
อเล็กซ์ โฮกับ๑ทศวรรษเปิดศูนย์พระที่'ฮ่องกง'
อเล็กซ์ โฮ (ALEK HO)กับ ๑ ทศวรรษของการเปิดศูนย์พระที่ "ฮ่องกง" : เรื่อง / ภาพ โดยไตรเทพ ไกงู
เมื่อ ๔-๕ ปีก่อน มีนักธุรกิจชาวฮ่องกงที่มีความเป็นอยู่ระดับเศรษฐีชื่อ มิสเตอร์ไลน์ ก็อดวิน มากว้านบูชาพระชุดเบญจภาคีและพระยอดนิยมในบ้านเราไปหลายสิบองค์ ครั้งนั้นทำให้ตลาดพระเครื่องไทยตื่นตัวกันมาก โดยในปัจจุบันนี้มีชาวต่างชาติอยู่ ๒ ประเทศ ที่มาบูชาพระเครื่องไทยนำไปเปิดร้านขายเป็นธุรกิจ คือ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีอยู่กว่า ๓๐๐ ร้าน และ ฮ่องกงซึ่งมีอยู่ประมาณ ๕๐-๖๐ ร้าน
"WAH KAM THAI" เป็นหนึ่งในจำนวนร้านพระเครื่องในฮ่องกงที่เปิดดำเนินการมากว่า ๑๐ ปี มีนาย อเล็กซ์ โฮ (Mr.ALEK HO) เป็นเจ้าของ เขามีฉายาที่เซียนพระเมืองไทยตั้งให้ตามหน้าตาที่หล่อเหลา คือ "อาหัว รูปหล่อ" เช่นเดียวกับ "เล็ก รูปหล่อ" ซึ่งเป็นฉายาของ "นายสมพร ทันตะเวช"
แม้ว่า "อาหัว รูปหล่อ" จะมีความชำนาญในการดูพระ แต่ในฮ่องกงไม่ใช้คำว่า “เซียนพระ” เหมือนในประเทศไทย ทั้งนี้จะใช้คำว่า “ต้าเกอ” ซึ่งแปลว่า “พี่ใหญ่” ซึ่งทุกวันนี้ อาหัว รูปหล่อ ถือว่าเป็นผู้ชำนาญการพระเครื่องในฮ่องกงชนิดที่เรียกว่า “หากเช่าพระแล้วไม่แน่ใจให้ไปถาม อาหัว รูปหล่อในทำนองเดียวกับเมืองไทยว่า หากเช่าพระแล้วไม่แน่ใจให้ไปถามต้อย เมืองนนท์”
อาหัว รูปหล่อ บอกว่า ระยะแรกเริ่มของการเปิดร้านนั้นจะซื้อพระใหม่ไปขาย จากนั้นก็เริ่มซื้อพระเก่าไปขายซึ่งได้รับความนิยมมากกว่า ในที่สุดจึงเน้นขายพระเก่า โดยที่ร้านมีนโยบายรับซื้อคืนทุกองค์ ถ้าคิดว่าเป็นของปลอมซึ่งจะมีคนนำพระมาคืนประมาณ ๓-๕% เท่านั้น และไม่ใช่มาคืนพระเป็นของปลอม แต่ต้องการที่จะมาเปลี่ยนองค์ใหม่ที่แพงขึ้น รวมทั้งเดือดร้อนเรื่องเงิน
ทั้งนี้จะมีรูปแบบการตกแต่งร้านจะเป็นเช่นเดียวกับร้านพระในเมืองไทย คือ มีตู้โชว์พระ มีพระพุทธรูป มีเทพองค์ใหญ่ๆ โชว์ไว้ในร้าน ราคาพระเครื่องจะแตกต่างจากเมืองไทย ๒๐-๓๐% ส่วนลักษณะการเช่ามีทั้ง ๒ แบบ คือ เช่าเพื่อนำไปใช้ และเช่าเพื่อเป็นการสะสม ที่เช่าไปแล้วมาขายคืนทำกำไรก็มี สามารถรูดบัตรเครดิต เพื่อเช่าพระได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีร้านขายพระเครื่องหลายแห่ง ผู้ขายลงทุนนุ่งขาวห่มขาว การวางตนเป็นอาจารย์ เป็นฤาษี หรือจอมขมังเวทย์ โดยอ้างว่าเรียนมาจากอาจารย์เมืองไทย พร้อมกับโฆษณาถึงสรรพคุณวัตถุมงคลแต่และประเภท โดยเสนอในลักษณะที่ว่า ศาสนาพุทธ คือ การทรงเจ้าเข้าผี และสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้คือ การประกาศขายพระทางอินเทอร์เน็ต มีการเอาพระแท้มาเสนอขายแต่เมื่อรับพระจริงๆ กลับกลายเป็นพระปลอม การซื้อขายพระทางอินเทอร์เน็ตจึงไม่ได้รับความนิยม
เมื่อถามถึงเรื่อง “โดน” หรือ “ถูกหลอกให้เช่าพระปลอม” อาหัว รูปหล่อ บอกว่า แน่นอนว่าต้องโดนเช่นเดียวกับเซียนพระเมืองไทย โดยเฉพาะสมัยที่เข้ามาซื้อพระในช่วงแรกๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่โดนแล้ว เพราะอยู่ในวงการพระเครื่องมากว่า ๑๐ ปี ขณะเดียวกันก็รู้จักคนในวงการพระเครื่องเมืองไทยด้วย
"ตลาดพระเครื่องเมืองไทยในต่างประเทศน่าจะไปไกลกว่านี้ แต่มันติดอยู่ที่ความจริงใจของคนไทย คือ ๑.เห็นเป็นชาวต่างชาติจึงหลอกขายของปลอมโดยอ้างว่าเป็นของแท้ ๒.ขายราคาเกินจริงเพราะมองว่าชาวต่างชาติมีเงินและไม่มีความรู้เรื่องพระ และ ๓.คนขายมักไม่ถ่ายทอดความรู้เรื่องการดูพระว่าของปลอมของแท้เป็นอย่างไร ทั้งนี้หากกำจัด ๓ ข้อนี้ออกไปได้ตลาดพระเครื่องของไทยไปได้อีกไกล" อาหัว รูปหล่อกล่าว
สำหรับการเดินทางมาซื้อพระเครื่องที่เมืองไทยนั้น อาหัว รูปหล่อ บอกว่า จะเดินทางมาเช่าเดือนละ ๑ ครั้ง ประมาณ ๕-๗ วัน โดยจะตระเวนเช่าพระที่ตลาดพระท่าพระจันทร์ พันธุ์ทิพย์ ศูนย์พระทั่วไป รวมทั้งเดินทางไปเช่าจากวัดโดยตรง และครั้งหนึ่งเคยขับรถไปเช่าพระถึง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยจะเช่าพระครั้งละไม่ต่ำกว่า ๘ แสนบาท และเคยเช่าสูงสุดถึงครั้งละ ๒ ล้านบาท และเคยเช่าพระองค์ที่อยู่ในหลักล้านไปหลายองค์ ทั้งสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จวัดเกศไชโย เป็นเช่นนี้ตลอด ๑๐ ปี ที่ผ่านมา
ตลาดพระเครื่องในฮ่องกงเริ่มเป็นที่นิยมของชาวจีนเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยที่ร้านจะยึดรูปแบบขายพระพร้อมคำอธิบาย ทั้งประวัติของอาจารย์ ธรรมะของท่าน ธรรมะของพระพุทธเจ้า ทั้งนี้เมื่อ ๑๐ ปี ก่อนเคยมาบวชเป็นพระที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ (วัดแพ) เพื่อศึกษาวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ว่าตลอดทั้งวันทำอะไรบ้าง ขณะเดียวกันก็ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าด้วย และทุกครั้งที่ขายพระไปก็จะสอดแทรกธรรมะให้แก่ผู้เช่าไปด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีลูกค้าขาประจำจำนวนมาก
พร้อมกันนี้อาหัว รูปหล่อ พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "ถ้าแขวนพระเครื่อง และแขวนเทพเจ้าแล้วรวยจริง ในโลกนี้จะมี ๒ ประเทศเท่านั้นที่ร่ำรวย คือ ประเทศจีนซึ่งมีเทพเจ้าจำนวนมาก และประเทศไทยซึ่งมีพระเครื่องนับหมื่นรุ่น ซึ่งแท้ที่จริงของการแขวนเหรียญเทพเจ้า และพระเครื่อง เพื่อให้ระลึกถึงคำสอนของท่าน โดยเฉพาะแขวนแล้วต้องมั่นทำความดีละเว้นความชั่ว"
พระยอดนิยมของชาวฮ่องกง
อาหัว รูปหล่อ บอกว่า ลูกค้าที่ร้านนั้นมีทุกวงการ ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พ่อค้า รวมทั้งประชาชนทั่วๆ ไป แต่ที่มากเป็นพิเศษคือ ดารานักแสดง นอกจากนี้ยังมีลูกค้าจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา มาเก๊า รวมทั้งเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน บินมาซื้อโดยตรง ลักษณะการแขวนก็เช่นเดียวกับคนไทย คือ เช่าเพื่อแขวน บางคนแขวนพร้อมๆ กัน ๓-๕ องค์ แต่จะเลี่ยมทองมากกว่า
ทั้งนี้ชาวฮ่องกงมีความเชื่อในทำนองเดียวกับคนไทยที่ว่า พระเครื่องมีพุทธคุณให้รอดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายได้ โดยเฉพาะในหมู่ดารานักแสดงแขวนเพราะเชื่อในเรื่องของความแคล้วคลาดระหว่างพระที่มีพุทธคุณที่ขึ้นชื่อเรื่องเหนียว คงกระพัน เมตตาค้าขาย และมหานิยม คนฮ่องกงจะชอบพระเครื่องที่แขวนแล้วมีพุทธคุณที่ขึ้นชื่อว่าแคล้วคลาด ปลอดภัย
สำหรับพระสงฆ์ที่ยังมีชีวิตอยู่และได้รับความนิยม มีอยู่ ๓ รูป คือ หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงปู่คำบุ พระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ แต่ก็มีร้านขายพระบางแห่งที่อุปโลกน์พระที่ไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยเลย โดยไปคุยโฆษณาว่าท่านเก่งหลายด้าน และก็อ้างว่าคนไทยนับถือมาก ซึ่งมีอยู่หลายรูป
ส่วนพระเครื่องที่สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า เช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาส หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก เป็นต้น



