกมาพิจารณาอาหารเช้าร่วมกัน หลังจากนั้นราว ๗ โมงเช้า ก็ช่วยกันดูแลสำนักด้วยการเก็บกวาดทำความสะอาด เสร็จแล้ว และใช้เวลาที่เหลือในช่วงเช้าอีก ๒ ชั่วโมงไปกับการเรียนอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ แล้วพิจารณาอาหารเที่ยงร่วมกัน ช่วงเย็นร่วมทำกิจกรรมของวัด (ชั้นปีที่ ๑ นักเรียนในชั้นจะไปเป็นผู้ช่วยในส่วนต่างๆ...ชั้นปีที่ ๒ รับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแล ปลูกผักสวนครัวต่างๆ ที่ใช้สำหรับบริโภค...ชั้นปีที่ ๓ รับผิดชอบการเข้าครัวทำอาหาร...และชั้นปีที่ ๔ จะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด) เหล่านี้คือวิถีชีวิตหลักของนักบวช
ฉะนั้น วิถีชีวิตของนักบวชที่นี่จะเรียบง่าย การพิจารณาอาหารก็เรียบง่ายมาก โดยปกติจะมีกับข้าวไม่เกิน ๓ อย่าง เช่น กิมจิ ผักดอง และข้าว กิน นอน เรียน อยู่ในที่เดียวกัน เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์ได้เต็มทุกพื้นที่ ชีวิตดำเนินไปอย่าง...ใช้น้อย...กินน้อย แต่ทำงานมาก และมีวิถีชีวิตที่มีวินัยที่เคร่งครัดมาก โดยเฉพาะสิ่งเล็กๆ ที่คนมักมองข้าม แต่สำหรับที่วัดอุนมุน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งในทัศนะของข้าพเจ้า สิ่งนั้นคือ วินัยในการตากผ้า ซึ่งไม่ว่าจะพักอยู่ในส่วนใดของวัด แต่จะมีที่ที่เตรียมไว้สำหรับตากผ้าที่ซักเพียงจุดเดียว โดยกั้นที่ไว้เรียบร้อย และสมาชิกทุกคนก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและสวยงาม และสิ่งหนึ่งที่สะดุดตามาก คือ ต้นสนขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านกว้างมากกว่าส่วนสูงของต้น เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า เป็นต้นสนเก่าแก่ที่สำคัญมาก อายุราว ๕๐๐ ปี ปลูกโดยพระอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพในสมัยนั้น สนต้นนี้ได้รับการดูแลอย่างดี และทุกปีจะมีพิธีรดน้ำโดยใช้น้ำนมข้าว
ระหว่างการเดินทางเมืองโยสุไปกรุงโซล เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ท่านเล็กเช่และภิกษุณีชาวเกาหลีที่ร่วมเดินทางได้แลกเปลี่ยนให้ข้าพเจ้าฟังว่า เมื่อราว ๓๐ ปีที่ผ่านมา เกาหลีเป็นประเทศที่อยู่ในภาวะค่อนข้างลำบาก เพราะในช่วงปี ค.ศ.๑๙๑๐-๑๙๔๕ ได้ถูกประเทศญี่ปุ่นเข้ายึดครอง ซึ่งการยึดครองในครั้งนั้นมีผลต่อพระพุทธศาสนาด้วย และหลังจากสงครามยุติลงแล้ว ศาสนาพุทธเองเริ่มเบ่งบาน เริ่มมีการทำนุบำรุงวัดเกิดขึ้น นักบวชเริ่มออกมาทำงานเพื่อพุทธศาสนา ซึ่งวัดในเกาหลีเป็นวัดที่เก่าแก่ การทำนุบำรุงก็ยากลำบาก เพราะต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง แต่มิได้ย่อท้อ และดำเนินการกันต่อๆ มา และแม้ภิกษุณีจะได้รับความนับถือน้อยกว่าพระ สถานภาพทางสังคมโดยรวมยังน้อยกว่าพระภิกษุ แต่ในเรื่องของความเป็นอยู่ กิจวัตร และข้อวัตรต่างๆ ของนักบวชนั้นมีความเข้มข้นมาก และอาจกล่าวได้ว่าเกาหลีมีการให้การศึกษาแก่นักบวชอย่างเต็มที่ที่สุดประเทศหนึ่ง ดังเช่น วัดอุนมุน แห่งนี้ที่เป็นสำนักของภิกษุณี ซึ่งเป็นภิกษุณีที่เข้มแข็งมาก และมีประวัติการทำงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเป็นวัดภิกษุณีที่ให้การศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี ซึ่งแต่เดิมก็จะเหมือนกับเป็นโรงเรียนสอนภิกษุณีในเรื่องของการใช้ชีวิตของภิกษุณี ซึ่งจะมีนักเรียนอยู่จำนวนมาก ประมาณกว่า ๓๐๐ คน ตลอด ๔ ปี ปัจจุบันจำนวนภิกษุณีลดน้อยลง ความต้องการเป็นภิกษุณีลดน้อยลง เหลือเพียง ๑๕๐ คนเท่านั้น ทั้งนี้ได้จัดให้มีการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งถ้าจะพูดไปแล้ว เกาหลีในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้นอย่างยิ่ง ประกอบกับการใช้ชีวิตเป็นนักบวชนั้นต้องมีความพยายามและความอดทนสูงมาก จึงจะผ่านข้อวัตรที่เข้มงวดนี้ไปได้ ทำให้ความปรารถนาที่อยากจะเป็นภิกษุณีลดลง ที่สำคัญ ค่านิยมของการเป็นภิกษุณีก็ลดลงไปด้วย การศึกษาของวัดอุนมุนแห่งนี้จะมี ๔ ชั้นปี ผู้ที่เข้ามาเรียนคือผู้ที่ต้องการเป็นภิกษุณี เมื่อผ่านการเรียน ๔ ปีนี้แล้ว จึงจะได้รับอนุญาตให้บวชเป็นภิกษุณีได้อย่างถูกต้อง
แม้แต่ละปีจะมีผู้ได้บวชเป็นภิกษุณีไม่มาก หาก ‘หนึ่ง’ ใน ‘น้อย’ นั้นก็ ‘แน่น’ ด้วยศักยภาพอย่างปฏิเสธไม่ได้
ธรรมสวัสดี



